th_ulb/26-EZK.usfm

2429 lines
555 KiB
Plaintext
Raw Permalink Normal View History

2021-07-13 21:12:02 +00:00
\id EZK Unlocked Literal Bible
\ide UTF-8
\h EZEKIEL
\toc1 Ezekiel
\toc2 Ezekiel
\toc3 ezk
\mt1 EZEKIEL
\s5
\c 1
\p
\v 1 ในวันที่ห้าเดือนที่สี่ปีที่สามสิบ สิ่งนี้ได้เกิดขึ้น เมื่อข้าพเจ้าอยู่ระหว่างบรรดาเชลยที่ริมคลองเคบาร์ ท้องฟ้าได้เปิด และนิมิตของพระเจ้าได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้า
\v 2 ในวันที่ห้าของเดือน เป็นในปีที่ห้าที่กษัตริย์เยโฮยาคีนกลายเป็นเชลยศึก
\v 3 ถ้อยคำของพระยาห์เวห์ได้มาถึงเอเสเคียลบุตรชายของบุซีปุโรหิต ในดินแดนของคนเคลเดียริมคลองเคบาร์ และพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ได้มาอยู่เหนือท่านที่นั่น
\s5
\p
\v 4 จากนั้นข้าพเจ้าได้เห็นลมพายุพัดมาจากทางเหนือ มีเมฆก้อนใหญ่ที่มีไฟแลบอยู่ในเมฆนั้น และมีความสว่างโดยรอบและในเมฆนั้นมีไฟสีอำพัน
\v 5 ในตรงกลางไฟนั้นมีลักษณะของสิ่งมีชีวิตสี่ตน ลักษณะของพวกมันคือ เป็นลักษณะเหมือนอย่างมนุษย์
\v 6 แต่พวกมันแต่ละตนมีใบหน้าสี่หน้า และมีปีกสี่ปีก
\s5
\p
\v 7 ขาของพวกมันนั้นตรง แต่ฝ่าเท้าของพวกมันเหมือนกีบลูกโคและมีประกายเหมือนทองสัมฤทธิ์ขัดเงา
\v 8 พวกมันยังมีมือมนุษย์อยู่ภายใต้ปีกของมันทั้งสี่ด้าน ทั้งสี่ตนมีหน้าและมีปีกเช่นนี้
\v 9 และพวกมันไม่หันไปในทางที่พวกมันมุ่งไป แต่ละตนเคลื่อนที่ตรงไปข้างหน้า
\s5
\p
\v 10 ใบหน้าของพวกมันคล้ายใบหน้ามนุษย์ หนึ่งในสี่ของใบหน้านั้นเป็นหน้าสิงโตอยู่ด้านขวา หนึ่งในสี่ของใบหน้าเป็นหน้าโคอยู่ด้านซ้าย หนึ่งในสี่ของใบหน้าเป็นหน้านกอินทรี
\v 11 ใบหน้าของพวกมันก็เป็นเช่นนั้น และปีกทั้งหลายของพวกมันกางขึ้นข้างบน ดังนั้นแต่ละตนมีสองปีกที่จรดปีกของกันและกัน และอีกสองปีกคลุมกายของตัวเองด้วย
\v 12 แต่ละตนเคลื่อนที่มุ่งตรงไป เพื่อว่าพระวิญญาณจะนำพวกมันไปทางไหนก็ตาม พวกมันก็ไปทางนั้นโดยไม่หันเลย
\s5
\p
\v 13 สำหรับความคล้ายของสิ่งมีชีวิต ลักษณะของพวกมันเหมือนถ่านไฟที่ลุกโชน ลักษณะเหมือนคบเพลิงหลายอัน ส่องไฟสว่างและเคลื่อนไปมาระหว่างพวกมัน และมีแสงฟ้าแลบออกมาจากไฟนั้น
\v 14 สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปมาและมีลักษณะเหมือนย่างสายฟ้าแลบ!
\s5
\p
\v 15 นี่คือลักษณะและโครงสร้างของวงล้อเหล่านั้น คือแต่ละวงล้อเหมือนแร่เบริล และวงล้อทั้งสี่มีความเหมือนกัน มีลักษณะและโครงสร้างเหมือนวงล้อซ้อนอยู่กับอีกวงล้อหนึ่ง
\v 16 แล้วเวลาข้าพเจ้ามองดูสิ่งมีชีวิต มีล้อหนึ่งล้อบนพื้นอยู่ข้างกายสิ่งมีชีวิตนั้น
\s5
\p
\v 17 เมื่อเวลาล้อเคลื่อนที่ พวกมันก็มุ่งไปไปในทิศทางใดๆ โดยไม่หันไปตามทิศทางของหน้าสิ่งที่มีชีวิตเลย
\v 18 สำหรับขอบวงล้อทั้งหลายของพวกมันนั้นสูงและดูน่าหวาดกลัว เพราะขอบล้อทั้งหลายเต็มไปด้วยดวงตาอยู่โดยรอบ
\s5
\p
\v 19 เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนเคลื่อนที่ไป วงล้อเหล่านั้นก็เคลื่อนตามไปด้านข้าง เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายลอยขึ้นจากพื้นดิน วงล้อก็ลอยขึ้นด้วย
\v 20 ที่ใดก็ตามที่พระวิญญาณเสด็จไป สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็ไปด้วย และวงล้อก็ลอยตามไปอยู่ด้านข้างพวกมัน เพราะว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอยู่ในวงล้อ
\v 21 เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเคลื่อนที่ไป วงล้อก็เคลื่อนที่ไปด้วย และเมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายหยุด วงล้อก็หยุดด้วย เมื่อพวกสิ่งมีชีวิตนั้นลอยขึ้นจากพื้นดิน วงล้อก็ลอยตามไปอยู่ด้านข้างพวกมัน เพราะว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตอยู่ในวงล้อ
\s5
\p
\v 22 เหนือศีรษะของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นได้มีสิ่งที่เหมือนกับโดมที่ขยายออก ดูเหมือนกับผลึกแก้วที่ส่องประกายอย่างน่ากลัว แผ่กว้างอยู่เหนือศีรษะของพวกมัน
\v 23 ภายใต้โดมนี้ ปีกของสิ่งมีชีวิตแต่ละตนก็กางออกตรงไปจรดกับปีกของสิ่งมีชีวิตอีกตัวหนึ่ง สิ่งมีชีวิตแต่ละตนก็ใช้สองปีกคลุมตนเองด้วย แต่ละตนก็ใช้ทั้งสองปีกคลุมกายของตนเอง
\s5
\p
\v 24 แล้วข้าพเจ้าได้ยินเสียงปีกของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น คล้ายกับเสียงของน้ำมากมาย คล้ายพระสุรเสียงขององค์ผู้ทรงผู้ทรงอำนาจยิ่ง เมื่อใดก็ตามที่พวกมันเคลื่อนที่ไปคล้ายกับเสียงของพายุฝน คล้ายกับเสียงของกองทัพ เมื่อใดก็ตามที่พวกมันยืนนิ่ง พวกมันก็จะหุบปีกลง
\v 25 มีเสียงหนึ่่งมาจากเหนือโดมที่มาเหนือศีรษะพวกมัน เมื่อใดก็ตามที่พวกมันยืนนิ่ง และลดปีกของพวกมันลง
\s5
\p
\v 26 เหนือโดมที่อยู่เหนือศีรษะของพวกมัน มีสิ่งที่คล้ายกับบัลลังก์ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับหินไพลิน และบนสิ่งที่คล้ายกับบัลลังก์นั้นก็คล้ายกับรูปร่างของมนุษย์
\s5
\p
\v 27 ข้าพเจ้าได้เห็นภาพพร้อมกับรูปร่างของโลหะเรืองแสงด้วยไฟในนั้นจากสะโพกของผู้นั้นขึ้นไป ข้าพเจ้าได้เห็นรูปร่างลักษณะจากสะโพกของเขาลงมามีลักษณะคล้ายไฟและมีความสว่างโดยรอบ
\v 28 เช่นเดียวกับลักษณะของรุ้งที่ปรากฏบนเมฆในวันที่ฝนตก การปรากฏนี้เป็นแสงสว่างโดยรอบ เป็นเหมือนพระสิริของพระยาห์เวห์ เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นมัน ข้าพเจ้าก็ได้ก้มหน้าลง และข้าพเจ้าได้ยินเสียงหนึ่งกำลังพูด
\s5
\c 2
\p
\v 1 พระองค์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ จงยืนขึ้นเถิด จากนั้นเราจะกล่าวกับเจ้า"
\v 2 หลังจากที่พระองค์ได้ตรัสแก่ข้าพเจ้า พระวิญญาณได้เสด็จเข้ามาในข้าพเจ้าและได้ทรงทำให้ข้าพเจ้าลุกขึ้น และข้าพเจ้าได้ยินพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้า
\v 3 พระองค์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าบุตรมนุษย์ เราจะส่งเจ้าไปยังประชาชนอิสราเอล ไปยังชนชาติที่กบฏซึ่งได้ทรยศเรา ทั้งพวกเขาและบรรพบุรุษของพวกเขาได้ทำบาปต่อเราจนทุกวันนี้!
\s5
\p
\v 4 เผ่าพันธุ์ของพวกเขาดื้อรั้นและใจแข็ง เรากำลังจะส่งเจ้าไปหาพวกเขา และเจ้าจงกล่าวกับพวกเขาว่า 'นี่คือสิ่งพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัส'
\v 5 ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือปฏิเสธก็ตาม เขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่กบฏ แต่อย่างน้อยพวกเขาจะได้รู้ว่ามีผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งท่ามกลางพวกเขา
\s5
\p
\v 6 อย่ากลัวพวกเขาหรือคำพูดของพวกเขา แม้ว่าต้นหนามและหนามแหลมจะอยู่กับเจ้า และเจ้าตกอยู่ในดงแมงป่อง จงอย่ากลัวคำพูดพวกเขาหรือตกใจเพราะใบหน้าของพวกเขา เพราะว่าพวกเขาเป็นพงศ์พันธุ์กบฏ
\s5
\p
\v 7 แต่เจ้าจงพูดถ้อยคำของเราต่อพวกเขา แม้พวกเขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ตาม เพราะพวกเขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่กบฏอย่างยิ่ง
\v 8 "แต่เจ้าบุตรมนุษย์จงฟังสิ่งที่เรากล่าวกับเจ้า อย่าเป็นคนที่มักกบฏเหมือนพงศ์พันธุ์กบฏเหล่านั้น จงอ้าปากของเจ้าและกินสิ่งที่เรากำลังจะให้เจ้า!"
\s5
\p
\v 9 เมื่อข้าพเจ้าได้มองดู และพระหัตถ์ข้างหนึ่งยื่นออกมายังข้าพเจ้า ในพระหัตถ์นั้นมีหนังสือที่เขียนไว้อยู่ม้วนหนึ่ง
\v 10 พระองค์ได้ทรงเปิดม้วนหนังสือนั้นออกต่อหน้าข้าพเจ้า มีตัวหนังสือเขียนอยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง มีบทคร่ำครวญ คำไว้ทุกข์ และคำวิบัติเขียนอยู่ในนั้น
\s5
\c 3
\p
\v 1 พระองค์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ สิ่งที่เจ้าได้พบจงกินเสีย จงกินหนังสือม้วนนี้ จากนั้นจงไปพูดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอล"
\v 2 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเปิดปากของข้าพเจ้า และพระองค์ก็ให้ข้าพเจ้ากินม้วนหนังสือนั้น
\v 3 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเลี้ยงท้องของเจ้าและกินหนังสือม้วนที่เรามอบแก่เจ้านี้ให้เต็มท้อง!" ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงได้กิน และหนังสือนั้นมีรสหวานเหมือนน้ำผึ้งในปากของข้าพเจ้า
\s5
\p
\v 4 แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ จงไปหาพงศ์พันธุ์อิสราเอล และพูดถ้อยคำของเราให้พวกเขาฟัง
\v 5 เพราะเราไม่ได้ส่งเจ้าไปหาคนที่พูดภาษาแปลกๆ หรือยากๆ แต่ให้ไปหาชนชาติอิสราเอล
\v 6 เราไม่ได้ส่งเจ้าไปหาชนชาติที่มีเข้มแข็ง ที่พูดภาษาแปลกๆ หรือยากๆ ซึ่งคำของพวกเขาเจ้าจะไม่เข้าใจ หากเราส่งเจ้าไปหาคนเหล่านั้น พวกเขาอาจจะฟังเจ้า
\v 7 ส่วนพงศ์พันธุ์อิสราเอลจะไม่เต็มใจที่จะฟังเจ้าเพราะพวกเขาไม่เต็มใจจะฟังเรา ดังนั้นพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดนั้นคนหัวแข็งและใจดื้อรั้น
\s5
\p
\v 8 ดูเถิด เราได้ทำให้หน้าของเจ้าดื้อรั้นเหมือนพวกเขา และทำให้หน้าผากของเจ้าแข็งเช่นหน้าผากของพวกเขา
\v 9 เราได้ทำให้หน้าผากของเจ้าเหมือนเพชร แข็งยิ่งกว่าหินเหล็กไฟ! อย่าหวาดหวั่นพวกเขาเลย หรือท้อใจด้วยสีหน้าของพวกเขา เพราะพวกเขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่กบฏ"
\s5
\p
\v 10 แล้วพระองค์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ ทุกถ้อยคำที่เรากล่าวแก่เจ้านั้น จงจดจำให้ขึ้นใจของเจ้าและจงฟังด้วยหูของเจ้าให้ดี!
\v 11 แล้วจงไปหาพวกเชลย ไปยังชนชาติของเจ้านั้นและจงพูดกับพวกเขา พูดกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้' ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือไม่ก็ตาม"
\s5
\p
\v 12 แล้วพระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้น และข้าพเจ้าได้ยินเสียงแผ่นดินไหวใหญ่อยู่ข้างหลังข้าพเจ้า "สาธุการแด่พระสิริของพระยาห์เวห์จากที่ประทับของพระองค์!"
\v 13 มีเสียงปีกทั้งหลายของสิ่งมีชีวิตขณะที่พวกมันสัมผัสกัน และเสียงพวกวงล้อที่อยู่กับสิ่งมีชีวิตนั้น และมีเสียงแผ่นดินไหวใหญ่
\s5
\p
\v 14 พระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้นและนำข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าก็ไปด้วยความขมขื่นใจในวิญญาณจิตของข้าพเจ้าก็โกรธจัด เพราะพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ทรงกดอย่างมีพลังอยู่บนข้าพเจ้า!
\v 15 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมาถึงพวกเชลยที่เทลอาบิบ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ริมคลองเคบาร์ และข้าพเจ้าได้อยู่ที่นั่นท่ามกลางพวกเขาเป็นเวลาเจ็ดวันด้วยความตกตะลึง
\s5
\p
\v 16 หลังจากนั้นเจ็ดวัน พระวจนะของพระยาห์เวห์ก็มาถึงข้าพเจ้าว่า
\v 17 “เจ้าบุตรมนุษย์ เราได้ตั้งเจ้าให้เป็นยามของพงศ์พันธุ์อิสราเอล ฉะนั้นจงฟังถ้อยคำจากปากของเรา และกล่าวคำตักเตือนจากเราแก่พวกเขา
\v 18 ถ้าเราจะบอกกับคนชั่วร้ายว่า 'เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน' และเจ้าไม่ได้ตักเตือนเขาหรือไม่ได้กล่าวตักเตือนคนชั่วร้ายว่าให้ละเว้นจากทางชั่วร้ายของเขา เพื่อจะช่วยชีวิตเขา คนชั่วร้ายนั้นจะตายเพราะความบาปของเขา แต่โลหิตของเขา เราจะเรียกร้องเอาจากมือของเจ้า
\v 19 แต่ถ้าหากเจ้าได้ตักเตือนคนชั่วร้าย และเขาไม่ได้หันกลับจากความชั่วร้ายของเขา หรือจากการกระทำที่ชั่วร้ายของเขา แล้วเขาจะตายเพราะความบาปของเขา แต่เจ้าจะช่วยกู้ชีวิตของตัวเจ้าเองให้รอด
\s5
\p
\v 20 ถ้าคนเที่ยงธรรมหันกลับจากความเที่ยงธรรมของเขา และทำการอยุติธรรม และเราวางสิ่งที่ให้สะดุดไว้ข้างหน้าเขา เขาจะต้องตาย เพราะเจ้าไม่ได้ตักเตือนเขา เขาจะตายเพราะบาปของเขา และจะไม่มีใครจดจำความเที่ยงธรรมที่เขาเคยทำไว้ แต่โลหิตของเขา เราจะเรียกร้องเอาจากมือเจ้า
\v 21 แต่ถ้าเจ้าได้ตักเตือนคนเที่ยงธรรมไม่ให้ทำบาป เพื่อว่าเขาจะไม่ทำบาปอีกต่อไป เขาจะมีชีวิตอยู่แน่นอน เพราะว่าเขารับคำตักเตือน และเจ้าก็จะช่วยกู้ชีวิตของตัวเจ้าเองให้รอด"
\s5
\p
\v 22 ดังนั้นพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่บนข้าพเจ้าที่นั่น และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงลุก! ออกไปยังที่ราบ และเราจะกล่าวกับเจ้าที่นั่น"
\v 23 ข้าพเจ้าจึงได้ลุกออกไปยังที่ราบ และพระสิริของพระยาห์เวห์ก็อยู่ที่นั่นเหมือนกับพระสิริซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นที่ริมคลองเคบาร์ ดังนั้นข้าพเจ้าก็ก้มหน้าลง
\s5
\p
\v 24 พระวิญญาณได้เสด็จมาหาข้าพเจ้า และทำให้ข้าพเจ้าได้ลุก และพระองค์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าและทรงบอกข้าพเจ้าว่า "จงไป แล้วขังตัวของเจ้าเองไว้ข้างในบ้านของเจ้า
\v 25 ตอนนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ พวกเขาจะเอาเชือกพันเจ้า และมัดเจ้าไว้ เพื่อว่าเจ้าจะไม่สามารถออกไปอยู่ท่ามกลางพวกเขา
\s5
\p
\v 26 และเราจะทำให้ลิ้นของเจ้าติดกับเพดานปากของเจ้า ดังนั้นเจ้าจะเป็นใบ้ เจ้าจะไม่สามารถต่อว่าพวกเขา เพราะว่าพวกเขาเป็นพงศ์พันธุ์ที่กบฏ
\v 27 แต่เมื่อเราพูดกับเจ้า เราจะเปิดปากของเจ้า เพื่อว่าเจ้าจะพูดกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า' ผู้ที่จะฟังก็ให้เขาฟัง และผู้ที่ไม่อยากฟังก็ไม่ต้องฟัง เพราะเขาทั้งหลายเป็นพงศ์พันธุ์กบฏ!"
\s5
\c 4
\p
\v 1 "แต่เจ้าบุตรมนุษย์เอ๋ย จงเอาก้อนอิฐมาไว้สำหรับตัวเจ้าเองและวางไว้ต่อหน้าเจ้า แล้วจงแกะรูปกรุงเยรูซาเล็มไว้บนอิฐนั้น
\v 2 แล้วจงนอนล้อมกรุงนั้นไว้และสร้างป้อมล้อมรอบกรุงนั้น จงก่อเชิงเทินไว้ต่อสู้กรุงนั้นและตั้งค่ายรอบกรุง จงตั้งเครื่องทะลวงกำแพงไว้รอบกรุง
\v 3 แล้วเจ้าจงเอาเหล็กแผ่นมาไว้สำหรับตัวเจ้า แลใช้มันเพื่อเป็นกำแพงเหล็กระหว่างตัวเจ้าเองกับกรุงนั้น และหันหน้าของเจ้าไปทางกรุงนั้น เพื่อให้กรุงนั้นถูกล้อมไว้ และเจ้าจงล้อมกรุงนั้นไว้ นี่จะเป็นหมายสำคัญของพงศ์พันธุ์อิสราเอล
\s5
\p
\v 4 แล้วจงนอนตะแคงไปด้านซ้ายของเจ้า แล้ววางความบาปของพงศ์พันธุ์อิสราเอลไว้เหนือตัวเจ้า เจ้าจะแบกความผิดบาปของพวกเขาตามจำนวนวันที่เจ้านอนล้อมพงศ์พันธ์ุอิสราเอล
\v 5 เราเองได้กำหนดจำนวนวันแก่เจ้า วันหนึ่งแทนหนึ่งปีของการลงโทษพวกเขา คือ 390 วัน โดยวิธีนี้ เจ้าจะต้องแบกความบาปของพงศ์พันธุ์อิสราเอล
\s5
\p
\v 6 เมื่อเจ้าได้ทำเช่นนี้จนครบจำนวนวันเหล่านั้น แล้วจงนอนลงเป็นครั้งที่สองโดยนอนตะแคงไปทางด้านขวาของเจ้า เพราะเจ้าจะแบกความบาปของพงศ์พันธุ์ยูดาห์เป็นเวลาสี่สิบวัน เรากำหนดแก่เจ้าคือ หนึ่งวันแทนหนึ่งปี
\v 7 จงหันหน้าของเจ้าไปยังกรุงเยรูซาเล็มที่ถูกล้อมไว้ และด้วยแขนเปลือยเปล่าของเจ้า เจ้าจงเผยพระวจนะต่อสู้กรุงนั้น
\v 8 เพื่อว่าดูสิ เราจะเอาผูกปมเจ้าไว้ ดังนั้นเจ้าจะพลิกจากด้านนี้ไปด้านโน้นไม่ได้จนกว่าเจ้าได้ครบตามกำหนดวันในการล้อมของเจ้า
\s5
\p
\v 9 เจ้าจงไปเอาข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว ถั่วแดง ข้าวฟ่าง และข้าวสแปลต์มาสำหรับตัวเจ้าเอง มาใส่ในภาชนะอันเดียวกันและใช้ทำเป็นขนมปังสำหรับตัวเจ้าเองตามจำนวนวันที่เจ้าจะนอนตะแคง เพราะเจ้าจะกินอาหารนี้ 390 วัน
\v 10 อาหารที่เจ้าจะกินให้กินโดยตามน้ำหนัก คือ ยี่สิบเชเขลต่อวัน และเจ้าจะกินตามเวลากำหนดของแต่ละวัน
\v 11 แล้วเจ้าจะดื่มน้ำ ตามการตวง คือ หนึ่งส่วนหกฮิน แล้วเจ้าจะดื่มน้ำตามเวลากำหนด
\s5
\p
\v 12 เจ้าจะต้องกินขนมข้าวบาร์เลย์ แต่เจ้าจะอบด้วยเชื้อเพลิงจากอุจจาระมนุษย์ต่อสายตาของพวกเขา"
\v 13 เพราะพระยาห์เวห์ตรัสว่า "สิ่งนี้หมายความว่า ขนมปังที่ประชาชนอิสราเอลจะกินจะเป็นมลทิน ท่ามกลางบรรดาชนชาติซึ่งเราจะขับไล่พวกเขาไป"
\s5
\p
\v 14 แต่ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า "อนิจจาเอ๋ย ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าข้าพระองค์ไม่เคยทำตัวให้เป็นมลทินเลย ข้าพระองค์ไม่เคยรับประทานสิ่งที่ตายเอง หรือสัตว์ที่ถูกสัตว์ฆ่าตาย ตั้งแต่หนุ่มๆ มาจนบัดนี้ และไม่มีเนื้อสัตว์มลทินเคยเข้าไปในปากของข้าพระองค์ "
\v 15 ดังนั้น พระองค์จึงตรัสกับข้าพเจ้าว่า “ ดูเถิด เราจะยอมให้เจ้าใช้มูลโคแทนอุจจาระมนุษย์ ซึ่งเจ้าจะใช้ปิ้งขนมปังของเจ้า"
\s5
\p
\v 16 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกด้วยว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ ดูเถิด เราจะทำลายอาหารหลักในกรุงเยรูซาเล็ม และพวกเขาจะกินขนมปังที่ได้รับส่วนแบ่งมาด้วยความกังวลและดื่มน้ำที่ได้รับส่วนแบ่งมาด้วยความพรั่นพรึง
\v 17 เพราะเมื่อพวกเขาขาดขนมปังและน้ำ ทุกคนก็จะตกใจกลัวเพราะพี่ชายของเขาและซูบผอมไปเพราะความบาปผิดของพวกเขา"
\s5
\c 5
\p
\v 1 "แล้ว เจ้าบุตรมนุษย์ จงไปเอาดาบเล่มหนึ่งมาซึ่งคมเหมือนมีดโกนของช่างตัดผมสำหรับตัวเจ้าเอง แล้วจงโกนศีรษะและเคราของเจ้า แล้วไปเอาตาชั่งน้ำหนักมาและแบ่งเส้นผมของเจ้า
\v 2 จงเผาผมหนึ่งในสามส่วนด้วยไฟที่กลางเมืองในวันที่การล้อมครบถ้วน และไปเอาอีกหนึ่งส่วนสามของผมมาและฟันด้วยดาบไปรอบๆ เมือง อีกหนึ่งส่วนสามนั้นจงให้กระจัดกระจายไปตามลม และเราจะชักดาบไล่ตามประชาชนไป
\s5
\p
\v 3 แต่จงเอาเส้นผมจำนวนเล็กน้อยมาห่อไว้ในเสื้อคลุมของเจ้า
\v 4 หลังจากนั้นจงเอาเส้นผมพวกนั้นมา และโยนเข้าไปในกลางไฟ และเผาด้วยไฟ จากที่นั่นไฟจะเข้าไปในพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด"
\s5
\p
\v 5 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า "ที่นี่คือกรุงเยรูซาเล็มที่ซึ่งเราได้ตั้งไว้ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย ที่ซึ่งเราได้ล้อมรอบกรุงนั้นด้วยดินแดนอื่นๆ
\v 6 แต่ในความชั่วร้าย เมืองนั้นได้ปฏิเสธกฎหมายของเรา มากกว่าชนชาติทั้งหลายที่มี และกบฏต่อกฎเกณฑ์ของเรามากกว่าประเทศที่อยู่ล้อมรอบเมืองนั้น ประชาชนได้ปฏิเสธการตัดสินของเรา และไม่ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา"
\s5
\p
\v 7 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า "เพราะว่าเจ้ามีปัญหามากกว่าประชาชาติที่อยู่รายล้อมเจ้า และพวกเจ้าไม่ได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ หรือทำตามกฎหมายของเรา แต่ได้ทำตามกฎหมายของบรรดาประชาชาติที่อยู่รอบเจ้า"
\v 8 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า "ดูเถิด ตัวเราเองจะเป็นศัตรูกับเจ้า เราจะทำการตัดสินเจ้าท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย
\s5
\p
\v 9 เราจะทำกับเจ้าอย่างที่เราไม่เคยทำมาก่อน และเราจะไม่ทำเช่นนั้นอีก เพราะการกระทำอันน่ารังเกียจทั้งหมดของเจ้า
\v 10 ดังนั้น บิดาจะกินบุตรท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย และบุตรจะกินบิดาของเขา เพราะเราจะทำการตัดสินเจ้า และกระจัดกระจายใครที่เหลืออยู่ในพวกเจ้าทั้งหมดไปในทุกทิศทาง
\s5
\p
\v 11 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประกาศว่า เรามีชีวิตอยู่ฉันใด สิ่งนี้แน่นอนเพราะว่าเจ้าได้ทำให้สถานนมัสการของเราเป็นมลทินไปด้วยสิ่งน่าชังทั้งหมดของเจ้า ทั้งด้วยการกระทำที่น่ารังเกียจทั้งหมดของเจ้า ที่ตัวเราเองจะลดจำนวนของเจ้าลง คือ สายตาของเราจะไม่สงสารเจ้า และเราจะไม่ละเว้นเจ้า
\v 12 หนึ่งส่วนสามของพวกเจ้าจะล้มตายเพราะโรคระบาด หรือถูกผลาญด้วยความอดอยากท่ามกลางพวกเจ้า หนึ่งส่วนสามจะล้มตายด้วยดาบที่อยู่รายล้อมเจ้า แล้วเราจะให้กระจัดกระจายอีกหนึ่งส่วนสามไปในทุกทิศทาง และชักดาบออกไล่ตามพวกเขาไป
\s5
\p
\v 13 "แล้วพระพิโรธของเราก็จะสิ้นสุดลง และเราจะทำให้โทสะของเราที่มีต่อพวกเขาสงบลง เราจะพึงพอใจ และพวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ ผู้ที่ได้เปล่งวาจาไว้ด้วพระพิโรธเมื่อโทสะของเราต่อพวกเขาหมดแล้ว
\v 14 เราจะปล่อยให้เจ้ารกร้าง และถูกเหยียดหยามท่ามกลางประชาชนทั้งหลายที่อยู่ล้อมรอบเจ้าในสายตาของทุกคนที่ผ่านไป
\s5
\p
\v 15 ดังนั้น กรุงเยรูซาเล็มจะกลายเป็นสิ่งที่คนอื่นๆ เหยียดหยามและดูหมิ่น ทั้งเป็นคำเตือนและเป็นที่เกลียดกลัวของชนชาติที่อยู่ล้อมรอบเจ้า เราจะนำการตัดสินเจ้าด้วยพระพิโรธ และโทสะ และด้วยการตีสอนอันเกรี้ยวกราดของเรา เราคือพระยาห์เวห์ได้เอ่ยวาจาเช่นนี้แล้ว
\v 16 เราจะยิงลูกธนูแห่งความอดอยากร้ายแรงต่อเจ้า แล้วจะกลายเป็นวิถีซึ่งเราจะทำลายเจ้า เพราะเราจะเพิ่มความอดอยากแก่เจ้า และเราจะทำลายอาหารหลักของพวกเจ้าเสีย
\v 17 เราจะส่งความอดอยากและภัยพิบัติมายังพวกเจ้า ดังนั้นเจ้าจะไม่มีบุตร โรคระบาดและการหลั่งเลือดจะผ่านตัวเจ้า และเราจะนำดาบมาต่อสู้เจ้า เราคือพระยาห์เวห์ได้เปล่งวาจาเช่นนี้”
\s5
\c 6
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้าว่า
\v 2 “เจ้าบุตรมนุษย์ จงมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล และจงเผยพระวจนะกล่าวโทษภูเขาเหล่านั้น
\v 3 จงกล่าวว่า 'ภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แก่ภูเขาทั้งหลาย แก่เนินเขา แก่ห้วย และแก่หุบเขาทั้งหลายว่า ดูเถิด เราจะนำดาบมาต่อสู้พวกเจ้า และเราจะทำลายสถานสูงของพวกเจ้า
\s5
\p
\v 4 แล้วแท่นบูชาทั้งหลายของพวกเจ้าจะรกร้าง และเสาของพวกเจ้าจะถูกทลายลง และเราจะโยนคนของพวกเจ้าที่ตายลงข้างหน้ารูปเคารพของพวกเขา
\v 5 เราจะวางศพประชาชนอิสราเอลไว้หน้ารูปเคารพของพวกเขา และเราจะกระจัดกระจายกระดูกของพวกเจ้ารอบแท่นบูชาของพวกเจ้า
\s5
\p
\v 6 ทุกแห่งหนที่พวกเจ้าอาศัยอยู่ เมืองต่างๆ จะรกร้างและสถานสูงจะถูกทำลาย เพื่อว่าแท่นบูชาของพวกเจ้าจะไร้ค่าและทำให้รกร้าง แล้วสิ่งทั้งหลายของพวกเจ้าจะหักเสียและหายไป เสาของพวกเจ้าจะถูกโค่นลง และสิ่งที่พวกเจ้าทำขึ้นจะถูกกวาดทิ้งไปหมด
\v 7 คนตายจะล้มลงท่ามกลางพวกเจ้า และพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 8 "แต่เราจะปกป้องคนเหลืออยู่ท่ามกลางเจ้า และจะมีบางคนที่รอดจากดาบในท่ามกลางชนชาติ เมื่อพวกเจ้าได้กระจัดกระจายไปในดินแดนต่างๆ
\v 9 แล้วพวกเขาที่หนีรอดไปนั้นจะระลึกถึงเราในท่ามกลางประชาชาติ ซึ่งพวกเขาไปเป็นเชลยนั้น ที่เรานั้นตรอมใจเพราะใจสำส่อนของพวกเขาที่หันไปจากเรา และเพราะสายตาของพวกเขาที่โหยหารูปเคารพของเขา แล้วพวกเขาจะเกลียดใบหน้าตัวเองเนื่องจากความชั่วซึ่งเขาได้ทำ เนื่องด้วยสิ่งน่ารังเกียจทั้งหมดของพวกเขา
\v 10 แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราไม่ได้พูดเลื่อนลอยว่าเราจะนำความชั่วร้ายมายังพวกเขา"
\s5
\p
\v 11 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า "จงตบมือและกระทืบเท้าของพวกเจ้าและกล่าวว่า 'อนิจจา' เพราะสิ่งน่ารังเกียจอันชั่วร้ายทุกอย่างของพงศ์พันธุ์อิสราเอลหนอ เขาทั้งหลายจึงตายเพราะดาบ ด้วยความอดอยากและด้วยโรคระบาด
\v 12 ผู้ที่อยู่ไกลออกไปจะตายเพราะโรคระบาด และผู้ที่อยู่ใกล้ก็จะตายเพราะดาบ และผู้ที่เหลืออยู่และรอดชีวิตก็จะตายเพราะความอดอยาก ดังนี้แหละเราทำให้ความโกรธของเราเสร็จสิ้นต่อพวกเขา
\s5
\p
\v 13 แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อพวกเขาทั้งหลายที่ตายได้นอนอยู่ท่ามกลางรูปเคารพของพวกเขา รอบแท่นบูชาของพวกเขา บนเนินเขาสูงทุกที่ บนยอดเขาทั้งหมด ที่ใต้ต้นไม้เขียวทุกต้น และใต้ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ คือ สถานที่ซึ่งเขาเผาเครื่องหอมถวายแก่รูปเคารพทั้งหมดของพวกเขา
\v 14 เราจะเหยียดมือของเราออกต่อต้านพวกเขา และทำให้ดินแดนที่เขาอาศัยทุกแห่งรกร้างและถูกทิ้งร้าง คือจากถิ่นทุรกันดารถึงดิบลาห์ ตลอดจนทุกที่ที่เขาอาศัยอยู่ แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์"
\s5
\c 7
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าอีกว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับดินแดนอิสราเอลดังนี้ว่า 'อวสานอวสานได้มาถึง ทั้งสี่มุมของดินแดน
\s5
\p
\v 3 ตอนนี้อวสานมาถึงเจ้า เพราะเราจะส่งความพิโรธของเรามาเหนือเจ้า และเราจะตัดสินเจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า แล้วเราจะนำสิ่งน่ารังเกียจทั้งหมดของเจ้ามาเหนือเจ้า
\v 4 เพราะดวงตาของเราจะไม่สงสารเจ้า และเราจะไม่ละเว้น แต่เราจะนำวิถีชั่วของเจ้ามายังเจ้าแทน และสิ่งน่ารังเกียจของเจ้าจะอยู่ท่ามกลางเจ้า เพื่อเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 5 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ความหายนะ ความหายนะที่ไม่เหมือนใคร ดูเถิด มันกำลังมา
\v 6 อวสานจะมาถึงอย่างแน่นอน อวสานนั้นได้มาปลุกเจ้าขึ้นมาเพื่อต่อสู้เจ้า ดูสิ มันกำลังถึงแล้ว
\v 7 ความหายนะของเจ้ากำลังมาถึงเจ้าผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดน เวลานั้นได้มาถึงแล้ว วันแห่งการทำลายล้างก็ใกล้เข้ามา และภูเขาทั้งหลายก็จะไม่ชื่นชมยินดีอีกต่อไป
\s5
\p
\v 8 ตอนนี้ ใกล้เวลาที่เราจะเทความโกรธของเราบนเจ้า และระบายพระพิโรธของเราต่อเจ้าจนหมดสิ้น เมื่อเราตัดสินเจ้าตามวิถีชีวิตเจ้า และเราจะนำความรังเกียจทั้งหมดของเจ้ามาถึงเจ้า
\v 9 เพราะดวงตาของเราจะไม่เหลียวแลเจ้าด้วยความเอ็นดูสงสาร และเราจะไม่งดเว้นเจ้า ตามที่เจ้าได้กระทำ เราจะกระทำต่อเจ้า และความน่ารังเกียจของเจ้าก็จะอยู่ท่ามกลางเจ้าเพื่อเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ ผู้ที่กำลังลงโทษเจ้า
\s5
\p
\v 10 ดูเถิด วันนั้น ดูเถิด กำลังมาถึงแล้ว ความหายนะได้ออกไปแล้ว ไม้ตะบองก็เบ่งบาน ความหยิ่งยโสก็ผลิดอก
\v 11 ความรุนแรงได้เติบโตเป็นไม้เท้าแห่งความชั่วร้าย ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ไม่เหลือใครจากฝูงชนของพวกเขา ไม่มีสมบัติเหลืออยู่ในพวกเขา และไม่มีคนสำคัญเหลืออีกเลย!
\s5
\p
\v 12 เวลานั้นมาถึงแล้ว วันนั้นได้ใกล้เข้ามาแล้ว อย่าให้คนซื้อดีใจ อย่าให้คนขายเสียใจ เพราะพระพิโรธอยู่เหนือฝูงชนทั้งหมด
\v 13 เพราะผู้ขายจะไม่ได้สิ่งที่เขาได้ขายไปกลับคืนมาตราบเท่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ เพราะนิมิตที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งปวงนั้นจะไม่ถูกย้อนกลับมา เพราะไม่มีใครที่มีชีวิตในความบาปของตนจะมีความเข้มแข็ง
\s5
\p
\v 14 พวกเขาได้เป่าแตร และได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อม แต่ไม่มีผู้ใดจะเดินเข้าสู่สงคราม เพราะว่าความโกรธของเราอยู่เหนือฝูงชนทั้งหมด
\v 15 ดาบอยู่ข้างนอก และโรคระบาดและความอดอยากอยู่ข้างในอาคาร คนเหล่านั้นที่อยู่ในทุ่งนาก็ตายด้วยดาบ ขณะที่ความอดอยากและโรคระบาดก็กลืนกินคนเหล่านั้นที่อยู่ในเมือง
\v 16 แต่ผู้รอดชีวิตบางคนจะหลบหนีออกจากท่ามกลางพวกเขา และพวกเขาจะไปยังภูเขา เหมือนนกพิราบแห่งหุบเขา พวกเขาทุกคนจะร้องครวญคราง แต่ละคนจะร้องเพราะความบาปของพวกเขา
\s5
\p
\v 17 มือทุกมือจะอ่อนแรงและเข่าทุกเข่าก็อ่อนเปลี้ยเหมือนน้ำ
\v 18 และพวกเขาจะสวมผ้ากระสอบ และความหวาดกลัวจะครอบคลุมพวกเขา ความละอายอยู่บนใบหน้าของพวกเขาทุกคน และศีรษะของพวกเขาทุกคนก็ล้าน
\v 19 พวกเขาจะขว้างเงินของพวกเขาไปในถนน และทองคำของพวกเขาก็เป็นเหมือนสิ่งปฏิกูล เงินและทองของพวกเขาจะไม่สามารถช่วยกู้พวกเขาในวันแห่งพระพิโรธของพระยาห์เวห์ พวกเขาจะไม่รอดชีวิต และจะไม่หายหิวเลย เพราะว่าความบาปของพวกเขาได้กลายเป็นที่สะดุด
\s5
\p
\v 20 ในความภูมิใจของพวกเขา พวกเขาได้นำความสวยงามของเครื่องประดับอัญมณีของเขา และด้วยสิ่งเหล่านี้ พวกเขาได้ทำเป็นรูปเคารพและสิ่งที่น่าชิงชังของพวกเขา ดังนั้นเราจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นมลทินกับพวกเขา
\v 21 แล้วเราจะมอบสิ่งเหล่านี้ไว้ในมือของคนแปลกหน้าดั่งการปล้นและต่อความชั่วบนโลกเหมือนกับการปล้น และพวกเขาจะทำให้มันเป็นมลทิน
\v 22 แล้วเราจะหันหน้าของเราออกจากพวกเขาเมื่อพวกเขาจะทำให้สถานล้ำค่าของเราเป็นมลทิน พวกโจรจะเข้ามาแล้วทำให้มันเป็นมลทิน
\s5
\p
\v 23 ความหวาดกลัวจะมา พวกเขาจะตามหาความสงบสุข แต่ก็จะไม่พบ
\v 24 จงทำสายโซ่ เพราะว่าดินแดนเต็มไปด้วยคดีเลือด และบ้านเมืองก็เต็มด้วยความรุนแรง
\v 25 ดังนั้นเราจะนำชนชาติชั่วร้ายที่สุดมา และให้ถือกรรมสิทธิ์บ้านของพวกเขา และเราจะให้ความหยิ่งของคนมีอำนาจนั้นสิ้นสุดลง เพราะสถานศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจะเป็นที่ดูหมิ่น
\s5
\p
\v 26 ภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่าจะมาถึง และจะมีข่าวลือเกิดแล้วเกิดอีก แล้วพวกเขาจะตามหานิมิตจากผู้เผยพระวจนะ แต่การสอนธรรมบัญญัติก็สูญไปจากปุโรหิต และคำปรึกษาสูญไปจากพวกผู้อาวุโส
\v 27 กษัตริย์จะทรงคร่ำครวญและเจ้าเมืองจะแต่งกายด้วยความหมดหวัง ในขณะที่มือของประชาชนแห่งแผ่นดินจะสั่นกลัว เราจะกระทำสิ่งนี้แก่พวกเขาตามความประพฤติของพวกเขา เราจะตัดสินพวกเขาตามมาตรฐานของพวกเขาเองจนกว่าพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\c 8
\p
\v 1 ดังนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้นในวันที่ห้าเดือนที่หกปีที่หก ขณะที่ข้าพเจ้านั่งอยู่ในบ้าน และบรรดาผู้อาวุโสของยูดาห์นั่งอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้า พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้ามาเหนือข้าพเจ้าที่นั่น
\v 2 ดังนั้นข้าพเจ้าได้มองดู และดูเถิดมีร่างหนึ่งคล้ายกับร่างของมนุษย์ จากส่วนที่ดูคล้ายบั้นเอวของผู้นั้นลงมาเป็นไฟ และจากส่วนนั้นขึ้นไปเหมือนโลหะสุกปลั่ง
\s5
\p
\v 3 แล้วผู้นั้นยื่นส่วนที่คล้ายมือออกมาและจับผมบนศีรษะของข้าพเจ้า พระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้นระหว่างพื้นดินและท้องฟ้า และในนิมิตจากพระเจ้านั้น พระองค์ทรงพาข้าพเจ้ามายังกรุงเยรูซาเล็มตรงประตูทางเข้าทางทิศเหนือของลานชั้นใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปเคารพที่ยั่วยุความรู้สึกโกรธอย่างมากยืนอยู่
\v 4 แล้วดูเถิด พระเกียรติสิริของพระเจ้าแห่งอิสราเอลอยู่ที่นั่น ตรงตามนิมิตซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นในที่ราบนั้น
\s5
\p
\v 5 แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเงยหน้ามองไปทางทิศเหนือ" ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเงยหน้ามองไปทางทิศเหนือ และตรงทางเข้าด้านเหนือของประตูที่นำไปที่แท่นบูชา ที่นั่นมีรูปเคารพที่ยั่วยุความหวงแหน
\v 6 และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าเห็นสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่หรือไม่? คือสิ่งเหล่านี้ที่น่ารังเกียจอย่างมาก ซึ่งพงศ์พันธุ์อิสราเอลกำลังทำอยู่ที่นี่ สิ่งซึ่งจะผลักไสเราให้ไกลห่างจากสถานนมัสการของเรา แต่เจ้าจะเห็นสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านี้อีก"
\s5
\p
\v 7 แล้วพระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาที่ทางเข้าลาน และข้าพเจ้ามองดูและมีช่องหนึ่งในกำแพง
\v 8 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเจาะเข้าไปในกำแพงนี้" ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเจาะเข้าไปในกำแพงและมีประตูบานหนึ่ง
\v 9 แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเข้าไปเถิด และไปดูสิ่งน่าชิงชังอันชั่วร้ายที่พวกเขากำลังทำอยู่ที่นี่"
\s5
\p
\v 10 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไปและมองดู และดูเถิด มีภาพวาดสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ที่น่ารังเกียจทุกชนิด และรูปเคารพทั้งหมดของพงศ์พันธุ์อิสราเอลที่สลักไว้บนกำแพงโดยรอบ
\v 11 ผู้อาวุโสของพงศ์พันธุ์อิสราเอลเจ็ดสิบคนอยู่ที่นั่น และยาอาซันยาห์บุตรชายของชาฟานกำลังยืนอยู่ในท่ามกลางพวกเขาด้วย พวกเขายืนอยู่ตรงหน้าของรูปปั้น และแต่ละคนก็มีกระถางไฟอยู่ในมือของเขาเพื่อว่ากลิ่นควันของเครื่องหอมได้ลอยขึ้นไป
\s5
\p
\v 12 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าเห็นแล้วใช่ไหมว่าบรรดาผู้อาวุโสของพงศ์พันธุ์อิสราเอลกำลังทำอะไรอยู่ในความมืด? แต่ละคนอยู่ตามช่องเล็กที่วางรูปเคารพของเขาเอง เพราะพวกเขากล่าวว่า 'พระยาห์เวห์ทรงไม่ทอดพระเนตรเราหรอก พระยาห์เวห์ทรงละทิ้งดินแดนแล้ว'"
\v 13 แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า "หันมาอีกครั้งและเจ้าจะเห็นพวกเขากำลังทำสิ่งที่น่ารังเกียจมากกว่านี้อีก"
\s5
\p
\v 14 แล้วพระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาที่ทางเข้าประตูของพระนิเวศของพระยาห์เวห์ที่อยู่ทางทิศเหนือ และดูเถิด พวกผู้หญิงกำลังนั่งร้องไห้ไว้อาลัยแก่เทพเจ้าทัมมุส
\v 15 ดังนั้นพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม? จงหันมาอีกครั้งและเจ้าจะได้เห็นสิ่งที่น่ารังเกียจมากกว่านี้อีก"
\s5
\p
\v 16 พระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามายังลานชั้นในของพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และดูเถิด ที่ประตูทางเข้าพระวิหารของพระยาห์เวห์ ระหว่างมุขกับแท่นบูชา มีผู้ชายประมาณยี่สิบห้าคนหันหลังให้พระวิหารของพระยาห์เวห์รวมทั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และพวกเขากำลังนมัสการพระอาทิตย์
\s5
\p
\v 17 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม? นี่เป็นเรื่องเล็กน้อยหรือที่พงศ์พันธุ์ยูดาห์ทำสิ่งน่ารังเกียจอย่างที่พวกเขาทำอยู่ที่นี่? เพราะพวกเขาได้ทำให้แผ่นดินเต็มไปด้วยความรุนแรงและยั่วโทสะเราอยู่ พวกเขากำลังนำกิ่งไม้ใส่ในจมูกของตน
\v 18 ดังนั้นเราจะจัดการกับพวกเขา ดวงตาของเราจะไม่สงสารและเราจะไม่ละเว้นพวกเขา แม้พวกเขาจะตะโกนใส่หูเราด้วยเสียงดัง เราก็จะไม่ฟังพวกเขา"
\s5
\c 9
\p
\v 1 แล้วข้าพเจ้าได้ยินพระองค์เปล่งพระสุรเสียงอันดังและได้ตรัสว่า "จงนำผู้รักษาการณ์มาที่เมืองนี้ ให้แต่ละนายถืออาวุธของตนมาด้วย"
\v 2 แล้วดูเถิด มีผู้ชายหกคนมาจากทางประตูด้านบนซึ่งหันไปทางทิศเหนือ แต่ละคนมีอาวุธแห่งการฆ่าคนในมือของพวกเขา มีผู้ชายคนหนึ่งในท่ามกลางพวกเขานุ่งห่มผ้าลินินกับหีบเครื่องเขียนอยู่ข้างเขา ดังนั้นพวกเขาเข้ามาและยืนอยู่ข้างแท่นบูชาทองสัมฤทธิ์
\s5
\p
\v 3 แล้วพระสิริของพระเจ้าแห่งอิสราเอลก็ได้เคลื่อนขึ้นจากเหนือเครูบที่เคยได้สถิตมายังธรณีประตูพระนิเวศ พระองค์ตรัสเรียกผู้ชายที่นุ่งห่มผ้าลินินผู้ซึ่งมีหีบเครื่องเขียนอยู่ข้างเขานั้น
\v 4 พระยาห์เวห์ตรัสกับเขาว่า "จงผ่านไปท่ามกลางกรุง จงไปกลางกรุงเยรูซาเล็ม และกาเครื่องหมายบนหน้าผากของบรรดาผู้ที่เศร้าโศกและครวญครางเพราะสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งหมดซึ่งคนทั้งหลายทำกันในกรุงนี้"
\s5
\p
\v 5 จากนั้นข้าพเจ้าก็ได้ยินพระองค์ตรัสกับคนอื่นๆ ว่า "จงตามเขาไปทั่วกรุงและเข่นฆ่าทุกคน อย่าให้ดวงตาของเจ้าสงสาร และอย่าละเว้นชีวิตเลย
\v 6 ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ หนุ่มสาว ผู้หญิงพรหมจารี พวกเด็กเล็กๆ หรือ พวกผู้หญิง จงฆ่าพวกเขาให้หมดแต่อย่าเข้าใกล้ใครก็ตามที่มีเครื่องหมายนั้นบนศีรษะของเขา จงเริ่มต้นตั้งแต่สถานนมัสการของเรานี้เลย" คนเหล่านั้นจึงเริ่มต้นฆ่าตั้งแต่ผู้อาวุโสซึ่งอยู่ที่หน้าพระนิเวศ
\s5
\p
\v 7 พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า "จงทำให้พระนิเวศเป็นมลทิน และทิ้งร่างผู้ที่ถูกประหารไว้ให้เกลื่อนลาน จงไปเถิด!" ดังนั้นพวกเขาจึงออกไปและฆ่าคนทั่วกรุง
\v 8 ขณะที่พวกเขากำลังฆ่าคนอยู่นั้น ข้าพเจ้าก็อยู่แต่ผู้เดียวและข้าพเจ้าก็ก้มหน้าลง และร้องทูลว่า "โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะทรงทำลายล้างคนหยิบมือที่เหลืออยู่ในอิสราเอลไปหมดด้วยพระพิโรธที่ทรงระบายเหนือกรุงเยรูซาเล็มครั้งนี้หรือ?"
\s5
\p
\v 9 พระองค์ตรัสตอบข้าพเจ้าว่า "บาปของพงศ์พันธุ์อิสราเอลและยูดาห์ใหญ่หลวงนัก ดินแดนนี้เต็มไปด้วยการนองเลือดและความอยุติธรรม เพราะพวกเขากล่าวว่า 'พระยาห์เวห์ทรงละทิ้งดินแดนนี้ไปเสียแล้ว' และ 'พระยาห์เวห์ไม่ทรงทอดพระเนตรเห็นหรอก'
\v 10 ดังนั้นแล้ว ดวงตาของเราจะไม่มองด้วยความสงสาร และเราจะไม่ละเว้นพวกเขา แต่เราจะให้สิ่งที่พวกเขาทำไว้นั้นย้อนกลับมาตกแก่ศีรษะพวกเขาแทน"
\v 11 ดูเถิด ผู้ชายที่นุ่งห่มผ้าลินินซึ่งมีหีบเครื่องเขียนอยู่ข้างกายของเขานั้นก็ได้กลับมา เขารายงานและทูลว่า "ข้าพระองค์ได้ทำตามที่พระองค์ทรงบัญชาทั้งหมดแล้ว"
\s5
\c 10
\p
\v 1 ขณะที่ข้าพเจ้ามองไปยังโดมที่อยู่เหนือศีรษะทั้งหลายของเหล่าเครูบ บางสิ่งปรากฎขึ้นอยู่เหนือพวกมันลักษณะคล้ายกับพระที่นั่งไพฑูรย์
\v 2 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับผู้ชายที่นุ่งห่มผ้าลินินและทรงกล่าวว่า "จงเข้าไปท่ามกลางวงล้อใต้เหล่าเครูบ และกอบถ่านไฟคุด้วยมือทั้งสองของเจ้าจนเต็มซึ่งอยู่ท่ามกลางเหล่าเครูบ และโปรยพวกมันออกไปทั่วเมือง" แล้วผู้ชายคนนั้นก็เข้าไปขณะที่ข้าพเจ้าเฝ้าดูอยู่
\s5
\p
\v 3 เหล่าเครูบยืนอยู่ที่ด้านขวาของพระนิเวศเมื่อผู้ชายคนนั้นเข้าไปข้างใน และมีเมฆปกคลุมอยู่ทั่วลานชั้นใน
\v 4 พระสิริของพระยาห์เวห์ปรากฏขึ้นจากเหล่าเครูบนั้น และยืนเหนือธรณีประตูของพระนิเวศ เมฆปกคลุมพระนิเวศ และทั่วลานเต็มไปด้วยรังสีเจิดจ้าแห่งพระสิริของพระยาห์เวห์
\v 5 เสียงของปีกทั้งหลายของเหล่าเครูบได้ยินไปไกลถึงลานชั้นนอกเหมือนพระสุรเสียงของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์เมื่อพระองค์ตรัสสั่ง
\s5
\p
\v 6 เมื่อพระองค์ตรัสสั่งผู้ชายที่นุ่งห่มผ้าลินินและตรัสว่า "จงไปเอาไฟจากท่ามกลางวงล้อที่อยู่ระหว่างเหล่าเครูบออกมา" ผู้ชายนั้นก็เข้าไปยืนอยู่ข้างวงล้อวงหนึ่ง
\v 7 เครูบตนหนึ่งเหยียดมือของมันออกไประหว่างพวกเครูบไปยังไฟนั้น ที่อยู่ระหว่างเครูบและมันยกเอาไฟขึ้นมาส่วนหนึ่งและวางในมือของผู้ชายที่นุ่งห่มผ้าลินิน ผู้ชายคนนั้นก็รับไว้และนำมันกลับออกมา
\v 8 ข้าพเจ้าเห็นตรงที่เครูบมีบางสิ่งคล้ายมือมนุษย์อยู่ใต้ปีกทั้งหลายของพวกมัน
\s5
\p
\v 9 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมองดู และดูเถิด วงล้อสี่วงอยู่ข้างเหล่าเครูบ มีวงล้อหนึ่งวงอยู่ข้างเครูบแต่ละตน และลักษณะของบรรดาวงล้อนั้นเปล่งประกายคล้ายแร่เบริล
\v 10 ลักษณะของพวกมันดูเหมือนกันทั้งสี่วงล้อ เหมือนมีวงล้อซ้อนขวางอีกวงล้อหนึ่ง
\v 11 เมื่อวงล้อทั้งหลายเคลื่อนไป พวกมันไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่งในสี่ทิศโดยไม่ได้หันไปตามทิศที่จะไป แต่ว่าเมื่อใดก็ตามที่ศีรษะนั้นมุ่งหน้าไป พวกมันก็ตามไป พวกมันไม่ได้หันไปในทิศทางใดเลยในขณะที่พวกมันเคลื่อนไป
\s5
\p
\v 12 ทั่วร่างของพวกมัน ทั้งหลัง มือ และปีกของพวกมัน เต็มไปด้วยดวงตา และดวงตาทั้งหลายก็ปกคลุมล้อทั้งสี่เต็มไปหมดด้วย
\v 13 ขณะที่ข้าพเจ้าได้ยินเขาเรียกเหล่าวงล้อนั้นว่า "วงล้อหมุนวน"
\v 14 พวกมันแต่ละตนมีสี่หน้า หน้าที่หนึ่งเป็นหน้าเครูบ หน้าที่สองเป็นหน้ามนุษย์ หน้าที่สามเป็นหน้าสิงโต หน้าที่สี่เป็นหน้านกอินทรี
\s5
\p
\v 15 แล้วบรรดาเครูบเหล่านี้ได้ลอยขึ้น คือสิ่งมีชีวิตซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นที่ริมคลองเคบาร์
\v 16 เมื่อใดก็ตามที่เหล่าเครูบเคลื่อนไป เหล่าวงล้อที่อยู่ข้างๆ พวกมันก็เคลื่อนไปด้วย และเมื่อใดก็ตามที่เหล่าเครูบกางปีกทั้งหลายเหาะจากพื้นดิน บรรดาวงล้อก็จะไม่หมุน พวกมันนั้นก็หยุดเคียงข้างเครูบไป
\v 17 เมื่อเครูบยืนนิ่ง บรรดาวงล้อก็หยุดนิ่ง และเมื่อเครูบลอยขึ้น วงล้อทั้งหลายก็ลอยขึ้นกับพวกมันด้วย เพราะวิญญาณของสิ่งมีชีวิตนั้นอยู่ในบรรดาวงล้อ
\s5
\p
\v 18 แล้วพระสิริของพระยาห์เวห์ก็ไปจากเหนือธรณีประตูพระนิเวศและยืนเหนือเหล่าเครูบ
\v 19 เหล่าเครูบก็ได้กางปีกทั้งหลายของพวกมันและบินขึ้นและลอยจากพื้นดินในสายตาของข้าพเจ้า เมื่อพวกมันเคลื่อนออกไป และวงล้อก็กระทำอย่างเดียวกันอยู่ข้างพวกมัน พวกมันมาหยุดยืนที่ทางเข้าประตูทางทิศตะวันออกของพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และพระสิริของพระเจ้าแห่งอิสราเอลได้มาอยู่เหนือพวกมัน
\s5
\p
\v 20 สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีชีวิตซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นอยู่ใต้พระเจ้าแห่งอิสราเอลที่ริมคลองเคบาร์ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงทราบว่าพวกมันคือเหล่าเครูบ
\v 21 พวกมันแต่ละตนมีสี่หน้าและสี่ปีก และมีลักษณะเหมือนมือมนุษย์ใต้ปีกทั้งหลายของพวกมัน
\v 22 และความเหมือนของใบหน้าของพวกมัน คล้ายกับใบหน้าทั้งหลายที่ข้าพเจ้าเคยเห็นที่ริมคลองเคบาร์ และแต่ละตนมุ่งตรงไปข้างหน้า
\s5
\c 11
\p
\v 1 แล้วพระวิญญาณได้ทรงยกชูข้าพเจ้าขึ้น และนำข้าพเจ้ามายังประตูซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกของพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และ ดูเถิด มีผู้ชายยี่สิบห้าคนอยู่ตรงทางเข้าประตูนั้น ข้าพเจ้าเห็นยาอาซันยาห์บุตรชายของอัสซูร์และเปลาทียาห์บุตรชายของเบไนยาห์ ทั้งคู่เป็นผู้นำประชาชนซึ่งอยู่ท่ามกลางพวกเขา
\s5
\p
\v 2 พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ คนเหล่านี้เป็นคนที่ทำสิ่งชั่วช้าและคิดแผนชั่วในเมืองนี้
\v 3 พวกเขากำลังพูดว่า 'เวลาที่เราจะสร้างบ้านขึ้นไม่ใช่ตอนนี้ เมืองนี้เป็นเหมือนหม้อและพวกเราเป็นเหมือนเนื้อ'
\v 4 ดังนั้นจงเผยพระวจนะฟ้องเอาผิดเขาเถิด เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะเถิด"
\s5
\p
\v 5 แล้วพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ได้เสด็จมาเหนือข้าพเจ้า และพระองค์ตรัสสั่งให้ข้าพเจ้าว่า “นี่เป็นสิ่งที่พระยาห์เวห์ตรัส จงพูดว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย พวกเจ้าพูดเช่นนั้น เพราะเรารู้สิ่งความคิดทั้งหลายในใจของพวกเจ้า
\v 6 พวกเจ้าได้ฆ่าผู้คนมากมายในเมืองนี้และถนนต่างๆ เต็มไปด้วยซากศพ
\v 7 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นพวกเจ้าตรัสดังนี้ว่า ประชาชนที่พวกเจ้าได้ฆ่า ผู้ซึ่งพวกเจ้าได้ทิ้งศพเกลื่อนท่ามกลางกรุงเยรูซาเล็มคือเนื้อ และเมืองนี้คือหม้อ แต่เราจะขับไล่พวกเจ้าออกไปจากกลางเมืองนี้
\s5
\p
\v 8 พวกเจ้ากลัวดาบ ดังนั้นเราก็จะนำดาบมายังพวกเจ้า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศไว้ดังนี้
\v 9 เราจะขับไล่พวกเจ้าออกจากกลางเมืองนี้และจะมอบพวกเจ้าให้แก่คนต่างชาติ เราจะนำการตัดสินมายังพวกเจ้า
\v 10 พวกเจ้าจะล้มตายด้วยดาบ เราจะตัดสินพวกเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล ดังนั้น พวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 11 เมืองนี้จะไม่ใช่หม้อปรุงอาหารสำหรับพวกเจ้า และพวกเจ้าก็ไม่ใช่เนื้อในหม้อนี้ เราจะตัดสินพวกเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล
\v 12 แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ ผู้ซึ่งพวกเจ้าไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาบทบัญญัติของเรา แต่พวกเจ้ากลับประพฤติตามแบบอย่างของชนชาติทั้งหลายที่อยู่รายล้อมพวกเจ้า"
\s5
\p
\v 13 ขณะที่ข้าพเจ้าเผยพระวจนะอยู่ เปลาทียาห์บุตรชายของเบไนยาห์ก็สิ้นชีวิตไป ข้าพเจ้าจึงก้มหน้าลงและร้องเสียงดังว่า "โอ ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะทรงทำลายล้างชนอิสราเอลที่เหลืออยู่นี้เสียสิ้นเลยหรือ?"
\s5
\p
\v 14 พระดำรัสของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า
\v 15 "เจ้าบุตรมนุษย์ พี่น้องของพวกเจ้า พี่น้องของพวกเจ้า ผู้คนในพงศ์พันธุ์ของพวกเจ้าและพงศ์พันธุ์ทั้งสิ้นของอิสราเอลพวกเขาทุกคนเป็นผู้ที่คนเหล่านั้นที่อาศัยในกรุงเยรูซาเล็มกล่าวถึงว่า 'พวกเขาห่างไกลจากพระยาห์เวห์ ดินแดนนี้จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเรา'
\s5
\p
\v 16 "ดังนั้น จงกล่าวว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ถึงแม้เราขับไล่พวกเขาไปไกลๆ ไปอยู่ในหมู่ชนชาติต่างๆ และทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปสู่นานาประเทศ แต่อีกไม่นานเราก็จะเป็นสถานนมัสการสำหรับพวกเขาในประเทศที่เขาไปนั้น'
\v 17 ดังนั้นจงกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะรวบรวมพวกเจ้าจากดินแดนที่พวกเจ้ากระจัดกระจายไปนั้น และเราจะยกดินแดนอิสราเอลให้เจ้า'
\v 18 แล้วพวกเขาจะไปยังที่นั่นและกำจัดทุกสิ่งน่ารังเกียจและทุกสิ่งที่น่าชิงชังจากสถานที่แห่งนั้น
\s5
\p
\v 19 เราจะให้พวกเขามีใจเดียว และเราจะใส่จิตวิญญาณใหม่ให้พวกเขา เราจะเอาใจหินออกไปจากเนื้อของพวกเขาและให้ใจเนื้อแก่พวกเขา
\v 20 เพื่อว่าพวกเขาจะดำเนินชีวิตในพระบัญญัติของเรา พวกเขาจะรักษาและทำตามกฎเกณฑ์ของเราและจะปฏิบัติตาม แล้วพวกเขาก็จะเป็นประชาชนของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา
\v 21 แต่ส่วนผู้ที่เดินไปด้วยตามความปรารถนามุ่งไปยังสิ่งน่ารังเกียจและสิ่งที่น่าชิงชัง เราจะตอบแทนให้สาสมกับที่พวกเขาทำลงไป พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศไว้ดังนี้"
\s5
\p
\v 22 เครูบก็ได้ยกปีกทั้งหลายของพวกมันขึ้นและวงล้ออยู่ข้างๆ พวกมัน และพระสิริของพระเจ้าแห่งอิสราเอลอยู่เหนือเหล่าเครูบ
\v 23 พระสิริของพระยาห์เวห์ได้เคลื่อนขึ้นจากกลางเมืองนั้น และหยุดนิ่งอยู่เหนือภูเขาด้านตะวันออกของเมือง
\s5
\p
\v 24 พระวิญญาณทรงยกข้าพเจ้าขึ้น และพาข้าพเจ้ากลับมายังเหล่าเชลยในคาลเดีย ในนิมิตซึ่งพระวิญญาณของพระเจ้าและนิมิตที่ข้าพเจ้าเห็นก็ขึ้นไปจากข้าพเจ้า
\v 25 แล้วข้าพเจ้าจึงแจ้งทุกสิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าได้เห็น ให้บรรดาเชลยทั้งสิ้นฟัง
\s5
\c 12
\p
\v 1 พระดำรัสของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า กล่าวว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าอาศัยอยู่ท่ามกลางพงศ์พันธุ์กบฏ ที่ซึ่งพวกเขามีตาเพื่อมองเห็นแต่พวกเขากลับมองไม่เห็น และที่ซึ่งพวกเขามีหูเพื่อได้ยินแต่ไม่ได้ฟัง เพราะพวกเขาเป็นพงศ์พันธ์ุกบฏ
\s5
\p
\v 3 ดังนั้นสำหรับเจ้า บุตรมนุษย์ จงเก็บข้าวของเตรียมตัวสำหรับการเนรเทศและเริ่มออกไปในเวลากลางวันให้พวกเขาเห็น เพราะเราจะเนรเทศเจ้าให้พวกเขาเห็น จากที่ที่เจ้าอยู่ไปยังอีกที่หนึ่ง เผื่อบางทีพวกเขาจะเริ่มที่จะมองเห็น แม้พวกเขาจะเป็นพงศ์พันธุ์กบฏ
\s5
\p
\v 4 เจ้าจะนำสิ่งของสัมภาระของเจ้าไปด้วยเพื่อเป็นเชลยในเวลากลางวันให้พวกเขาเห็น และในตอนเย็นให้พวกเขาเห็นเป็นเหมือนคนที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย
\v 5 จงเจาะช่องที่กำแพงให้พวกเขาเห็น และจงลอดกำแพงไป
\v 6 จงหอบสัมภาระขึ้นบ่าของเจ้าและแบกไปในความมืดให้พวกเขาเห็น จงปิดหน้าเจ้าไว้เพื่อเจ้าจะมองไม่เห็นดินแดน เพราะเราทำให้เจ้าเป็นหมายสำคัญแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล"
\s5
\p
\v 7 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงปฏิบัติสิ่งนี้ตามที่ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชา ข้าพเจ้าได้นำข้าวของออกมาเตรียมสำหรับการตกเป็นเชลยในตอนกลางวัน และในตอนเย็นข้าพเจ้าเจาะกำแพงด้วยมือ ข้าพเจ้าก็ได้หอบสัมภาระใส่บ่าแบกออกไปให้พวกเขาเห็น
\s5
\p
\v 8 แล้วพระดำรัสของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้าในเช้าวันรุ่งขึ้น กล่าวว่า
\v 9 "เจ้าบุตรมนุษย์ พงศ์พันธุ์อิสราเอลที่ชอบกบฏถามเจ้าไม่ใช่หรือว่า ‘เจ้ากำลังทำอะไร?'
\v 10 จงบอกพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า การกระทำกิจเผยพระวจนะนี้เกี่ยวกับเจ้าเมืองคนนั้นในกรุงเยรูซาเล็มกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลท่ามกลางพวกเขาทั้งปวงที่นั่น'
\s5
\p
\v 11 จงกล่าวว่า 'ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญสำหรับพวกท่าน ดังที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว ดังนั้นสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาจะถูกกวาดต้อนไปและตกไปเป็นเชลย
\v 12 เจ้าเมืองทั้งหลายในหมู่พวกเขาจะหอบข้าวของใส่บ่ายามมืดค่ำ และจะออกไปทางกำแพง พวกเขาจะขุดทะลุกำแพงและหอบข้าวของของพวกเขาไป เขาจะคลุมหน้าไว้เพื่อเขาจะมองไม่เห็นดินแดนด้วยดวงตาของเขา
\v 13 เราจะกางตาข่ายดักเขาและเขาจะติดกับของเรา แล้วเราจะนำเขาไปยังบาบิโลนดินแดนแห่งชาวเคลเดีย แต่เขาจะไม่ได้เห็นมัน เขาจะตายที่นั่น
\s5
\p
\v 14 เราจะกระจัดกระจายคนทั้งปวงที่อยู่รอบตัวเขาด้วย ซึ่งเป็นผู้ช่วยเขาและเป็นกองทัพทั้งหมดของเขาไปในทุกทิศทาง และเราจะส่งดาบมารุกไล่พวกเขา
\v 15 แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเรากระจายพวกเขาไปท่ามกลางชนชาติต่างๆ และทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปยังดินแดนต่างๆ
\v 16 แต่เราจะไว้ชีวิตพวกเขาบางคนท่ามกลางพวกเขาให้รอดจากคมดาบ การกันดารอาหาร และโรคระบาด เพื่อว่าพวกเขาจะสำนึกถึงการกระทำอันน่าชิงชังทั้งหมดของพวกเขาในดินแดนที่ซึ่งเราได้เอาไปจากพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\p
\v 17 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า กล่าวว่า
\v 18 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงกินอาหารของเจ้าด้วยความกลัวตัวสั่น และจงดื่มน้ำของเจ้าด้วยความสั่นสะท้านและความกังวล
\s5
\p
\v 19 แล้วจงกล่าวแก่ประชาชนในดินแดนนั้นว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสเกี่ยวกับบรรดาผู้อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มและในดินแดนอิสราเอล "พวกเขาจะกินอาหารด้วยตัวสั่นและดื่มน้ำขณะสั่นสะท้าน เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดินแดนนั้นจะถูกปล้นเอาไป เพราะความรุนแรงของบรรดาคนทั้งปวงที่อาศัยอยู่ที่นั่น
\v 20 เพราะฉะนั้นเมืองทั้งหลายที่มีคนอาศัยอยู่จะถูกทอดทิ้งและแผ่นดินจะรกร้าง เพื่อเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'""
\s5
\p
\v 21 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้าอีกครั้ง กล่าวว่า
\v 22 "เจ้าบุตรมนุษย์ นี่เป็นสุภาษิตที่พวกเจ้ามีอยู่ในดินแดนอิสราเอลที่ว่า 'วันเหล่านั้นก็ได้ไกลออกไป และนิมิตทุกเรื่องก็ล้มเหลว’?
\v 23 ดังนั้น จงกล่าวแก่คนทั้งหลายว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เรากำลังจะให้สุภาษิตบทนี้สิ้นสุดเสียที และประชาชนแห่งอิสราเอลจะไม่ใช้สุภาษิตนี้อีกต่อไป' จงกล่าวแก่พวกเขาว่า 'วันเวลาที่ทุกนิมิตจะเป็นจริงใกล้เข้ามาแล้ว
\s5
\p
\v 24 เพราะจะไม่มีนิมิตเท็จหรือคำทำนายประจบประแจงในพงศ์พันธ์ุอิสราเอลอีกต่อไป
\v 25 เพราะเราเป็นพระยาห์เวห์ เราพูดและเราดำเนินในถ้อยคำทั้งหลายที่เราพูด สิ่งนี้จะไม่ล่าช้าอีกต่อไป เพราะเราจะพูดข้อความนี้ในวันทั้งหลายของเจ้าว่า พงศ์พันธุ์ที่กบฏ และเราจะทำสิ่งที่เราพูดไว้ สิ่งนี้คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 26 อีกครั้งที่พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า กล่าวว่า
\v 27 "เจ้าบุตรมนุษย์ ดูเถิด พงศ์พันธุ์อิสราเอลได้กล่าวว่า 'นิมิตที่เขาเห็นเป็นเรื่องอีกหลายวันนับจากตอนนี้ และเขาเผยพระวจนะถึงเรื่องอนาคตที่ยังไกลออกไป'
\v 28 ดังนั้นจงบอกพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ถ้อยคำของเราจะไม่ล่าช้าอีกต่อไป แต่ถ้อยคำที่เราได้พูดไว้จะถูกทำให้สำเร็จ สิ่งนี้คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\c 13
\p
\v 1 อีกครั้งที่พระดำรัสของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า กล่าวว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะฟ้องเอาผิดบรรดาผู้เผยพระวจนะซึ่งกำลังเผยพระวจนะในอิสราเอล และจงกล่าวกับคนเหล่านั้นที่กำลังเผยพระวจนะตามความคิดฝันของตนว่า 'จงฟังพระดำรัสของพระยาห์เวห์
\v 3 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า พินาศแก่เหล่าผู้เผยพระวจนะที่โง่เขลา ซึ่งทำตามใจของพวกเขาเองโดยไม่ได้เห็นอะไร
\v 4 อิสราเอลเอ๋ย พวกผู้เผยพระวจนะของพวกเจ้าเหมือนฝูงหมาไนที่อยู่ท่ามกลางกองปรักหักพัง
\s5
\p
\v 5 พวกเจ้าไม่ได้ปีนขึ้นไปซ่อมรอยแยกในกำแพงของพงศ์พันธุ์อิสราเอล เพื่อมันจะได้สกัดกั้นในสงครามในวันของพระยาห์เวห์
\v 6 ผู้คนมีนิมิตเท็จและคำทำนายเท็จ เขาเหล่านั้นพูดว่า"ประกาศของพระยาห์เวห์เป็นเช่นนั้นเช่นนี้" ทั้งๆ ที่พระยาห์เวห์ไม่ได้ใช้พวกเขาเลย ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังให้คนทั้งหลายคาดหวังว่าถ้อยคำของพวกเขานั้นจะเป็นจริง
\v 7 พวกเจ้าไม่ได้เห็นนิมิตเท็จและกล่าวคำทำนายเท็จ เมื่อพวกเจ้าพูดว่า "พระยาห์เวห์ประกาศว่าเช่นนั้นเช่นนี้" ทั้งๆ ที่เราไม่ได้พูดเลยหรือ?'
\s5
\p
\v 8 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เพราะว่าพวกเจ้าได้มีนิมิตเท็จและได้กล่าวมุสา ดังนั้นนี่คือประกาศต่อสู้พวกเจ้าของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 9 มือของเราจะต่อสู้กับบรรดาผู้เผยพระวจนะที่เห็นนิมิตเท็จและกล่าวคำทำนายเท็จ พวกเขาจะไม่ได้เข้าร่วมในที่ชุมนุนประชาชนของเราหรือขึ้นทะเบียนสำมะโนครัวพงศ์พันธุ์อิสราเอล เพราะพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 10 เพราะเหตุนี้ และเพราะพวกเขาชักจูงประชาชนของเราให้หลงเตลิดไปและกล่าวว่า "สันติสุข" ทั้งๆ ที่ไม่มีสันติสุข พวกเขาสร้างกำแพงที่ซึ่งพวกเขาจะฉาบปูนขาวทับ'
\v 11 จงบอกผู้ฉาบปูนขาวที่กำแพงเหล่านั้นว่า 'กำแพงนั้นจะล้มลง จะมีฝนตกลงมาห่าใหญ่ และเราจะส่งลูกเห็บซัดกระหน่ำลงมาเพื่อทำให้มันล้มลง และพายุกล้าพัดโหมเพื่อทลายกำแพงลง
\v 12 ดูเถิด กำแพงจะทลายครืนลง คนอื่นๆ จะไม่ถามพวกเจ้าหรือว่า "ไหนล่ะปูนขาวที่พวกท่านฉาบทับ?"
\s5
\p
\v 13 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะปล่อยพายุใหญ่มาด้วยความเดือดดาลของเรา ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักด้วยโทสะของเรา และลูกเห็บด้วยความเดือดดาลของเราจะทำลายมันจนสิ้นซาก
\v 14 เพราะเราจะพังกำแพงซึ่งพวกเจ้าได้ฉาบปูนขาวทับไว้ และเราจะทำลายมันลงกับพื้นจนมองเห็นฐานรากของมัน ดังนั้นมันจะล้มลง และพวกเจ้าจะถูกทำลายอยู่ภายในกำแพงนั้น แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 15 เพราะเราจะทำลายกำแพงด้วยความโกรธของเรา และแก่คนเหล่านั้นที่ฉาบมันไว้ด้วยปูนขาว เราจะกล่าวแก่พวกเจ้าว่า "กำแพงไม่มีอีกต่อไปแล้ว และพวกคนทั้งหลายที่ฉาบปูนขาวก็ไม่มีอีกต่อไปเช่นกัน
\v 16 บรรดาผู้เผยพระวจนะของอิสราเอลซึ่งได้เผยพระวจนะเกี่ยวกับกรุงเยรูซาเล็มและเห็นนิมิตแห่งสันติสุขในกรุงเยรูซาเล็ม ทั้งๆ ที่ไม่มีสันติสุขเลย พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น"'
\s5
\p
\v 17 ดังนั้น เจ้าบุตรมนุษย์ จงตั้งตนเป็นศัตรูกับบรรดาบุตรีของชนชาติของพวกเจ้า ผู้ซึ่งเผยพระวจนะตามจินตนาการของพวกเขา จงเผยพระวจนะต่อต้านพวกเขา
\v 18 และกล่าวว่า 'นี่เป็นประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าว่า พินาศแก่หญิงที่เย็บเครื่องรางของขลังเพื่อไว้รัดข้อมือทุกคน และทำผ้าคลุมศีรษะของพวกเขาขนาดต่างๆ เพื่อดักล่อประชาชน พวกเจ้าจะล่อลวงชีวิตประชาชนของเราไปติดกับแต่สงวนชีวิตของตนเองไว้หรือ?
\s5
\p
\v 19 พวกเจ้าได้ดูหมิ่นเหยียดหยามเราในหมู่ประชาชนเพราะเห็นแก่ข้าวบาร์เลย์เพียงสองสามกำมือกับเศษขนมปัง เพื่อฆ่าเหล่าประชากรของเราที่ไม่สมควรตายและไว้ชีวิตคนที่ไม่สมควรอยู่ต่อไป เพราะการโกหกของพวกเจ้าต่อประชากรของเรา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ฟังคำเท็จของพวกเจ้า
\s5
\p
\v 20 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราต่อต้านกับเครื่องรางของขลังต่างๆ ที่พวกเจ้าใช้ดักล่อชีวิตของประชาชนไว้เหมือนดักนก แน่ล่ะ เราจะฉีกเครื่องรางของขลังออกจากแขนของพวกเจ้า และจากประชาชนซึ่งพวกเจ้าได้ดักไว้เหมือนดักนกให้พวกเขาเป็นอิสระ
\v 21 เราจะฉีกผ้าคลุมศีรษะของพวกเจ้าออก และช่วยกู้ประชากรของเราให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกเจ้า พวกเขาจะไม่ตกเป็นเหยื่ออยู่ในอำนาจของพวกเจ้าอีกต่อไป แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 22 เพราะพวกเจ้าบั่นทอนกำลังใจของผู้เที่ยงธรรมโดยคำโกหก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ประสงค์การบั่นทอนของเขา และเพราะพวกเจ้าสนับสนุนการกระทำของคนชั่ว ดังนั้นเขาจะไม่กลับใจจากทางของเขาเพื่อจะรักษาชีวิตของเขา
\v 23 ดังนั้นพวกเจ้าจะไม่ได้เห็นนิมิตเท็จหรือทำนายได้อีก เพราะเราจะช่วยกู้ประชาชนของเราให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\c 14
\p
\v 1 ผู้อาวุโสของอิสราเอลบางคนเข้ามาหาข้าพเจ้าและมานั่งอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้า
\v 2 แล้วพระดำรัสจากพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 3 "เจ้าบุตรมนุษย์ คนเหล่านี้ได้เทิดทูนรูปเคารพอยู่ในใจของพวกเขาและได้วางสิ่งชั่วร้ายซึ่งทำให้สะดุดไว้ตรงหน้าพวกเขาเอง ควรหรือที่เราจะยอมให้พวกเขามาสอบถามอะไรจากเรา?
\s5
\p
\v 4 ดังนั้นจงประกาศสิ่งนี้แก่พวกเขาและจงบอกพวกเขาเถิดว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เมื่อพวกคนอิสราเอลคนใดเทิดทูนรูปเคารพต่างๆ ไว้ในใจของเขา หรือผู้ใดวางสิ่งชั่วร้ายซึ่งทำให้สะดุดไว้ตรงหน้าแล้วยังมาหาผู้เผยพระวจนะ เรา ยาห์เวห์จะตอบเขาเองเกี่ยวกับรูปเคารพมากมายของเขา
\v 5 เราจะทำเช่นนี้ เพื่อเราจะนำจิตใจของพงศ์พันธ์ุอิสราเอลที่ถูกต้อนไปไกลจากเราเนื่องจากรูปเคารพของพวกเขานั้นกลับคืนมา'
\s5
\p
\v 6 ดังนั้นจงกล่าวแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า จงกลับใจใหม่และจงหันจากรูปเคารพต่างๆ และหันหน้าของพวกเจ้ากลับมาจากทุกอย่างที่น่าเกลียดชังของพวกเจ้า
\s5
\p
\v 7 เพราะทุกคนที่มาจากพงศ์พันธ์ุอิสราเอลและพวกคนต่างชาติทุกคนที่มาอาศัยอยู่ในอิสราเอลคนใดแยกตัวจากเรา และเทิดทูนรูปเคารพไว้ในใจของเขา ทั้งวางสิ่งชั่วร้ายซึ่งทำให้สะดุดไว้ตรงหน้าของเขา แล้วไปหาผู้เผยพระวจนะเพื่อสอบถามอะไรจากเรา เรา ยาห์เวห์จะตอบเขาเอง
\v 8 ดังนั้นเราจะตั้งตนเป็นศัตรูกับเขา ทำให้เขาเป็นหมายสำคัญ และเป็นคำสุภาษิต เพราะเราจะตัดเขาออกจากท่ามกลางประชาชนของเรา เมื่อนั้นพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 9 หากผู้เผยพระวจนะคนนั้นหลอกลวงและพูดข้อความใดๆ แล้วเราผู้เป็นพระยาห์เวห์จะหลอกลวงผู้เผยพระวจนะคนนั้น เราจะเหยียดมือออกต่อต้านและทำลายล้างเขาไปจากท่ามกลางประชาชนอิสราเอลของเรา
\v 10 พวกเขาจะต้องรับโทษของพวกเขา โทษของผู้เผยพระวจนะก็จะเป็นเช่นเดียวกับคนที่มาปรึกษาเขา
\v 11 ด้วยเหตุนี้เอง พงศ์พันธ์ุอิสราเอลจะไม่หนีจากการติดตามเราอีกต่อไป ทั้งจะไม่ปล่อยตัวให้เป็นมลทินทั้งปวงอีกต่อไปโดยการละเมิดของพวกเขาทั้งหมด พวกเขาจะเป็นประชาชนของเราและเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา สิ่งนี้คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 12 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 13 "เจ้าบุตรมนุษย์ หากดินแดนหนึ่งทำบาปโดยไม่ซื่อสัตย์ต่อเรา และเราเหยียดมือของเราออกลงโทษโดยตัดแหล่งอาหารของเขา และส่งการกันดารอาหารมาคร่าชีวิตของคนและสัตว์
\v 14 หากแม้คนทั้งสามนี้เป็น โนอาห์ ดาเนียล และโยบอยู่ในดินแดนนั้นด้วย พวกเขาก็เพียงแต่ช่วยกู้ตัวเองให้รอดโดยความชอบธรรมของพวกเขาเท่านั้น สิ่งนี้คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 15 หากเราส่งบรรดาสัตว์ป่ามาทั่วดินแดนนั้นและให้พวกมันคร่าชีวิตผู้คนจนกลายเป็นถิ่นร้าง เพื่อที่จะไม่มีใครกล้าสัญจรไปมาเพราะสัตว์ร้ายนั้น
\v 16 แม้แต่คนทั้งสามนี้อยู่ที่นั่น ถ้าเรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใดพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า เขาก็ไม่สามารถช่วยบุตรชายบุตรหญิงของพวกเขาเองได้ฉันนั้น พวกเขาจะช่วยกู้ได้แต่ชีวิตพวกเขาเองเท่านั้น ส่วนดินแดนนั้นจะถูกทิ้งร้างไป
\s5
\p
\v 17 หรือหากเรานำดาบมาฟาดฟันดินแดนนั้นและกล่าวว่า 'ให้ดาบกวัดแกว่งไปทั่วดินแดนนั้น และฆ่าทั้งคนและสัตว์'
\v 18 แล้วหากเรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด แม้คนทั้งสามนั้นอยู่ที่นั่นด้วย พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า เขาก็ไม่สามารถช่วยบุตรชายบุตรหญิงของพวกเขาเอง พวกเขาจะช่วยกู้ได้แต่ชีวิตพวกเขาเองเท่านั้น
\s5
\p
\v 19 หรือหากเราส่งโรคระบาดมาจัดการดินแดนนั้น และระบายโทสะของเราออกเหนือแผ่นดินนั้นด้วยการนองเลือด โดยการเข่นฆ่าผู้คนและสัตว์ให้ล้มตาย
\v 20 หากแม้ถ้าเรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด แม้โนอาห์ ดาเนียล และโยบอยู่ที่นั่นด้วย พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยชีวิตบุตรชายบุตรหญิงของพวกเขาได้ฉันนั้น พวกเขาจะช่วยกู้ได้แต่ชีวิตพวกเขาเองโดยความเที่ยงธรรมของพวกเขาเท่านั้น
\s5
\p
\v 21 เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะทำให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นโดยการส่งโทษทัณฑ์ทั้งสี่ประการของเราคือ การกันดารอาหาร สงคราม สัตว์ร้าย และโรคระบาด มายังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อเข่นฆ่าทั้งคนและสัตว์จากเมืองนั้น
\s5
\p
\v 22 แต่ดูเถิด จะยังมีผู้รอดชีวิตอยู่ในเมืองบ้าง ผู้ซึ่งจะไปกับบุตรชายและบุตรหญิงของเขา ดูเถิด พวกเขาจะมาหาพวกเจ้า และพวกเจ้าจะเห็นความประพฤติ และการกระทำทั้งหลายของพวกเขา และพวกเจ้าจะใจชื้นขึ้นกับการลงโทษที่เรานำมาสู่กรุงเยรูซาเล็ม และทุกสิ่งนอกจากนี้ที่เราส่งมาสู้กับดินแดนนี้
\v 23 ผู้รอดชีวิตจะทำให้พวกเจ้าจะใจชื้นขึ้นเมื่อพวกเจ้าเห็นความประพฤติและการกระทำทั้งหลายของพวกเขา ดังนั้นพวกเจ้าจะรู้ว่าทุกสิ่งที่เราได้กระทำต่อเมืองนี้ เราไม่ได้ทำลงไปโดยเปล่าประโยชน์ นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 15
\p
\v 1 แล้วพระดำรัสของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 “เจ้าบุตรมนุษย์ ไม้เถาองุ่นมีอะไรดีกว่ากิ่งก้านของต้นไม้ใดๆในป่าหรือ?
\v 3 ผู้คนนำไม้จากต้นองุ่นไปทำชิ้นงานอะไรได้หรือ? หรือคนนำไม้จากมันไปทำขอสำหรับแขวนภาชนะได้หรือ?
\v 4 นึกดู หากโยนลงไปในไฟเป็นเชื้อเพลิง และหากไฟเผาปลายทั้งสองข้าง และลุกไหม้ตรงกลางแล้ว มันจะใช้ประโยชน์อะไรได้?
\s5
\p
\v 5 ดูสิ เมื่อมันถูกไฟไหม้ มันก็ทำประโยชน์อะไรไม่ได้ แน่ล่ะ เมื่อถูกไฟเผาแล้ว มันก็ยิ่งไม่มีประโยชน์ใดๆ
\v 6 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราโยนไม้ของต้นองุ่นซึ่งอยู่ในหมู่ต้นไม้ในป่าต่างๆ เป็นเชื้อไฟฉันใด เราก็จะปฏิบัติต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มฉันนั้น
\s5
\p
\v 7 เพราะเราจะตั้งตนเป็นศัตรูกับพวกเขา แม้พวกเขาจะตะเกียกตะกายหนีออกมาจากไฟ แต่ไฟก็ยังจะเผาผลาญพวกเขาอยู่ ดังนั้นเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราตั้งตนเป็นศัตรูกับพวกเขา
\v 8 แล้วเราจะทำให้ดินแดนนั้นถูกทิ้งร้าง เพราะพวกเขาทำผิดบาป นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 16
\p
\v 1 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงบอกกรุงเยรูซาเล็มเกี่ยวกับเรื่องการกระทำอันน่าชิงชังของเธอ
\v 3 และจงประกาศว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสเรื่องนี้แก่กรุงเยรูซาเล็มว่า การเริ่มต้นและการกำเนิดของเจ้าได้เกิดขึ้นที่ดินแดนของคนคานาอัน บิดาของเจ้าเป็นชาวอาโมไรต์และมารดาของเจ้าเป็นชาวฮิตไทต์
\s5
\p
\v 4 ในวันที่เจ้าเกิดมา มารดาของเจ้าไม่ได้ตัดสายสะดือให้ และนางก็ไม่ได้อาบน้ำและถูเจ้าให้สะอาดด้วยเกลือหรือเอาผ้าอ้อมพันให้เจ้า
\v 5 ไม่มีใครเหลียวแลสงสารเจ้า หรือเมตตาพอที่จะทำสิ่งเหล่านี้ให้เจ้า เพื่อแสดงความเมตตาต่อเจ้า ในวันที่เจ้าเกิดมา ชีวิตของเจ้าก็เป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ เจ้าถูกทิ้งไว้กลางทุ่งโล่ง
\s5
\p
\v 6 แต่เราได้ผ่านมาใกล้เจ้าและเราเห็นเจ้าดิ้นบิดตัวไปมาในกองเลือดของเจ้า ดังนั้นเราจึงพูดกับเจ้าในกองเลือดว่า "มีชีวิต" เราจึงพูดกับเจ้าในกองเลือดว่า "มีชีวิต"
\v 7 เราได้ทำให้เจ้าเติบโตเหมือนอย่างพืชในท้องทุ่ง เจ้าก็ได้เจริญวัยและได้โตขึ้น และเจ้าเป็นเหมือนอัญมณีแห่งอัญมณีทั้งหลาย ทรวงอกของเจ้าเต่งตึงขึ้น และผมก็ยาวหนาขึ้น แต่เจ้าก็ยังล่อนจ้อนและเปลือยอยู่
\s5
\p
\v 8 ต่อมาเมื่อเราได้ผ่านไปอีกและมองดูเจ้า ก็เห็นว่าเจ้าโตพอที่จะมีความรักได้แล้ว ดังนั้นเราจึงคลี่เสื้อคลุมของเราคลุมกายเจ้า และปกปิดความเปล่าเปลือยของเจ้าไว้ แล้วเราได้ให้คำปฏิญาณและทำพันธสัญญากับเจ้า นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า และเจ้าจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของเรา
\s5
\p
\v 9 ดังนั้นเราได้อาบน้ำให้เจ้า และล้างเลือดจากตัวเจ้าและเราเอาน้ำมันชโลมให้เจ้า
\v 10 เราได้นำชุดปักและรองเท้าหนังสวมเท้าของเจ้า เราหุ้มเจ้าด้วยผ้าลินินเนื้อดี และคลุมกายเจ้าด้วยผ้าไหม
\v 11 ต่อมาเราได้ตกแต่งเจ้าด้วยเพชรนิลจินดา และเราสวมกำไลมือบนมือของเจ้า และสร้อยคอรอบคอของเจ้า
\v 12 เราได้ใส่ห่วงจมูกที่รูจมูกของเจ้า และตุ้มหูที่หูของเจ้า และสวมมงกุฎงามให้บนศีรษะของเจ้า
\s5
\p
\v 13 ดังนั้นเจ้าจึงถูกประดับด้วยทองคำและเงิน และเจ้าถูกแต่งตัวด้วยผ้าลินินเนื้อดี ผ้าไหม และผ้าปัก เจ้าได้รับประทานแป้งเนื้อละเอียด น้ำผึ้ง และน้ำมัน และเจ้าได้กลายเป็นคนสวยงามมาก และเจ้าได้กลายเป็นราชินี
\v 14 ชื่อเสียงของเจ้าก็เลื่องลือไปในหมู่ชนชาติเนื่องด้วยความสวยงามของเจ้า เพราะสง่าสมบูรณ์แบบที่เรามอบให้แก่เจ้านั้นทำให้เจ้างามเพียบพร้อม นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 15 แต่ว่าเจ้าได้วางใจในความงามของตัวเจ้าเอง และเจ้าได้ประพฤติตัวเหมือนหญิงโสเภณีจากการใช้ชื่อเสียงของเจ้า เจ้าได้โปรยเสน่ห์ให้ทุกคนที่ผ่านไปมา ดังนั้นความสวยงามของเจ้าก็ได้ตกเป็นของเขา
\v 16 แล้วเจ้าได้เอาเสื้อผ้าของเจ้าไปทำให้สถานสูงสวยงามด้วยสีสันต่างๆ และที่นั่นเจ้าได้ประพฤติตัวเหมือนหญิงโสเภณี สิ่งเหล่านี้ไม่น่าเกิดขึ้นและไม่น่ามีอยู่เลย
\s5
\p
\v 17 เจ้ายังได้เอาเพชรนิลจินดาชั้นเลิศ และเครื่องประดับทองคำและเงินที่เราได้มอบให้เจ้า และเจ้าทำตัวของเจ้าเองสำหรับล่อพวกผู้ชาย และปฏิบัติตัวกับพวกเขาเหมือนหญิงโสเภณีได้ทำ
\v 18 เจ้าได้นำผ้าปักของเจ้าและสวมให้พวกเขา และเจ้าได้เอาน้ำมันกับเครื่องหอมของเราไปวางไว้ต่อหน้าพวกเขา
\v 19 อาหารที่เราได้ให้เจ้า ทำด้วยแป้งอย่างดี น้ำมัน และน้ำผึ้ง เจ้าก็ได้เอาเครื่องหอมวางไว้ต่อหน้าพวกเขา เพราะนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 20 แล้วเจ้าถึงกับจับบุตรชายบุตรหญิงที่เจ้าคลอดออกมา และเราได้ทำการถวายบูชาพวกเขาเพื่อเป็นอาหารแก่รูปเคารพต่างๆ การที่เจ้าประพฤติตัวเหมือนหญิงโสเภณีเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือ?
\v 21 เจ้าได้ฆ่าลูกๆ ของเราและเผาพวกเขาในกองไฟ
\v 22 ตลอดการกระทำอันน่าชิงชังและการแพศยานอกใจของเจ้า เจ้าไม่ได้คิดถึงวัยเยาว์ของเจ้า เมื่อเจ้าเปล่าเปลือยและตัวล่อนจ้อนและดิ้นไปดิ้นมาอยู่ในกองเลือดของเจ้า
\s5
\p
\v 23 พินาศ พินาศจงมีแก่เจ้า นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า นอกเหนือจากความชั่วร้ายทั้งหมดของเจ้าแล้ว
\v 24 เจ้ายังได้สร้างที่พำนักให้กับตัวเองในที่สาธารณะทุกแห่ง
\s5
\p
\v 25 เจ้าได้สร้างสถานสูงของเจ้าไว้ที่หัวถนนทุกสาย และทำให้ความงามของเจ้าลดค่าลง เพราะเจ้าได้พลีกายให้ทุกคนที่ผ่านไปมาด้วยความสำส่อนมากยิ่งขึ้น
\v 26 เจ้าทำตัวเหมือนหญิงโสเภณีกับชาวอียิปต์ เพื่อนบ้านผู้มากด้วยราคะ และเจ้าได้ทำตัวแพศยามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการยั่วโทสะของเรา
\s5
\p
\v 27 ดูเถิด เราจะตีเจ้าด้วยมือของเรา และตัดอาหารของเจ้า เราจะมอบชีวิตของเจ้าให้แก่พวกศัตรูของเจ้า คือบรรดาบุตรหญิงของชาวฟีลิสเตีย ผู้ซึ่งตกตะลึงละอายใจในความประพฤติอันต่ำทรามของเจ้า
\v 28 เจ้าทำตัวเหมือนหญิงโสเภณีกับชาวอัสซีเรียเพราะเจ้าไม่อิ่มในกาม เจ้าทำตัวเหมือนหญิงโสเภณีและก็ยังไม่หนำใจ
\v 29 เจ้าก็ทวีความสำส่อนเหมือนหญิงโสเภณีมากยิ่งขึ้น ในดินแดนแห่งพ่อค้าวาณิชคาลเดีย แต่ถึงขนาดนี้แล้วเจ้าก็ยังไม่หนำใจ
\s5
\p
\v 30 ทำไมจิตใจของเจ้าถึงผิดปกติเช่นนี้ นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เจ้าได้ทำสิ่งต่างๆ ทั้งหมดนี้ถึงเพียงนี้ ที่ทำตัวเป็นหญิงแพศยาที่ไม่มียางอายเช่นนี้หรือ?
\v 31 เจ้าได้สร้างสถานสูงต่างๆ ไว้ที่หัวถนนทุกแห่งและที่พำนักในที่สาธารณะทุกแห่ง กระนั้นเจ้ายังไม่เหมือนกับหญิงโสเภณีเพราะเจ้าปฏิเสธค่าจ้าง
\s5
\p
\v 32 เจ้าคือหญิงผิดประเวณี เจ้าชื่นชอบคนแปลกหน้ายิ่งกว่าสามีของเจ้าเอง
\v 33 หญิงโสเภณีทุกคนได้รับค่าจ้าง แต่เจ้าให้ค่าจ้างแก่ชู้รักทั้งปวง ให้สินบนจ้างเขามาหาเจ้าจากทุกหนทุกแห่ง เพื่อการกระทำแพศยาของเจ้า
\v 34 ดังนั้นมีความแตกต่างระหว่างเจ้ากับหญิงอื่นๆ เพราะไม่มีใครไปหาเจ้าเพื่อจะขอเจ้าหลับนอนกับพวกเขา เจ้ายอมจ่ายค่าจ้าง แต่ไม่ได้อะไรตอบแทน
\s5
\p
\v 35 ฉะนั้น หญิงแพศยาเอ๋ย จงฟังพระดำรัสของพระยาห์เวห์
\v 36 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เนื่องจากเจ้าโปรยหว่านราคะตัณหา และเผยของสงวนของเจ้าโดยการสำส่อนกับชู้รักทั้งหลายและรูปเคารพอันน่าชิงชังทั้งหลายของเจ้า และเพราะเลือดลูกๆ ของเจ้าที่เจ้าได้ให้แก่รูปเคารพเหล่านั้นของเจ้า
\v 37 ดังนั้น ดูเถิด เราจะรวบรวมชู้รักทุกคนที่เจ้าพบ ทุกคนที่เจ้ารักและผู้ที่เจ้าเกลียด และเราจะรวบรวมพวกเขาจากทุกด้านมาเล่นงานเจ้า เราจะเปิดเผยความเปลือยเปล่าของเจ้าต่อพวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะเห็นความเปลือยเปล่าทั้งหมดของเจ้า
\s5
\p
\v 38 เพราะเราจะตัดสินลงโทษเจ้าในฐานะผู้หญิงที่ล่วงประเวณีและทำให้หลั่งเลือด และเราจะนำการโชกเลือดด้วยพระพิโรธและความหึงหวงของเรามายังเจ้า
\v 39 เราจะมอบเจ้าไว้ในมือของพวกเขาดังนั้นพวกเขาจะพังที่พำนักของเจ้าและทำลายสถานสูงของเจ้า และพวกเขาจะฉีกเสื้อผ้าของเจ้าออก และเอาเครื่องประดับทั้งหมดของเจ้าไป พวกเขาจะทิ้งเจ้าไว้ให้เปลือยเปล่าและล่อนจ้อน
\s5
\p
\v 40 แล้วพวกเขาจะยกขบวนมาสู้กับเจ้าและขว้างเจ้าด้วยก้อนหิน และพวกเขาจะสับเจ้าออกเป็นชิ้นๆ ด้วยดาบของพวกเขา
\v 41 พวกเขาจะเผาบรรดาบ้านเรือนของเจ้าและจะกระทำหลายสิ่งในการลงโทษเจ้าต่อหน้าเจ้าต่อหน้าต่อตาผู้หญิงมากมาย เพราะเราจะยุติการแพศยาของเจ้า และเจ้าจะไม่จ่ายค่าจ้างให้บรรดาชู้รักของเจ้าได้อีกต่อไป
\v 42 เมื่อนั้นโทสะที่เรามีต่อเจ้าจะยุติลง โทสะของเราจะหันเหไปจากเจ้า เราจะพอใจ และจะไม่โกรธอีก
\s5
\p
\v 43 เพราะเจ้าไม่ได้ระลึกถึงวัยเยาว์ของเจ้า และเจ้าทำให้เราสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเพราะสิ่งทั้งหมดนี้ ดังนั้น ดูเถิดเราเองจะลงโทษในสิ่งที่เจ้าได้กระทำให้ตกบนศีรษะของเจ้า นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เจ้าไม่ได้เพิ่มความแพศยาเข้ากับการกระทำอันน่าชิงชังอื่นๆ ทั้งหมดของเจ้าหรอกหรือ?
\s5
\p
\v 44 ดูเถิดทุกคนที่กล่าวสุภาษิตจะกล่าวถึงเจ้าว่า "มารดาเป็นอย่างไร บุตรสาวก็เป็นอย่างนั้น"
\v 45 เจ้าเป็นบุตรสาวของมารดาเจ้า ผู้เกลียดชังสามีกับลูกๆ ของตน และเจ้าเป็นน้องของพวกพี่สาวเจ้า ผู้เกลียดชังสามีกับลูกๆของพวกเขา มารดาของเจ้าเป็นชาวฮิตไทต์และบิดาของเจ้าเป็นชาวอาโมไรต์
\s5
\p
\v 46 พี่สาวของเจ้าคือสะมาเรียและบุตรสาวทั้งหลายของนางซึ่งอาศัยอยู่ทางเหนือ ส่วนน้องสาวของเจ้าซึ่งอาศัยอยู่ทางใต้คือโสโดมและบุตรสาวทั้งหลายของนาง
\s5
\p
\v 47 เจ้าไม่เพียงแต่ดำเนินในวิถีทางอันชั่วร้ายของพวกเขา และเลียนแบบการกระทำอันน่าชิงชังของพวกเขาเท่านั้น แต่ไม่นานวิถีทั้งปวงของเจ้าก็ต่ำทรามมากกว่าพวกเขาเสียอีก
\v 48 เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า โสโดมน้องสาวของเจ้าและบรรดาบุตรของนางยังไม่เคยทำสิ่งที่เจ้ากับบุตรสาวทั้งหลายของเจ้าทำลงไปฉันนั้น
\s5
\p
\v 49 ดูเถิดนี่คือบาปของน้องสาวโสโดมของเจ้า คือ นางหยิ่งยโสในเวลาว่างของนาง ไม่ใส่ใจ และไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอันใด นางไม่ได้ยื่นมือช่วยเหลือพวกคนยากจนและพวกคนขัดสน
\v 50 นางได้หยิ่งยโสและได้ทำสิ่งที่น่าชิงชังต่อหน้าเรา ดังนั้นเราได้จึงกำจัดพวกเขาไปตามที่เจ้าได้เห็นแล้ว
\s5
\p
\v 51 สะมาเรียทำบาปไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเจ้า แต่เจ้าได้ทำสิ่งที่น่าชิงชังมากกว่าที่พวกเขาทำเสียอีก และเจ้าได้แสดงให้เห็นว่าพี่สาวและน้องสาวของเจ้าดีกว่าเจ้า เพราะสิ่งอันน่าชิงชังทั้งสิ้นที่เจ้าได้ทำ
\v 52 โดยเฉพาะเจ้าได้แสดงความละอายขายหน้าของเจ้า ในลักษณะนี้เจ้าได้ทำให้พี่สาวและน้องสาวของเจ้าดูดีกว่าเจ้า เนื่องจากบาปทั้งหลายของเจ้าที่เจ้าได้กระทำทั้งหมดที่ชั่วช้าเลวทราม พี่สาวและน้องสาวของเจ้าจึงดูเหมือนดีกว่าเจ้า โดยเฉพาะเจ้า ได้แสดงความละอายขายหน้าของเจ้า ในลักษณะนี้เจ้าได้ทำให้พี่สาวและน้องสาวของเจ้าดูดีกว่าเจ้า
\s5
\p
\v 53 เพราะเราฟื้นคืนอนาคตอันรุ่งโรจน์ให้แก่พวกเขา อนาคตอันรุ่งโรจน์ของโสโดมกับบรรดาบุตรสาวของนาง และอนาคตอันรุ่งโรจน์ของสะมาเรียกับบรรดาบุตรสาวของนาง แต่อนาคตอันรุ่งโรจน์ของเจ้าจะอยู่ท่ามกลางพวกเขา
\v 54 ด้วยเรื่องเหล่านี้เจ้าก็แสดงความอับอายของเจ้า และละอายใจในสิ่งทั้งปวงที่พวกเจ้าได้ทำลงไป และด้วยวิธีนี้เจ้าจะทำให้พวกเขานั้นรู้สึกดีขึ้นมา
\v 55 ดังนั้นพี่สาวและน้องสาวของเจ้าคือโสโดมกับพวกบุตรสาวของนางจะคืนสู่สภาพเดิม และสะมาเรียกับพวกบุตรสาวของนางก็จะคืนสู่สภาพเดิม แล้วเจ้ากับพวกบุตรสาวของเจ้าก็จะคืนสู่สภาพเดิมด้วย
\s5
\p
\v 56 ปากของเจ้าไม่ยอมแม้แต่จะเอ่ยถึงโสโดมน้องสาวของเจ้าในวันแห่งความหยิ่งผยองของเจ้า
\v 57 ก่อนหน้าความชั่วร้ายของเจ้าจะถูกเปิดโปง แต่ตอนนี้เจ้าก็เป็นผู้ที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามโดยบุตรสาวทั้งหลายแห่งเอโดมรวมทั้งบุตรสาวทั้งหลายของคนฟีลิสเตียรอบตัวเธอ ประชาชนทั้งปวงก็ดูหมิ่นเหยียดหยามเจ้า
\v 58 เจ้าจะแสดงความละอายและการกระทำที่น่ารังเกียจของเจ้านี่คือประกาศของพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 59 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะจัดการกับเจ้าอย่างสาสม เพราะเจ้าดูหมิ่นเหยียดหยามคำปฏิญาณของเราโดยละเมิดพันธสัญญา
\s5
\p
\v 60 แต่ว่าเราก็จะระลึกถึงพันธสัญญาที่เราให้ไว้กับเจ้าเมื่อครั้งเจ้ายังเยาว์วัย และเราจะสถาปนาพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า
\v 61 แล้วเจ้าจะระลึกถึงวิถีทางของเจ้าและอับอายใจเมื่อเจ้ารับเอาพี่สาวทั้งหลายและน้องสาวทั้งหลาย เราจะยกพวกเขาให้เจ้าเป็นบุตรสาว แต่ไม่ใช่ตามพันธสัญญาที่เราให้ไว้กับเจ้า
\s5
\p
\v 62 เราเองจะสถาปนาพันธสัญญาของเราไว้กับเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\v 63 เพราะทุกสิ่งที่เจ้าทำลงไป เจ้าจะจำได้และละอายใจ ดังนั้นเจ้าจะไม่กล้าเปิดปากพูดอีกเลยเนื่องจากความละอายใจของเจ้า เมื่อเราได้ยกโทษเจ้าสำหรับทุกสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไป นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\c 17
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มายังข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงยกปริศนาและกล่าวเป็นคำอุปมาแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอล
\v 3 ให้กล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า มีนกอินทรีมหึมาตัวหนึ่งมีปีกใหญ่และขนปีกยาว ทั้งมีขนมากมายและหลากสี มันได้มายังเลบานอน และได้มาเอายอดของต้นสนสีดาร์
\v 4 มันได้เด็ดยอดกิ่งอ่อนแล้วก็ได้คาบไปยังดินแดนแห่งคานาอัน และมันได้ไปปลูกไว้ในเมืองของพวกพ่อค้า
\s5
\p
\v 5 มันก็ยังได้เอาเมล็ดพืชแห่งดินแดน และได้ไปปลูกไว้ในดินอุดมสมบูรณ์ มันได้เอาเมล็ดไว้ที่ข้างน้ำมากหลายเหมือนกับต้นหลิว
\v 6 จากนั้นมันก็แตกหน่อและกลายเป็นเถาองุ่นที่แผ่กว้างถึงพื้น กิ่งทั้งหลายของต้นนี้ก็ทอดมายังตัวนกอินทรี และรากก็ยังคงอยู่ข้างใต้มัน ดังนั้นเมล็ดจึงได้กลายเป็นเถาองุ่นและงอกกิ่งก้านรวมทั้งได้แตกหน่อทั้งหลาย
\s5
\p
\v 7 แต่มีนกอินทรีตัวใหญ่มากอีกตัวหนึ่ง มีปีกใหญ่และมีขนมาก ดูเถิดเถาองุ่นนี้ก็ได้ชอนรากไปหานกอินทรีตัวนี้ และทอดกิ่งก้านไปยังนกตัวนี้จากร่องที่ปลูกอยู่นั้นเพื่อให้นกนี้ได้รดน้ำให้มัน
\v 8 แม้ว่ามันได้ถูกปลูกไว้ในที่ดินดีใกล้น้ำมากหลายแล้ว เพื่อให้แตกแขนงและเกิดผลให้เป็นเถาองุ่นที่ดีเลิศ'
\s5
\p
\v 9 จงกล่าวกับประชาชนว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เถานั้นจะเจริญได้หรือ? นกตัวนั้นจะไม่ได้ถอนรากมันขึ้นและได้เด็ดผลมันหรือแล้วเถานั้นก็จะเหี่ยวแห้ง และทุกส่วนที่งอกใหม่ของมันจะเหี่ยวแห้งอย่างนั้นหรือ? ไม่จำเป็นต้องใช้แขนที่ล่ำสันหรือคนจำนวนมากก็สามารถถอนรากของมันทั้งหมดได้
\v 10 ดังนั้น ดูเถิด ภายหลังมันถูกย้ายไปปลูกใหม่ มันจะเจริญขึ้นหรือ? เมื่อลมทิศตะวันออกพัดถูกมันเข้ามันก็จะไม่เหี่ยวแห้งหรือ? คือเหี่ยวแห้งอย่างสิ้นเชิงไปถึงร่องที่มันเกิดมานั้น'"
\s5
\p
\v 11 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มายังข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 12 "จงกล่าวกับพงศ์พันธุ์กบฏนั้นว่า พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมายอะไร? ดูเถิด กษัตริย์แห่งบาบิโลนได้มายังกรุงเยรูซาเล็มและได้นำเอากษัตริย์และเจ้าเมืองทั้งหลายนำกลับไปให้ตนเองในเมืองบาบิโลน
\s5
\p
\v 13 แล้วเขาได้เอาเชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่งมา แล้วทำพันธสัญญากับผู้นั้นและให้ผู้นั้นสาบานตัว เขาได้นำเอาพวกคนสำคัญๆ ของดินแดนนั้นไป
\v 14 เพื่อว่าอาณาจักรนั้นจะอ่อนแอและตั้งตัวขึ้นอีกไม่ได้ ดินแดนนั้นจะอยู่รอดโดยการรักษาพันธสัญญาของเขา
\s5
\p
\v 15 แต่กษัตริย์แห่งกรุงเยรูซาเล็มได้กบฏต่อเขาโดยส่งทูตของเขาไปยังอียิปต์ด้วยหวังว่าจะได้ม้ามากมายและกองทัพ เขาผู้นั้นจะเจริญหรือ? เขาจะทำสำเร็จหรือ? เขาผู้ทำสิ่งเหล่านี้จะหนีรอดหรือ? หากเขาหักพันธสัญญาเขาจะหนีรอดหรือ?
\v 16 เรามีชีวิตอยู่ฉันใด นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าว่า คนผู้นั้นจะต้องตายในสถานที่ของกษัตริย์ผู้ได้ตั้งเขาให้เป็นกษัตริย์ กษัตริย์ผู้ซึ่งได้เหยียดหยามคำสาบานของเขา และเขาได้หักพันธสัญญาของเขา เขาจะตายในกลางกรุงบาบิโลน
\s5
\p
\v 17 ฟาโรห์พร้อมกองทหารกล้าและมีพลพรรคมากมายเพื่อการสงครามจะไม่ช่วยปกป้องเขาในการสงคราม เมื่อกองทัพบาบิโลนได้มีการก่อเชิงเทินและก่อกำแพงล้อมเพื่อจะทำลายชีวิตจำนวนมาก
\v 18 เพราะกษัตริย์ได้ดูหมิ่นคำสาบานของเขา และหักพันธสัญญา ดูเถิด เขาได้ยื่นมือเพื่อสาบานตนแต่ยังทำสิ่งเหล่านี้ เขาจะหนีรอดไปไม่ได้
\s5
\p
\v 19 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตฉันใด คำปฏิญาณของเราที่เขาได้เหยียดหยามและพันธสัญญาของเราที่เขาได้หักเสียไม่ใช่หรือ? เราจะลงทัณฑ์ให้ตกแก่ศีรษะของเขาผู้นั้น
\v 20 เราจะกางตาข่ายของเราคลุมเขา แล้วเขาจะติดกับของเรา ต่อมาเราจะนำเขาเข้าไปในบาบิโลนและจะตัดสินเขาที่นั่นในความไม่ซื่อสัตย์ของเขาที่เขาได้ทรยศเรา
\v 21 ส่วนพวกที่พ่ายหนีทั้งหมดของกองทัพจะตายเพราะดาบ และพวกที่รอดตายจะกระจายไปในทุกทิศทาง แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ เราได้ประกาศแล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น"
\s5
\p
\v 22 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'ดังนั้น เราเองจะเอาจากปลายยอดสูงสุดของต้นสนสีดาร์มาปักไว้ เราจะหักหน่ออ่อนจากยอดของมันมา และเราเองจะปลูกมันไว้ และเราเองจะปลูกมันไว้บนภูเขาสูง
\v 23 เราเองจะปลูกมันไว้บนเทือกเขาของอิสราเอลเพื่อว่ามันจะแตกกิ่งและเกิดผล และกลายเป็นต้นสนสีดาร์ที่สวยงามเพื่อว่านกที่บินได้ทุกชนิดจะมาอาศัยอยู่ใต้มัน พวกมันจะมาทำรังที่ร่มเงาของกิ่งมัน
\s5
\p
\v 24 แล้วต้นไม้ทุกต้นในทุ่งจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราทำต้นไม้สูงให้เตี้ยลงและทำต้นไม้เตี้ยให้สูงขึ้น เราทำต้นไม้เขียวให้แห้งไปและทำต้นไม้แห้งให้งามสดชื่น เราเป็นพระยาห์เวห์ได้เปล่งวาจาแล้วและเราจะทำเช่นนั้น'"
\s5
\c 18
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มายังข้าพเจ้าอีกครั้ง ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าหมายถึงอะไร เมื่อพวกเจ้ากล่าวสุภาษิตนี้ที่เกี่ยวกับดินแดนอิสราเอลและกล่าวว่า 'บิดาทั้งหลายกินองุ่นเปรี้ยว รวมทั้งบุตรทั้งหลายก็เข็ดฟัน'?
\s5
\p
\v 3 นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใดเจ้าจะไม่มีโอกาสที่จะกล่าวภาษิตนี้ในอิสราเอลอีกต่อไปฉันนั้น
\v 4 ดูเถิด ทุกชีวิตเป็นของเรา ชีวิตของบิดาเป็นของเราและชีวิตของบุตรชายก็เป็นของเราด้วย ผู้ใดที่ทำบาปผู้นั้นจะต้องตาย
\s5
\p
\v 5 สิ่งที่สามารถพูดได้เกี่ยวกับผู้ที่เที่ยงธรรมและผู้ที่ดำเนินความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมคือ
\v 6 ถ้าหากคนนั้นไม่ได้กินที่บนภูเขาหรือชายตาขึ้นมองไปยังรูปเคารพของพงศ์พันธุ์อิสราเอล และไม่ได้ทำให้ภรรยาเพื่อนบ้านเป็นมลทิน หรือเข้าหาผู้หญิงในเวลาเธอมีประจำเดือน เขาเป็นคนที่ชอบธรรมเช่นนั้นหรือ?
\s5
\p
\v 7 สิ่งที่สามารถพูดได้คือเขาไม่ได้บีบบังคับคนหนึ่งคนใด รวมทั้งคืนของค้ำประกันให้แก่ลูกหนี้ และเขาไม่เคยปล้นทรัพย์แต่ให้อาหารของเขาแก่คนที่หิวรวมทั้งให้เสื้อผ้าคลุมกายแก่คนที่เปลือย เขาเป็นคนที่เที่ยงธรรมหรือ?
\v 8 สิ่งที่สามารถพูดได้คือผู้ใดที่ได้ให้กู้ยืมโดยไม่ได้คิดดอกเบี้ยสำหรับเงินที่เขากู้มากเกินไป แต่เขาก็ไม่ได้เอากำไรมากเกินไปจากสิ่งที่เขาขายเช่นนั้นหรือ? มีการพูดถึงเขาว่าเขาดำเนินความยุติธรรมและสร้างความสัตย์จริงระหว่างคนด้วยกัน
\v 9 ถ้าหากคนนั้นดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และรักษากฎหมายทั้งหลายของเราโดยทำอย่างซื่อสัตย์แล้ว ดังนั้นคำสัญญาสำหรับคนเที่ยงธรรมนี้ก็คือ เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน” นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 10 แต่ถ้าหากเขามีบุตรชายที่ชอบใช้ความรุนแรงผู้ที่ทำให้โลหิตตก และได้ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสิ่งเหล่านี้
\v 11 (แม้ว่าผู้เป็นบิดาไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้เลย) เขารับประทานอาหารที่สถานบูชาบนภูเขา เขาสร้างราคีแก่ภรรยาของเพื่อนบ้าน เราจะพูดว่าเขาเป็นคนเช่นไรดี?
\s5
\p
\v 12 ชายคนนี้รังแกคนยากจนและคนขัดสน เขาปล้นชิง และเขาไม่ยอมคืนของประกัน และเขาได้ชายตาของเขาขึ้นมองดูรูปเคารพและทำสิ่งที่น่าชิงชังทั้งหลาย
\v 13 และเขาให้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยสูงเกินเหตุและเขาหากำไรมากเกินไปจากสิ่งที่เขาขาย คนนี้ควรจะมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ? แน่นอนเขาไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ และโลหิตของเขาจะตกบนเขาเพราะเขาได้ทำสิ่งที่น่าชิงชังทั้งปวงเหล่านี้
\s5
\p
\v 14 แต่ดูเถิด สมมติว่ามีคนหนึ่งที่มีบุตรชายคนหนึ่ง และบุตรชายของเขาก็ได้เห็นความบาปทั้งปวงที่บิดาได้ทำ และแม้ว่าเขาเห็น เขาก็ไม่ได้ทำตามสิ่งเหล่านั้น
\v 15 บุตรชายคนนั้นไม่ได้รับประทานอาหารที่สถานบูชาบนภูเขา และชายตามองรูปเคารพทั้งหลายของพงศ์พันธุ์อิสราเอล เขาไม่ได้สร้างราคีแก่ภรรยาของเพื่อนบ้าน เราจะกล่าวว่าเขาเป็นคนเช่นไรดี?
\s5
\p
\v 16 บุตรชายคนนั้นไม่ได้ข่มเหงรังแกผู้ใด หรือคิดดอกเบี้ยในการกู้ยืม หรือขโมยสิ่งใดๆ แต่ให้อาหารแก่ผู้หิวโหยและให้เครื่องนุ่งห่มแก่ผู้ที่เปลือยกาย
\v 17 บุตรชายคนนั้นไม่กดขี่ใครหรือให้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ยสูงเกินเหตุหรือหากำไรมากเกินไปจากการกู้ยืม แต่เขารักษาบทบัญญัติและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของเรา บุตรชายคนนั้นจะไม่ตายเพราะบาปของบิดาของเขา เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน
\s5
\p
\v 18 บิดาของเขาหาเงินด้วยการกดขี่คนอื่นๆโดยการขู่กรรโชกทรัพย์ ปล้นชิงพี่น้อง และทำผิดในหมู่ประชาชนของเขา ดูเถิด เขาจะตายเพราะบาปของเขา
\s5
\p
\v 19 แต่เจ้าก็ยังถามว่า 'ทำไมบุตรชายไม่ต้องร่วมรับโทษความผิดของบิดาเล่า?' เพราะบุตรชายได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและเที่ยงธรรม และได้ใส่ใจทำตามกฎเกณฑ์ของเราทั้งหมด เขาได้ทำสิ่งเหล่านี้ครบถ้วน เขาจะดำรงชีวิตอยู่อย่างแน่นอน!
\v 20 ผู้ใดที่ทำบาป ผู้นั้นจะต้องตาย บุตรชายไม่ต้องร่วมรับโทษกับความผิดของบิดา ทั้งบิดาก็ไม่ต้องร่วมรับโทษกับความผิดของบุตรชาย คนเที่ยงธรรมจะได้รับผลแห่งความเที่ยงธรรมของเขาเอง และคนชั่วก็จะได้รับการกล่าวโทษจากความชั่วร้ายของเขาเอง
\s5
\p
\v 21 แต่หากคนชั่วหันหนีจากบาปทั้งปวงที่เขาทำ และรักษากฎหมายทั้งหมดของเรารวมทั้งทำสิ่งที่ถูกต้องและเที่ยงธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนและไม่ตาย
\v 22 การละเมิดทั้งหมดที่เขาได้ทำลงไปจะไม่เป็นที่จดจำและไม่นำมาเป็นข้อฟ้องเอาผิดเขา เขาจะมีชีวิตอยู่เพราะสิ่งเที่ยงธรรมที่เขาได้ทำนั้น
\s5
\p
\v 23 นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เราพึงพอใจในความตายของคนชั่วร้าย และเราจะไม่ยินดีมากกว่าเมื่อเขาหันจากทางชั่วของเขาและมีชีวิตอยู่หรือ?
\s5
\p
\v 24 แต่หากคนเที่ยงธรรมหันหนีจากความเที่ยงธรรมของเขาไปทำบาป และทำสิ่งที่น่าชิงชังทั้งหลายเช่นเดียวกับคนชั่ว เขาจะมีชีวิตอยู่ได้หรือ? ความเที่ยงธรรมทั้งปวงที่เขาได้ทำจะไม่เป็นที่จดจำ เมื่อเขาทรยศเราในการกบฎของเขา ดังนั้นเขาจะตายในความบาปทั้งหลายที่เขาได้ทำ
\s5
\p
\v 25 แต่เจ้าก็ยังกล่าวว่า 'วิถีทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม' พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด วิถีทางของเราไม่ยุติธรรมหรือ?วิถีทางของเจ้ายุติธรรมอย่างนั้นหรือ?
\v 26 เมื่อคนชอบธรรมหันหนีจากความชอบธรรมของเขาและทำบาปซึ่งเขาตายเพราะบาป แล้วเขาจะตายเพราะบาปที่เขาได้ทำลงไป
\s5
\p
\v 27 แต่เมื่อคนชั่วหันหนีจากความชั่วของเขาที่เขาได้ทำไปแล้ว และกลับมาทำสิ่งที่ยุติธรรมและชอบธรรม เมื่อนั้นเขาจะสงวนชีวิตของเขาไว้
\v 28 เพราะเขาได้เห็นและหันหนีจากการละเมิดทั้งหมดที่เขาได้ทำไป เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนและเขาจะไม่ตาย
\s5
\p
\v 29 แต่พงศ์พันธุ์อิสราเอลก็ยังกล่าวว่า 'วิถีทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม' ประชาชนอิสราเอลเอ๋ย วิถีทางของเราไม่ยุติธรรมอย่างไรหนอ? วิถีทางของพวกเจ้าต่างหากที่ไม่ยุติธรรม
\v 30 ดังนั้นเราจะตัดสินเจ้าแต่ละคนตามการกระทำของเขา พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า จงกลับใจใหม่และหันหนีจากการละเมิดทั้งสิ้นของพวกเจ้าเพื่อการละเมิดเหล่านั้นจะไม่เป็นหินสะดุดแห่งความผิดบาปที่กีดขวางเจ้า
\s5
\p
\v 31 จงละทิ้งการล่วงละเมิดทั้งสิ้นที่พวกเจ้าเองทำลงไป จงรับเอาจิตใจและวิญญาณใหม่เถิด พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะตายทำไมเล่า?
\v 32 เพราะเราไม่ได้พึงพอใจในความตายของผู้หนึ่งผู้ใด นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า จงกลับใจใหม่และมีชีวิตอยู่เถิด
\s5
\c 19
\p
\v 1 "ตอนนี้เจ้าจงเปล่งเสียงร้องบทเพลงร้องทุกข์ต่อผู้นำทั้งหลายของอิสราเอล
\v 2 และร้องว่า 'มารดาของเจ้าเป็นใครหนอ? นางสิงโต นางอยู่กับลูกสิงโตตัวผู้ของนางท่ามกลางฝูงสิงโตหนุ่ม และนางได้เลี้ยงดูลูกๆ ของนาง
\v 3 นางคือผู้ที่ได้เลี้ยงหนึ่งในบรรดาลูกสิงโตของนางให้เติบโตขึ้นเป็นสิงโตหนุ่ม สิงโตที่ฝึกหัดฉีกเหยื่อของมัน แล้วมันก็ได้กัดกินคน
\v 4 แล้วบรรดาชนชาติได้ยินเรื่องของมัน มันถูกจับได้ในกับดักของพวกเขา และพวกเขาเอาขอเกี่ยวนำมันไปยังแผ่นดินอียิปต์
\s5
\p
\v 5 แล้วนางได้เห็นว่าแม้นางคอยการกลับมาของมันนานแล้ว ความหวังของนางก็ได้หมดไป ดังนั้นนางจึงได้เอาลูกสิงโตมาอีกตัวหนึ่งและได้เลี้ยงมันให้เป็นสิงโตหนุ่ม
\v 6 สิงโตหนุ่มตัวนี้เที่ยวไปในท่ามกลางพวกสิงโต และมันได้กลายเป็นสิงโตหนุ่ม และได้เรียนรู้ที่จะฉีกพวกเหยื่อของมัน มันได้กัดกินบรรดาผู้คน
\v 7 มันได้จับหญิงม่ายทั้งหลายของพวกเขาและทำลายเมืองทั้งหลายของพวกเขา ดินแดนและผู้ที่อยู่ในนั้นก็ร้างเปล่าเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมัน
\s5
\p
\v 8 แต่บรรดาชนชาติจากแว่นแคว้นทั้งหมดรอบๆ ก็ได้มาต่อสู้มัน พวกเขากางข่ายของพวกเขาออกคลุมมัน มันก็ถูกจับอยู่ในกับดักของพวกเขา
\v 9 พวกเขาเอาขอเกี่ยวมันไปขังไว้ในกรงแล้วพวกเขาได้นำมันมายังกษัตริย์บาบิโลน พวกเขาได้นำมันไว้ในที่มั่นแข็งแรงเพื่อว่าเสียงของมันจะไม่ได้ยินต่อไปอีกบนภูเขาแห่งอิสราเอล
\s5
\p
\v 10 มารดาของเจ้าเหมือนเถาองุ่นปลูกอยู่ในสวนองุ่นในโลหิตของเจ้าริมน้ำ มีผลดกและมีแขนงมากมายเพราะมีน้ำบริบูรณ์
\v 11 มันมีแขนงที่แข็งแรงมากเหมาะใช้สำหรับเป็นคทาของผู้ครอบครอง และมันชูขึ้นสูงท่ามกลางแขนงที่หนาทึบ รวมทั้งความสูงเด่นของมันก็ได้เป็นที่พบเห็นโดยใบหนาทึบของมัน
\s5
\p
\v 12 แต่ว่ามันถูกถอนออกด้วยความโกรธ และถูกโยนทิ้งลงบนพื้นดินและลมตะวันออกทำให้ผลมันเหี่ยวไป แขนงที่แข็งแรงมากก็หักและเหี่ยวไป และไฟก็ได้เผาไหม้มันเสีย
\v 13 ดังนั้นบัดนี้มันถูกนำไปปลูกในถิ่นทุรกันดาร ในแผ่นดินที่แห้งแล้งและกระหายน้ำ
\s5
\p
\v 14 เพราะไฟก็ได้ออกมาจากแขนงใหญ่ของมันและเผาทำลายผลจนหมดจึงไม่มีแขนงที่แข็งแรงเหลืออยู่บนต้นอีกเลย ไม่มีคทาสำหรับครอบครอง' นี่เป็นบทเพลงร้องทุกข์ที่ใช้สำหรับขับร้องเป็นเพลงร้องทุกข์บทหนึ่ง"
\s5
\c 20
\p
\v 1 ในปีที่เจ็ด เดือนที่ห้าวันที่สิบ ที่พวกผู้อาวุโสของอิสราเอลบางคนมาทูลถามพระยาห์เวห์ และพวกเขาได้นั่งอยู่ข้างหน้าข้าพเจ้า
\s5
\p
\v 2 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 3 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงพูดกับพวกผู้อาวุโสของอิสราเอลและกล่าวกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ พวกเจ้าจะมาปรึกษาเราหรือ? เรามีชีวิตอยู่ฉันใด เราจะไม่ยอมให้คำปรึกษาแก่พวกเจ้าฉันนั้น นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 4 เจ้าจะตัดสินพวกเขาหรือไม่? เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าจะตัดสินพวกเขาหรือไม่? จงให้เขาทั้งหลายรู้ถึงความน่ารังเกียจของบรรพบุรุษพวกเขา
\v 5 และจงกล่าวกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้คือ ในวันนั้นที่เราเลือกสรรอิสราเอลไว้และเราได้ยกมือของเราปฏิญาณต่อลูกหลานของพงศ์พันธุ์ของยาโคบ และได้สำแดงตัวเราให้พวกเขารู้จักในดินแดนอียิปต์ เมื่อเรายกมือของเราขึ้นปฏิญาณกับเขา เราได้กล่าวว่า "เราเป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า"
\v 6 ในวันนั้นที่เราได้ยกมือปฏิญาณต่อพวกเขาว่าเราจะนำพวกเขาออกจากดินแดนอียิปต์ไปยังแผ่นดินที่เราได้เลือกสรรให้เขาทั้งหลายอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเป็นดินแดนที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ มันเป็นเหมือนเครื่องประดับที่สวยที่สุดในบรรดาดินแดนทั้งหมด
\s5
\p
\v 7 เราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าแต่ละคนจงทิ้งสิ่งที่น่ารังเกียจออกไปเสียจากสายตาของเขาและรูปเคารพทั้งหลายของอียิปต์ อย่าให้ตัวของเจ้าเองเป็นมลทิน เราเป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า"
\s5
\p
\v 8 แต่เขาทั้งหลายได้กบฏต่อเราและไม่ยอมเชื่อฟังเรา ทุกคนไม่ได้ละทิ้งสิ่งที่น่ารังเกียจออกไปเสียจากสายตาของเขาและละทิ้งรูปเคารพทั้งหลายของอียิปต์ ดังนั้นเราตั้งใจที่จะระบายความโกรธของเราออกเหนือพวกเขาเพื่อให้สมแก่โทสะของที่มีต่อพวกเขาออกมาจนหมดท่ามกลางดินแดนอียิปต์
\v 9 เราได้ทำโดยเห็นแก่นามของเราเองดังนั้นเราจะไม่ยอมให้นามนั้นถูกเหยียดหยามในสายตาของประชาชาติซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่น เราจึงได้สำแดงตัวเราต่อหน้าประชาชาติให้พวกเขารู้จัก ให้เห็นแก่ตาของพวกเขาในการที่เรานำพวกเขาออกมาจากดินแดนอียิปต์
\s5
\p
\v 10 ดังนั้นเราจึงได้ส่งพวกเขาออกจากดินแดนอียิปต์ และได้นำพวกเขามายังถิ่นทุรกันดาร
\v 11 แล้วเราได้ให้กฎเกณฑ์ของเราแก่เขาทั้งหลายและได้สำแดงกฎหมายของเราให้เขารู้ เพื่อแต่ละคนจะได้มีชีวิตอยู่ถ้าเขาเชื่อฟังสิ่งเหล่านี้
\v 12 เราได้ให้บรรดาสะบาโตของเราแก่เขาทั้งหลายด้วยเป็นหมายสำคัญระหว่างเราและพวกเขาเพื่อพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ผู้ซึ่งทำให้พวกเขาบริสุทธิ์
\s5
\p
\v 13 แต่พงศ์พันธุ์อิสราเอลได้กบฏต่อเราในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาไม่ได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา แต่พวกเขาได้ปฏิเสธกฎหมายของเรา ซึ่งถ้าใครเชื่อฟังสิ่งเหล่านี้ก็จะดำรงชีวิตอยู่ได้ พวกเขาลบหลู่บรรดาสะบาโตของเราอย่างหนัก ดังนั้นเราจึงได้กล่าวว่าเราจะระบายความโกรธของเราออกเหนือพวกเขาในถิ่นทุรกันดารจนทำให้พวกเขาหมดสิ้นไป
\v 14 หากแต่เราก็ทำโดยเห็นแก่นามของเราเองเพื่อไม่ให้นามนั้นเสื่อมเกียรติในสายตาของประชาชาติทั้งหลาย และต่อหน้าผู้ที่เราได้นำเขาออกมาจากอียิปต์
\s5
\p
\v 15 ดังนั้นเราเองก็ได้ยกมือของเราปฏิญาณต่อเขาทั้งหลายในถิ่นทุรกันดารด้วยว่าเราจะไม่นำพวกเขาเข้ามาในดินแดนซึ่งเราได้ให้แก่เขาคือ ดินแดนที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องประดับที่สวยที่สุดในบรรดาดินแดนทั้งหมด
\v 16 เราได้ปฏิญาณเพราะพวกเขาได้ปฏิเสธกฎหมายของเราและไม่ได้ดำเนินชีวิตตามกฎเกณฑ์ของเรา และพวกเขาได้ลบหลู่บรรดาสะบาโตของเรา เพราะว่าจิตใจพวกเขาไปติดตามรูปเคารพของพวกเขา
\v 17 ถึงกระนั้นความคิดของเราที่ได้ไว้ชีวิตพวกเขาจากการทำลายของพวกเขา และเราไม่ได้ทำให้พวกเขาสูญสิ้นไปในถิ่นทุรกันดารนั้น
\s5
\p
\v 18 เราได้พูดกับบุตรหลานของพวกเขาในถิ่นทุรกันดารนั้นว่า "อย่าดำเนินตามกฎเกณฑ์บิดามารดาของเจ้า อย่ารักษากฎหมายของพวกเขา หรือทำให้ตัวเจ้าเองเป็นมลทินไปด้วยบรรดารูปเคารพ
\v 19 เราเป็นพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย จงดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา จงรักษากฎหมายของเราและจงประพฤติตาม
\v 20 จงรักษาบรรดาสะบาโตของเราให้บริสุทธิ์เพื่อจะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับเจ้า เพื่อเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย"
\s5
\p
\v 21 แต่บุตรชายและบุตรหญิงทั้งหลายของพวกเขาก็ได้กบฏต่อเรา เขาทั้งหลายไม่ได้ดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเราหรือรักษากฎหมายของเรา ซึ่งหากเขารักษาก็จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยสิ่งเหล่านั้น พวกเขาได้ลบหลู่บรรดาสะบาโตของเรา ดังนั้น เราได้ตั้งใจที่จะเทความโกรธของเราออกเหนือพวกเขาเพื่อสมกับโทสะของเราที่มีต่อเขาในถิ่นทุรกันดาร
\v 22 แต่เราได้ยั้งมือของเราไว้และได้ทำโดยเห็นแก่นามของเราเอง ดังนั้นเพื่อไม่ให้นามนั้นเสื่อมเกียรติในสายตาของชนชาติเราจึงได้นำชาวอิสราเอลออกมา
\s5
\p
\v 23 เราเองได้ยกมือของเราขึ้นปฏิญาณต่อเขาทั้งหลายในถิ่นทุรกันดารว่า เราจะกระจายพวกเขาไปในท่ามกลางชนชาติ และแยกพวกเขาไปอยู่ตามดินแดนทั้งหลาย
\v 24 เราได้ตัดสินใจทำเช่นนี้เพราะว่าพวกเขาไม่ได้ทำตามกฎหมายของเรา และตั้งแต่นั้นมาพวกเขาได้ปฏิเสธกฎเกณฑ์ของเราและลบหลู่บรรดาสะบาโตของเรา นัยน์ตาของพวกเขาก็จ้องมองอยู่ที่รูปเคารพแห่งบรรพบุรุษของพวกเขา
\s5
\p
\v 25 แล้วเรายังได้ให้กฎเกณฑ์ที่เลวแก่พวกเขาและให้กฎหมายที่ไม่ทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้
\v 26 เราได้ทำให้พวกเขาเป็นมลทินด้วยของถวายของพวกเขาเอง เมื่อพวกเขาได้ถวายบูชาบุตรหัวปีทุกคนและโยนเข้าไปในไฟ เราได้ทำเช่นนี้เพื่อให้พวกเขาหวาดกลัวเพื่อให้เขาทั้งหลายรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 27 เพราะฉะนั้น เจ้าบุตรมนุษย์ จงพูดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลและกล่าวกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ บรรพบุรุษของเจ้าทั้งหลายได้หมิ่นประมาทเราอีกในเรื่องนี้ด้วยเมื่อพวกเขาไม่สัตย์ซื่อต่อเรา
\v 28 เมื่อเราได้นำพวกเขาเข้ามาในดินแดนที่เราได้ปฏิญาณว่าจะให้เขานั้นแล้ว และเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาได้เห็นเนินเขาสูงหรือเห็นต้นไม้ใบดก พวกเขาก็ถวายเครื่องบูชาของพวกเขาที่นั่น พวกเขาได้ยั่วยุเราด้วยการถวายบูชาของเขา และที่นั่นเขาได้เผาบูชาเครื่องหอมและเขาได้เทเครื่องดื่มบูชาออกที่นั่น
\v 29 แล้วเราได้ถามเขาว่า สถานสูงซึ่งเจ้าเข้าไปนั้นคืออะไร?" และเขาก็เรียกชื่อที่นั่นว่าบามาห์มาจนทุกวันนี้'
\s5
\p
\v 30 ดังนั้น จงกล่าวกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ทำไมพวกเจ้าทำตัวให้เป็นมลทินตามวิถีทางบรรพบุรุษของพวกเจ้า? แล้วทำไมพวกเจ้าได้ประพฤิติตัวเหมือนหญิงโสเภณีที่ตามหาแต่สิ่งที่น่าขยะแขยงเล่า?
\v 31 เมื่อพวกเจ้าถวายของถวายของพวกเจ้าและพวกเจ้าได้โยนบรรดาบุตรชายเข้าไปในไฟ จนถึงตอนนี้พวกเจ้าก็ได้ทำตัวให้เป็นมลทินด้วยรูปเคารพของพวกเจ้าทั้งหมด ดังนั้นทำไมเราควรจะให้พวกเจ้ามาถามเราหรือ พงศ์พันธ์ุอิสราเอลเอ๋ย? นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เรามีชีวิตอยู่แน่นอนฉันใด เราจะไม่ให้เจ้ามาถามเราฉันนั้่น
\v 32 สิ่งที่อยู่ในใจของพวกเจ้าจะไม่เกิดขึ้นแน่ คือที่พวกเจ้าคิด พวกเจ้าพูดว่า "เราจะเป็นเหมือนชนชาติทั้งหลาย เป็นเหมือนเผ่าต่างๆ ในดินแดนอื่นที่จะนมัสการไม้และหิน"
\s5
\p
\v 33 นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า “เรามีชีวิตอยู่แน่นฉันใด เราจะปกครองเหนือพวกเจ้าอย่างแน่นอนด้วยมือที่ทรงพลัง ด้วยแขนที่เหยียดออก และด้วยความโกรธที่เทลงมาบนพวกเจ้าฉันนั้น
\v 34 เราจะนำพวกเจ้าออกมาจากชนชาติทั้งหลายและรวบรวมเจ้าออกมาจากประเทศทั้งปวงซึ่งเจ้าถูกกระจัดกระจายไปนั้น เราจะทำสิ่งนี้ด้วยมือที่ทรงพลัง และด้วยความโกรธที่ระบายออกมา
\v 35 แล้วเราจะนำพวกเจ้าเข้าไปในถิ่นทุรกันดารของชนชาติทั้งหลาย และที่นั่นเราจะตัดสินเจ้าแบบหน้าต่อหน้า
\s5
\p
\v 36 อย่างที่เราได้ตัดสินบรรพบุรุษของเจ้าในถิ่นทุรกันดารแห่งดินแดนอียิปต์ เช่นเดียวกันนี้เราจะตัดสินพวกเจ้าด้วย นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 37 เราจะเป็นเหตุให้พวกเจ้าลอดผ่านใต้คทาไป และเราจะให้เจ้าเข้าสู่ข้อผูกมัดของพันธสัญญา
\v 38 เราจะชำระพวกกบฏเสียจากท่ามกลางเจ้ารวมทั้งพวกที่ต่อต้านเรา เราจะส่งพวกเขาออกจากดินแดนที่เขาไปอาศัยอยู่อย่างคนต่างด้าวนั้น แต่เขาจะไม่ได้เข้าไปในดินแดนอิสราเอล แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 39 ส่วนพวกเจ้า โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า แต่ละคนจงไปปรนนิบัติรูปเคารพของตน นมัสการพวกมันถ้าหากเจ้าไม่เชื่อฟังเรา แต่เจ้าจะต้องไม่ดูหมิ่นนามอันบริสุทธิ์ของเราด้วยของถวายและด้วยรูปเคารพของพวกเจ้าอีก
\s5
\p
\v 40 เพราะว่าบนภูเขาบริสุทธิ์ของเรา คือภูเขาสูงของอิสราเอล นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า บรรดาพงศ์พันธุ์ของอิสราเอลทั้งหมดจะนมัสการเราที่นั่นในดินแดน เราจะยินดีที่จะรับของถวายของเจ้าทั้งหลายที่นั่น ทั้งผลแรกจากของสักการะและเครื่องถวายบูชาบริสุทธิ์ทั้งหมดของเจ้า
\v 41 เราจะยอมรับพวกเจ้าเหมือนกลิ่นหอมของเครื่องหอมเมื่อเรานำเจ้าออกมาจากชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมเจ้าออกมาจากประเทศที่เจ้าถูกกระจัดกระจายไปอยู่นั้น เราจะสำแดงความบริสุทธิ์ของเราท่ามกลางเจ้าให้ชนชาติทั้งหลายได้เห็น
\s5
\p
\v 42 แล้วเมื่อเรานำเจ้าเข้าในดินแดนอิสราเอล เข้าไปยังดินแดนที่เราได้ยกมือปฏิญาณไว้ว่าจะยกให้แก่บรรพบุรุษของพวกเจ้า พวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\v 43 แล้วพวกเจ้าจะระลึกถึงวิถีทางอันชั่วร้ายและการกระทำทั้งหมดของเจ้าซึ่งเจ้าได้ทำตัวเองให้เป็นมลทิน และพวกเจ้าจะเกลียดชังตัวของเจ้าด้วยตาของเจ้าเองเพราะความชั่วทั้งหลายซึ่งเจ้าได้ทำนั้น
\v 44 ดังนั้นพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์เมื่อเราได้ทำแบบนี้กับเจ้าเพราะเห็นแก่นามของเรา ไม่ใช่เพราะตามวิถีทางอันชั่วร้ายของเจ้า และไม่ใช่เพราะตามการกระทำที่เสื่อมทรามของเจ้า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า '"
\s5
\p
\v 45 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มายังข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 46 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงหันหน้ามุ่งไปยังทางแดนใต้ และกล่าวโทษยังทิศใต้ จงเผยพระวจนะต่อต้านแดนป่าไม้ในเนเกบ
\v 47 จงกล่าวกับป่าไม้ของเนเกบว่า 'นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะก่อไฟท่ามกลางเจ้า เราจะเผาผลาญต้นไม้เขียวและต้นไม้แห้งทุกต้นที่อยู่ท่ามกลางเจ้าเสีย เปลวไฟเหล่านี้ก็จะลุกไหม้และไม่สามารถดับ และใบหน้าทุกหน้าตั้งแต่ทิศใต้จนถึงทิศเหนือจะถูกไฟเผา
\s5
\p
\v 48 แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นว่าเราเป็นพระยาห์เวห์เป็นผู้ก่อไฟนั้น และไฟนั้นจะดับไม่ได้'"
\v 49 แล้วข้าพเจ้าจึงทูลว่า "อนิจจาเอ๋ย ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เขาทั้งหลายกำลังกล่าวถึงข้าพระองค์ว่า 'เขาเป็นแค่ผู้ชอบเล่าเรื่องอุปมาไม่ใช่หรือ?'"
\s5
\c 21
\p
\v 1 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงมุ่งหน้าต่อสู้กรุงเยรูซาเล็ม และกล่าวตำหนิสถานนมัสการทั้งหลาย จงเผยพระวจนะต่อสู้ดินแดนอิสราเอล
\v 3 จงกล่าวแก่ดินแดนอิสราเอลว่า 'พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะต่อสู้เจ้า และเราจะชักดาบออกจากฝัก และเราจะตัดทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรมออกจากเจ้าเสีย
\s5
\p
\v 4 เพื่อว่าเราจะตัดทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรมออกจากเจ้าเสีย ดาบของเรานั้นจะออกจากฝักไปต่อสู้มนุษย์ทั้งหมดจากทิศใต้ถึงทิศเหนือ
\v 5 แล้วมนุษย์ทุกคนจะรู้ว่าเราเป็น พระยาห์เวห์ ได้ชักดาบของเราออกจากฝักแล้ว มันจะไม่คืนใส่ฝักอีก'
\s5
\p
\v 6 สำหรับเจ้า เจ้าบุตรมนุษย์ จงคร่ำครวญด้วยใจที่แตกสลายด้วยความทุกข์ระทมขมขื่นต่อหน้าพวกเขา
\v 7 แล้วมันจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาจะถามเจ้าว่า 'เพราะเหตุใดเจ้าจึงโอดครวญ? แล้วเจ้าจะกล่าวว่า 'เพราะข่าวที่มาถึงทำให้หัวใจทุกดวงฝ่อลง ทุกมือก็อ่อนเปลี้ย! วิญญาณทุกดวงจะหมดแรง และทุกเข่าอ่อนจะอ่อนเปลี้ยเหมือนน้ำ ดูเถิด สิ่งนั้นกำลังจะมาถึงแล้วและจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 8 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 9 “เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะและกล่าวว่า 'องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ "ตรัสว่า ดาบเล่มหนึ่ง ดาบเล่มหนึ่งมันจะถูกลับให้คมและขัดเงา
\s5
\p
\v 10 มันจะถูกลับให้คมเพื่อการเข่นฆ่า มันจะถูกขัดเงาเพื่อให้แวบวาบเหมือนฟ้าแลบยังจะให้พวกเราชื่นชมยินดีในไม้คทาแห่งบุตรชายของเราหรือ? ดาบที่จะมาถึงนั้นรังเกียจไม้เช่นนั้นทุกอัน
\v 11 ดังนั้นดาบจะถูกลับไว้ให้คมกริบ แล้วก็กุมไว้มั่นกระชับมือดาบถูกขัดให้ขึ้นเงาและมันจะถูกมอบไว้ในมือของเพชฌฆาต'""
\s5
\p
\v 12 จงร้องขอความช่วยเหลือและคร่ำครวญเถิด บุตรมนุษย์เอ๋ย เพราะดาบนั้นฟาดฟันประชาชนของเรา มันห้ำหั่นบรรดาเจ้านายของอิสราเอลทั้งหมด พวกเขาตกเป็นเหยื่อคมดาบพร้อมกับประชาชนของเรา ฉะนั้นจงตีอกชกตัวของเจ้า
\v 13 เพราะจะมีการทดสอบ หากแต่คทาจะไม่คงอยู่ต่อไปอย่างนั้นหรือ? นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 14 ตอนนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะและจงปรบมือของเจ้า ให้ดาบนั้นฟาดฟันสามครั้ง มันเป็นดาบเพื่อการเข่นฆ่า มันเป็นดาบสำหรับคนจำนวนมากที่ต้องถูกสังหาร ฟาดฟันพวกเขาจากรอบทิศ
\s5
\p
\v 15 เพื่อทำให้หัวใจของพวกเขาสลายลงด้วยความกลัว และผู้คนล้มตายเป็นทวีคูณ เราได้ตั้งดาบเข่นฆ่าไว้ที่ประตูทุกบาน โอ มันเปล่งประกายดั่งสายฟ้า มันถูกกุมไว้เพื่อการเข่นฆ่า
\v 16 เจ้าดาบเอ๋ย จงฟันไปทางขวา แล้วฟันไปทางซ้าย ที่ไหนก็ได้ตามแต่คมของเจ้าจะพลิกหันไป
\v 17 เพราะเราเองก็จะปรบมือด้วย และโทสะของเราจะเบาบางลง เราผู้เป็นพระยาห์เวห์ได้ลั่นวาจาไว้"
\s5
\p
\v 18 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้าอีกครั้งกล่าวว่า
\v 19 “ตอนนี้ พวกเจ้าบุตรมนุษย์ ให้วาดถนนขึ้นมาสองสายที่ดาบของกษัตริย์แห่งเมืองบาบิโลนจะไปได้ ถนนสองสายนี้จะเริ่มต้นจากประเทศเดียวกัน และป้ายบอกทางจะบอกทางที่จะนำไปสู่ตัวเมือง
\v 20 จงทำเครื่องหมายอีกสายหนึ่งสำหรับกองทัพของบาบิโลนที่จะไปยังเมืองรับบาห์ของชาวอัมโมน และจงทำเครื่องหมายอีกสายหนึ่งที่จะไปยังกองทัพของยูดาห์กับกรุงเยรูซาเล็มซึ่งมีป้อมปราการ
\s5
\p
\v 21 เพราะว่ากษัตริย์บาบิโลนจะหยุดอยู่ตรงทางแพร่งของหัวถนนทั้งสองเพื่อเสี่ยงทาย เขาจะเขย่าลูกธนูและสอบถามเส้นทางจากรูปเคารพทั้งหลายและเขาจะผ่าตับของสัตว์
\v 22 ในมือขวาของเขาจะมีฉลากเสี่ยงทายของกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อจะตั้งเครื่องทะลวงทำลายมัน เพื่ออ้าปากของเขาสั่งให้ทำลายล้าง เพื่อส่งเสียงตะโกนให้รบ เพื่อตั้งเครื่องทะลวงที่ประตูเมือง เพื่อสร้างทางลาดและก่อกำแพงล้อม
\v 23 มันดูเหมือนจะเป็นเครื่องลางที่เปล่าประโยชน์ในสายตาของพวกเขาในกรุงเยรูซาเล็ม คนพวกนั้นที่เคยสาบานกับชาวบาบิโลน แต่กษัตริย์บาบิโลนจะฟ้องเอาผิดเขาและละเมิดพันธสัญญาเพื่อจะจับพวกเขาไป
\s5
\p
\v 24 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เพราะว่าพวกเจ้าได้ทำให้ความผิดของเจ้าเป็นที่นึกถึงได้ เราจะทำให้การละเมิดของเจ้าถูกเปิดเผย เพื่อว่าในการกระทำทั้งหมดของเจ้ากับบาปของเจ้าจะปรากฎ เพราะเจ้าได้กระทำสิ่งนี้ลงไปเจ้าจึงต้องถูกจับ
\s5
\p
\v 25 สำหรับเจ้า ผู้ปกครองแห่งอิสราเอลที่ชั่วร้ายและเลวทราม วันแห่งการลงโทษของเจ้ามาถึงแล้ว และเวลาแห่งการทำชั่วได้หมดลงแล้ว
\v 26 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เจ้าดังนี้ว่า จงปลดผ้าโพกศีรษะและถอดมงกุฎออก สิ่งต่างๆ จะไม่คงอยู่อย่างที่เคยเป็น ผู้ที่ต่ำต้อยจะถูกยกย่องขึ้นและผู้ที่อยู่สูงจะตกต่ำลง
\v 27 จงพินาศจงพินาศเราจะทำให้มันพินาศ มันจะไม่ได้รับการบูรณะจนกว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตัดสินใจจะมา
\s5
\p
\v 28 ดังนั้น เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะและกล่าวว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แก่คนอัมโมนเกี่ยวกับความละอายของเขาที่กำลังจะมาถึงคือ ดาบเล่มหนึ่ง ดาบเล่มหนึ่งถูกชักออกมาดาบซึ่งถูกลับให้คมเพื่อการเข่นฆ่า ดังนั้นมันจะเป็นเหมือนฟ้าแลบ
\v 29 ขณะที่ผู้เผยพระวจนะเผยนิมิตเท็จแก่เจ้า ขณะที่พวกเขาได้ทำพิธีกรรมเพื่อให้คำทำนายเท็จแก่เจ้า ดาบนี้ก็จะวางเจ้าไว้บนคอของคนชั่วร้ายผู้ซึ่งจะต้องถูกฆ่า วันแห่งการลงโทษได้มาถึงแล้ว และวันแห่งความชั่วร้ายจวนจะจบแล้ว
\s5
\p
\v 30 จงให้ดาบกลับเข้าฝักในสถานที่ที่เจ้าได้สร้างไว้ ในดินแดนดั้งเดิมของเจ้า เราจะตัดสินเจ้า
\v 31 เราจะระบายความโกรธกริ้วของเราเหนือเจ้า และเราจะพัดโหมไฟแห่งความพิโรธของเราบนตัวเจ้า และเราจะมอบเจ้าไว้ในมือของคนใจโหด ผู้มีฝีมือในการทำลายล้าง
\s5
\p
\v 32 เจ้าจะเป็นเชื้อเพลิงไว้ใส่ในไฟ เลือดของเจ้าจะอยู่กลางแผ่นดิน จะไม่มีใครจดจำเจ้า เพราะเราเป็นพระยาห์เวห์ได้ประกาศดังนี้แล้ว'"
\s5
\c 22
\p
\v 1 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "ตอนนี้บุตรมนุษย์เอ๋ย เจ้าจะตัดสินไหม? เจ้าจะตัดสินเมืองแห่งการนองเลือดนี้ไหม? จงบอกเมืองนี้ถึงพฤติกรรมอันน่าชิงชังนี้
\v 3 เจ้าจงกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า นี่คือเมืองที่หลั่งเลือดให้นองในท่ามกลางเมืองนั้นเพื่อว่าเวลาของเมืองนั้นจะมาถึงคือ เมืองนี้ที่สร้างรูปเคารพ และปล่อยตัวเองให้แปดเปื้อนมลทิน
\s5
\p
\v 4 เจ้ามีความผิดเพราะเลือดที่เจ้าหลั่งออกมา และเจ้าได้ทำให้แปดเปื้อนมลทินเพราะรูปเคารพที่เจ้าได้สร้างขึ้น เจ้าได้ดึงจุดจบของเจ้าให้ใกล้เข้ามาและใกล้ถึงปีสุดท้ายของเจ้าแล้ว ดังนั้นเราจะทำให้เจ้าเป็นที่น่าเย้ยหยันต่อชนชาติทั้งหลายและถูกเหยียดหยามต่อสายตาของทุกดินแดน
\v 5 ทั้งบรรดาผู้อยู่ใกล้และผู้อยู่ไกลจะเยาะเย้ยเจ้า เมืองอันเป็นมลทินเอ๋ย ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทุกหนทุกแห่งว่าเต็มไปด้วยความโกลาหล
\s5
\p
\v 6 ดูเถิดผู้ปกครองทั้งหลายของอิสราเอลนั้น อำนาจของแต่ละคนของตัวเขาเองได้มาถึงเจ้าเพื่อทำให้เกิดการหลั่งเลือด
\v 7 พวกเขาได้ดูหมิ่นเหยียดหยามบรรดาบิดามารดาของตนในเมืองนี้ และพวกเขาได้กดขี่ข่มเหงบรรดาคนต่างด้าวที่อยู่ในกลางเมือง ประพฤติไม่ดีต่อเด็กกำพร้า และหญิงม่ายในเมือง
\v 8 เจ้าได้เหยียดหยามสิ่งบริสุทธิ์ของเราและทำให้บรรดาสะบาโตของเรามัวหมอง
\v 9 พวกนักฆ่าได้มายังเจ้าเพื่อทำให้เกิดการหลั่งเลือด และพวกเขาจะกินเลี้ยงบนภูเขาและทำสิ่งที่ชั่วร้ายท่ามกลางเจ้า
\s5
\p
\v 10 ความเปลือยเปล่าของบิดาถูกเปิดเผยในตัวเจ้า พวกเขาได้ทำร้ายผู้หญิงที่ไม่บริสุทธิ์ที่อยู่ในเจ้าในระหว่างที่นางเป็นมลทิน
\v 11 มีคนที่ทำเรื่องต่ำช้าสามานย์กับภรรยาของเพื่อนบ้าน และมีคนทำให้ลูกสะใภ้เป็นมลทินอย่างน่าละอาย มีคนล่วงเกินพี่สาวน้องสาวร่วมบิดาของพวกเขา คนเหล่านี้ต่างอยู่ท่ามกลางเจ้า
\v 12 มีคนที่รับสินบนท่ามกลางเจ้าเพื่อทำให้เกิดการหลั่งเลือด เจ้าเรียกดอกเบี้ยและเอากำไรมากเกินไป เจ้าทำร้ายเพื่อนบ้านของเจ้าโดยการกดขี่ข่มเหง และเจ้าหลงลืมเรา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 13 ดูเถิด เราจะตีด้วยมือของเราลงเหนือสิ่งอยุติธรรมที่เจ้าได้ทำ และการหลั่งเลือดในท่ามกลางพวกเจ้า
\v 14 ใจเจ้าจะยังฝืนทนแล้วมือของเจ้าจะยังเข้มแข็งในวันที่เราจัดการกับเจ้าได้หรือ? เราเป็นพระยาห์เวห์ได้ประกาศสิ่งนี้ และเราจะทำตามนั้น
\v 15 ดังนั้นเราจะให้พวกเจ้ากระจายออกไปท่ามกลางประชาชาติต่างๆ และให้เจ้าแตกซ่านไปทั่วดินแดนต่างๆ ในวิธีนี้เราจะเผาผลาญความไม่บริสุทธิ์ของเจ้าออกจากเจ้า
\v 16 ดังนั้นเจ้าจะเป็นที่ไม่บริสุทธิ์ในสายตาของชนชาติทั้งหลาย แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\p
\v 17 ต่อมามีพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 18 "เจ้าบุตรมนุษย์ วงศ์วานอิสราเอลได้กลายเป็นขี้แร่สำหรับเรา เขาทั้งปวงเป็นเศษทองแดง ดีบุก เหล็ก และตะกั่วในท่ามกลางเจ้า พวกเขาจะเป็นเพียงขี้แร่ของเงินในเตาหลอมของเจ้า
\v 19 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า 'เนื่องจากพวกเจ้าทั้งหมดได้เป็นเหมือนขี้แร่ ดังนั้น ดูเถิด เราจะรวบรวมเจ้าเข้าสู่กลางกรุงเยรูซาเล็ม
\s5
\p
\v 20 ดั่งคนรวบรวมเงิน ทองแดง เหล็ก ตะกั่ว และดีบุกรวมทั้งใส่พวกมันเข้าไปในเตาหลอมเพื่อหลอมละลาย ทั้งเป่าด้วยไฟอันร้อนแรงเพื่อหลอมพวกมัน ดังนั้นเราจะรวบรวมพวกเจ้าด้วยความโกรธและโทสะของเรา เราจะวางเจ้าไว้ที่นั่นและเป่าไฟให้เจ้าละลาย
\v 21 ดังนั้น เราจะรวบรวมเจ้าและเป่าด้วยไฟแห่งโทสะของเราใส่เจ้า และเจ้าจะถูกหลอมอยู่ท่ามกลางเมืองนั้น
\v 22 ดั่งเงินถูกหลอมกลางเตาเผา เจ้าจะถูกหลอมเหลวอยู่ในท่ามกลางมัน และเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ได้ระบายโทสะของเราลงต่อพวกเจ้า'"
\s5
\p
\v 23 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 24 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงกล่าวกับเมืองนี้ว่า 'เจ้าเป็นดินแดนที่ไม่ได้รับการชำระให้สะอาด เจ้าจะไม่มีฝนตกในวันแห่งพระพิโรธเลย
\v 25 มีการกบฏของผู้พยากรณ์ของนางในท่ามกลางเจ้า เหมือนสิงโตคำรามและฉีกเหยื่อ พวกเขาเขมือบชีวิตผู้คนและยึดทรัพย์สมบัติและของมีค่า พวกเขาทำให้พวกแม่ม่ายทวีจำนวนขึ้นในนาง
\s5
\p
\v 26 ปุโรหิตของนางได้ละเมิดบทบัญญัติของเราและลบหลู่สิ่งบริสุทธิ์ของเรา พวกเขาไม่แยกแยะระหว่างบรรดาสิ่งที่บริสุทธิ์กับบรรดาสิ่งไม่บริสุทธิ์ และไม่ได้สอนเรื่องความแตกต่างระหว่างบรรดาสิ่งที่สะอาดและบรรดาสิ่งที่มีมลทิน พวกเขาปิดหูปิดตาไม่รักษาบรรดาสะบาโตของเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงถูกลบหลู่ดูหมิ่นในท่ามกลางพวกเขา
\v 27 บรรดาเจ้าเมืองของนางที่อยู่ในนางเป็นเหมือนฝูงสุนัขป่าฉีกเนื้อของเหยื่อของพวกมันออก พวกเขาทำให้เกิดการหลั่งเลือดและทำลายชีวิตเพื่อหาผลประโยชน์อย่างฉ้อฉล
\v 28 บรรดาผู้เผยพระวจนะของนางได้ฉาบปูนขาวปิดบังการกระทำของพวกเขา พวกเขาเห็นนิมิตเท็จและคำทำนายจอมปลอม พวกเขากล่าวว่า "พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสิ่งนี้" ทั้งๆ ที่พระยาห์เวห์ไม่ได้ตรัส
\s5
\p
\v 29 ประชาชนของดินแดนนั้นถูกกดขี่ข่มเหงด้วยการกรรโชกและปล้นสะดมผ่านการโจรกรรม และพวกเขาทำชั่วต่อคนจนและขัดสน และรังแกคนต่างด้าวโดยปราศจากความยุติธรรม
\s5
\p
\v 30 ดังนั้นเราได้มองหาใครสักคนในพวกเขาที่จะสร้างกำแพงขึ้นและยืนอยู่ต่อหน้าเรา เพื่อชำระดินแดนนี้สะอาดและเราจะได้ไม่ทำลายมัน แต่เราก็ไม่ได้พบใครเลย
\v 31 ดังนั้น เราจะระบายโทสะลงเหนือพวกเขา เราจะทำให้พวกเขาจบสิ้นด้วยไฟแห่งความโกรธของเราและปล่อยสิ่งทั้งปวงที่เขาทำไว้ตกแก่ศีรษะของพวกเขา นี่เป็นคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\c 23
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ มีผู้หญิงสองคนเป็นบุตรสาวของมารดาเดียวกัน
\v 3 เธอทั้งสองได้ทำตัวเหมือนโสเภณีในอียิปต์ตั้งแต่สาวๆ พวกเธอทำตัวเป็นโสเภณีที่นั่น หน้าอกของพวกเธอได้ถูกเคล้าคลึง และเต้านมพรหมจารีของพวกเธอก็ได้ถูกลูบไล้
\v 4 ชื่อของพวกเธอคือ คนพี่ชื่อโอโฮลาห์และน้องสาวชื่อโอโฮลีบาห์ แล้วพวกเธอทั้งสองก็เป็นของเรา แล้วพวกเธอได้ให้กำเนิดบรรดาบุตรชายและบุตรหญิง ชื่อของพวกเขามีความหมายดังนี้ โอโฮลาห์หมายถึงสะมาเรีย และโอโฮลีบาห์หมายถึงกรุงเยรูซาเล็ม
\s5
\p
\v 5 แต่โอโฮลาห์ได้ทำตัวเป็นโสเภณีถึงแม้เมื่อเธอได้เป็นของเราแล้ว เธอได้หลงใหลชู้รักทั้งหลายของเธอ คือชาวอัสซีเรียซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพล
\v 6 เจ้าเมืองแต่งกายด้วยผ้าสีฟ้าซึ่งเป็นทั้งพวกข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของเขา เป็นชายหนุ่มที่กำยำและหล่อเหลา พวกเขาทุกคนเป็นคนที่ขี่ม้า
\v 7 ดังนั้นเธอจึงได้เสนอตัวแก่พวกเขาเหมือนโสเภณี ซึ่งเป็นบุคคลชั้นเยี่ยมของอัสซีเรียทุกคน และเธอก็ทำตัวเองให้เป็นมลทินกับทุกคนที่เธอได้มีเพศสัมพันธ์ด้วย และรูปเคารพทั้งหมดของพวกเขา
\s5
\p
\v 8 เพราะเธอไม่ได้เลิกความประพฤติการขายตัวตั้งแต่ครั้งอยู่ในอียิปต์ เมื่อพวกเขาได้หลับนอนกับเธอครั้งเมื่อเธอยังสาวอยู่นั้น พวกเขาหลับนอนกับเธอ และจับเต้านมพรหมจารีของพวกเธอครั้งแรก แล้วพวกเขาได้เริ่มหลั่งราคะของพวกเขาบนเธอครั้งแรก
\v 9 ดังนั้นเราจึงมอบเธอให้ตกอยู่ในมือพวกชู้รักของเธอ อยู่ในมือของอัสซีเรียที่เธอได้หลงใหลนั้น
\v 10 พวกเขาได้เผยความเปลือยเปล่าของเธอ พวกเขาได้จับบรรดาบุตรชายและบุตรหญิงของเธอ และพวกเขาได้ฆ่าเธอด้วยดาบ และเธอจึงกลายเป็นที่น่าอับอายแก่ผู้หญิงอื่นๆ ดังนั้นพวกเขาได้ตัดสินลงโทษเธอ
\s5
\p
\v 11 โอโฮลีบาห์น้องสาวของเธอได้เห็นเช่นนั้น แต่เธอก็มีราคะเสียยิ่งกว่าพี่สาวในเรื่องการลุ่มหลง และในความประพฤติในการเป็นโสเภณีของเธอนั้นยิ่งกว่าพี่สาวเสียอีก
\v 12 เธอได้หลงใหลชาวอัสซีเรีย ทั้งพวกเจ้าเมืองและพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ผู้ซึ่งแต่งตัวเต็มยศเหล่านั้นที่ขี่บนหลังม้า พวกเขาทุกคนเป็นชายหนุ่มที่กำยำ และหล่อเหลา
\v 13 เราได้เห็นว่าเธอสร้างมลทินแก่ตัวเธอเองเสียแล้ว เธอทั้งสองก็เป็นแบบเดียวกัน
\s5
\p
\v 14 แล้วเธอก็ได้ยิ่งประพฤติตัวเหมือนโสเภณีมากยิ่งขึ้น เธอได้เห็นรูปของผู้ชายแกะสลักอยู่บนผนัง และรูปแกะสลักของคนเคลเดียที่วาดด้วยสีแดงเข้ม
\v 15 ใส่เข็มขัดคาดเอวของพวกเขา พร้อมด้วยผ้าโพกศีรษะที่ชายห้อยอยู่บนศีรษะของพวกเขา ทุกคนมีลักษณะเหมือนกับนายทหารรถม้าศึก เหมือนกับบรรดาบุตรชายของชาวบาบิโลน ซึ่งดินแดนเดิมของเขาคือเคลเดีย
\s5
\p
\v 16 ทันทีที่สายตาของเธอเห็นพวกเขา เธอได้หลงใหลพวกเขา ดังนั้น เธอก็ได้ส่งผู้สื่อสารไปหาพวกเขาที่เคลเดีย
\v 17 แล้วชาวบาบิโลนได้มาหาเธอถึงเตียงราคะ และพวกเขาก็ทำให้เธอเป็นมลทินด้วยการเล่นชู้ของพวกเขาด้วยสิ่งที่เธอได้กระทำ เธอจึงได้สร้างมลทิน ดังนั้นเธอจึงหันเหออกไปจากพวกเขาด้วยความรังเกียจ
\s5
\p
\v 18 เธอได้เผยตัวเหมือนการเป็นโสเภณีและเธอเผยร่างกายอันเปลือยเปล่าของเธอ ตัวของเราก็แยกจากเธอไปเหมือนอย่างที่ตัวของเราได้แยกจากพี่สาวของเธอไป
\v 19 แล้วเธอยังทำตัวเป็นโสเภณีของเธอมากขึ้นอีกโดยหวนระลึกถึงและทำตัวเลียนแบบเหมือนเมื่อครั้งยังสาวอยู่ เมื่อเธอทำตัวเป็นโสเภณีอยู่ในแผ่นดินอียิปต์
\s5
\p
\v 20 ดังนั้นเธอหลงใหลชู้รักของเธอ อวัยวะเพศของพวกเขาก็เหมือนกับของพวกลา และการหลั่งน้ำกามของเขานั้นก็เหมือนของม้า
\v 21 นี้คือวิธีที่เจ้าได้ทำสิ่งที่น่าละอายเมื่อเจ้ายังสาวอยู่ เมื่อคนอียิปต์จับต้องเต้านมของเจ้า และเคล้าคลึงหน้าอกของเจ้า
\s5
\p
\v 22 ดังนั้น โอโฮลีบาห์เอ๋ย พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะเปลี่ยนชู้รักทั้งหลายให้มาสู้กับเจ้า คนเหล่านั้นซึ่งเจ้าได้แยกจากไปนั้น เราจะนำพวกเขามาสู้กับเจ้าจากทุกๆ ด้าน
\v 23 พวกคนบาบิโลน และคนเคลเดียทั้งหมด คนเปโขด คนโชอา และคนโคอา และรวมทั้งคนอัสซีเรียทั้งหมดด้วย เป็นคนหนุ่มที่กำยำและหล่อเหลา พวกเจ้าเมืองและผู้บัญชาการกองทัพทั้งหลาย พวกเขาทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าระดับสูงและเป็นคนที่มีชื่อเสียง พวกเขาทุกคนขี่ม้า
\s5
\p
\v 24 พวกเขาจะมาต่อสู้เจ้าด้วยอาวุธทั้งหลาย และด้วยรถม้าศึก รวมทั้งเกวียน พร้อมกับชนชาติทั้งหลายจำนวนมาก พวกเขาจะใช้โล่ใหญ่และโล่เล็ก ทั้งหมวกเหล็กตั้งตนต่อสู้เจ้าจากทุกด้าน เราจะมอบโอกาสให้เขาลงโทษเจ้า และพวกเขาจะลงโทษเจ้าด้วยการกระทำของเขา
\v 25 เพราะเราจะแสดงความหวงแหนของเราต่อเจ้า และพวกเขาจะทำกับเจ้าด้วยความโกรธ พวกเขาจะตัดจมูกและตัดหูของเจ้าออกเสีย และพวกเจ้าที่เหลือรอดจะตายเพราะดาบ พวกเขาจะจับบุตรชายและบุตรหญิงทั้งหลายของเจ้าไป และพวกเจ้าที่เหลือรอดจะถูกเผาด้วยไฟ
\s5
\p
\v 26 พวกเขาจะถอดเสื้อผ้าของเจ้าออกและนำเอาเครื่องประดับเพชรพลอยของเจ้าไปเสีย
\v 27 ดังนั้นเราจะเอาความละอายของเจ้าออกจากเจ้าและความประพฤติโสเภณีของเจ้าออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ เจ้าจะไม่เงยหน้าขึ้นดูสิ่งนั้นอีก แล้วเจ้าจะไม่ระลึกถึงอียิปต์อีกต่อไป'
\s5
\p
\v 28 เหตุเพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะมอบเจ้าไว้ในมือของผู้ที่เจ้าเกลียด กลับไปอยู่ในมือของพวกที่เจ้าได้หนีจากไปนั้น
\v 29 พวกเขาจะทำกับเจ้าด้วยความเกลียดชัง และจะริบเอาสมบัติของเจ้าไปหมด และทิ้งเจ้าไว้ให้เปลือยเปล่าและล่อนจ้อน และความเปลือยเปล่าและการเป็นโสเภณีของเจ้าจะต้องถูกเผยออก ทั้งความประพฤติอันน่าละอายและการสำส่อนของเจ้า
\s5
\p
\v 30 เขานำสิ่งเหล่านี้มายังเจ้าเพราะเจ้าทำตัวเป็นโสเภณีและหลงใหลต่อบรรดาชนชาติ ซึ่งทำให้เจ้ากลายเป็นมลทินกับรูปเคารพของพวกเขา
\v 31 เจ้าได้ดำเนินตามทางของพี่สาวเจ้า ดังนั้นเราจะมอบถ้วยแห่งการลงโทษของเธอใส่มือเจ้า'
\s5
\p
\v 32 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เจ้าจะต้องดื่มจากถ้วยของพี่สาวเจ้าซึ่งเป็นถ้วยที่ลึกและใหญ่ เจ้าจะกลายเป็นที่หัวเราะและสิ่งถูกเยาะเย้ย เนื่องจากถ้วยนี้จุได้มาก
\s5
\p
\v 33 เจ้าจะเต็มด้วยความมึนเมาและความระทม ถ้วยของสะมาเรียพี่สาวของเจ้านั้น เป็นถ้วยน่าหวาดกลัวและการทำลายล้าง
\v 34 เจ้าจะดื่มและดื่มจนเกลี้ยง แล้วเจ้าจะทำถ้วยให้แตกและฉีกหน้าอกของเจ้าเสียเป็นชิ้นๆ เพราะเราได้เปล่งวาจาแล้ว พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แหละ'
\s5
\p
\v 35 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เพราะเจ้าลืมเราและเหวี่ยงเราไปไว้ข้างหลังเจ้า ดังนั้นเจ้าจงแบกรับผลของการมักมากในกามและการเล่นชู้เถิด'"
\s5
\p
\v 36 พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าจะตัดสินโอโฮลาห์และโอโฮลีบาห์หรือไม่? ดังนั้นจงประกาศการกระทำที่น่ารังเกียจของพวกเธอให้เธอทราบ
\v 37 เพราะว่าพวกเธอได้ล่วงประเวณี และเลือดก็อยู่ในมือพวกเธอ พวกเธอล่วงประเวณีกับรูปเคารพของพวกเธอและพวกเธอยังถวายบุตรชายของพวกเธอเพื่อลุยไฟเป็นอาหารแก่พวกรูปเคารพของพวกเธอ
\s5
\p
\v 38 แล้วพวกเธอได้คงทำเช่นนี้กับเราอีก คือพวกเธอได้ทำให้สถานนมัสการของเราเป็นมลทิน และในวันเดียวกันพวกเขาก็ทำให้วันสะบาโตของเราเป็นมลทิน
\v 39 คือเมื่อเธอฆ่าบุตรทั้งหลายของพวกเธอเป็นเครื่องบูชากับพวกรูปเคารพของพวกเธอ แล้วพวกเธอก็เข้ามาในสถานนมัสการของเราและทำให้เป็นมลทินในวันเดียวกันนั้น ดังนั้นดูเถิด พวกเธอได้ทำสิ่งนี้ในท่ามกลางพระนิเวศของเรา
\s5
\p
\v 40 พวกเจ้ายังส่งคนไปหาพวกผู้ชายมาจากเมืองไกล ด้วยการส่งผู้สื่อสารไปหา และตอนนี้ดูเถิด พวกเขาก็ได้มา แล้วเจ้าก็ได้ล้างตัวของเจ้า เจ้าทาตาของเจ้า และแต่งกายของเจ้าด้วยเครื่องประดับ
\v 41 ที่นั่นเจ้านั่งอยู่บนเตียงสวยงามและข้างหน้ามีโต๊ะวางไว้พร้อม ซึ่งเป็นโต๊ะที่เจ้าวางเครื่องหอมและน้ำมันของเรา
\s5
\p
\v 42 แล้วเสียงของฝูงชนที่ปล่อยตัวก็ดังอยู่กับเธอ พร้อมกับคนทุกคน แม้แต่พวกคนขี้เมาก็ถูกนำมาจากถิ่นทุรกันดาร แล้วพวกเขาได้เอากำไลมือสวมที่มือของพวกเธอและสวมมงกุฎงามบนศีรษะพวกเธอ
\s5
\p
\v 43 แล้วเราได้กล่าวกับเธอว่าเธอเป็นผู้ร่วงโรยด้วยการล่วงประเวณี 'ตอนนี้ พวกชายเหล่านั้นจะยังเข้าหาเธอ และเธอก็จะร่วมกับพวกเขา'
\v 44 พวกเขาก็เข้าหาเธอและหลับนอนกับเธอเหมือนอย่างผู้ชายที่ไปหลับนอนกับโสเภณี ในลักษณะนี้พวกเขาได้นอนกับโอโฮลาห์กับโอโฮลีบาห์ซึ่งเป็นผู้หญิงผิดศีลธรรม
\v 45 แต่คนชอบธรรมจะตัดสินพวกเธอด้วยคำตัดสินอันควรแก่หญิงล่วงประเวณี และพวกเขาจะตัดสินพวกเธอด้วยคำตัดสินอันควรแก่หญิงที่ได้ทำให้เลือดตก เพราะพวกเธอเป็นหญิงล่วงประเวณีและมือของพวกเธอก็เปื้อนเลือด
\s5
\p
\v 46 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะนำกองทัพมาสู้กับพวกเธอ และมอบพวกเธอไว้แก่ความหวาดกลัวและการถูกปล้น
\v 47 แล้วกองทัพจะเอาหินขว้างพวกเธอและฟันเธอด้วยดาบของพวกเขา พวกเขาจะฆ่าบุตรชายและบุตรหญิงทั้งหลายของพวกเธอ และเผาเรือนทั้งหลายของพวกเธอเสีย
\s5
\p
\v 48 เพราะเราจะทำให้ความประพฤติอันน่าละอายออกจากแผ่นดินและตักเตือนพวกผู้หญิงทุกคนเพื่อพวกเธอจะไม่ทำตัวเหมือนโสเภณีอีก
\v 49 ดังนั้นพวกเขาจะกำหนดให้ความประพฤติที่น่าอับอายของพวกเจ้ามาบังเกิดแก่เจ้า เจ้าจะแบกรับความผิดบาปของเจ้ากับพวกรูปเคารพของพวกเจ้า และในวิธีนี้เจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 24
\p
\v 1 ในวันที่สิบเดือนที่สิบของปีที่เก้า พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงบันทึกชื่อของเราในวันนี้ไว้ให้ถูกต้อง เพราะกษัตริย์แห่งบาบิโลนได้ล้อมกรุงเยรูซาเล็มวันนี้
\s5
\p
\v 3 ดังนั้นจงกล่าวภาษิตต่อต้านพงศ์พันธุ์กบฏนี้ กล่าวคำอุปมากับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า จงตั้งหม้อขึ้น แล้วเทน้ำใส่ลงไป
\v 4 ใส่ชิ้นเนื้อรวมลงไป ชิ้นเนื้อดีๆ ทั้งหมดคือเนื้อสะโพกและเนื้อสันขาหน้า จงเลือกเอากระดูกชิ้นที่ดีที่สุดใส่ให้เต็มหม้อ
\v 5 จงคัดแกะตัวเยี่ยมสุดจากฝูงมาและสุมฟืนใต้หม้อเพื่อต้มกระดูก จงนำมาต้มให้เดือดและเคี่ยวกระดูกในหม้อนั้น
\s5
\p
\v 6 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า พินาศแก่กรุงซึ่งนองเลือดคือ หม้อซึ่งตอนนี้ตะกรันเขรอะไม่หลุดกะเทาะออกมา จงเอาเนื้อออกมาทีละชิ้นๆโดยไม่ต้องจับฉลากว่าจะเอาชิ้นไหนก่อน
\s5
\p
\v 7 เพราะเลือดที่เธอทำให้ตกนั้นยังอยู่ท่ามกลางเธอ เธอได้เทเลือดไว้บนหินเรียบ เธอไม่ได้เทลงบนพื้นดินแล้วทำให้ฝุ่นกลบไว้
\v 8 เพื่อกระตุ้นโทสะและการแก้แค้น เราจึงทิ้งเลือดของเธอบนหินโล่งเตียน เพื่อเลือดนั้นจะไม่ถูกกลบ
\s5
\p
\v 9 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า วิบัติแก่กรุงซึ่งนองเลือด เราจะทำให้กองฟืนนั้นใหญ่ขึ้นด้วย
\v 10 จงสุมฟืนเข้าไปและก่อไฟขึ้น ต้มเนื้อให้ดีและใส่เครื่องปรุงและปล่อยกระดูกให้ไหม้
\s5
\p
\v 11 แล้ววางหม้อเปล่าบนถ่าน จนมันร้อนและทองแดงสุกปลั่ง ตะกอนต่างๆจะได้หลอมละลาย และตะกรันหนาเขรอะไหม้ไปหมด
\v 12 เธอเหน็ดเหนื่อยเพราะงานหนัก แต่การกัดกร่อนของเธอไม่ได้ดับไปเลยด้วยไฟ
\s5
\p
\v 13 ความประพฤติน่าละอายของเจ้าอยู่ในความสำส่อนของเจ้า เพราะเราพยายามชำระเจ้าแต่เจ้าก็ไม่อาจชำระจากมลทินได้ เจ้าจะไม่สะอาดเอี่ยมอ่องอีกต่อไปจนกว่าเราจะระบายความโกรธของเราออกเหนือเจ้าจนหมด
\s5
\p
\v 14 เราเอง พระยาห์เวห์ได้ประกาศไว้ และเราจะลงมือ เราจะไม่ยั้งมือ เราจะไม่เห็นใจหรือเวทนาสงสาร พวกเขาจะพิพากษาเจ้า ตามวิถีทางและการกระทำของเจ้า นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\p
\v 15 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 16 "เจ้าบุตรมนุษย์ ดูเถิด เราจะเอาพรากแก้วตาดวงใจของเจ้าไปจากเจ้าด้วยภัยพิบัติ แต่อย่าครวญครางร่ำไห้รวมทั้งอย่าหลั่งน้ำตา
\v 17 เจ้าต้องถอนใจเงียบๆ อย่าทำพิธีศพแก่ผู้ตาย จงโพกผ้าไว้และสวมรองเท้า แต่อย่าเอาผ้าคลุมหน้า หรือกินอาหารของผู้ที่สูญเสียภรรยาทั้งหลายของพวกเขา"
\s5
\p
\v 18 ดังนั้นข้าพเจ้าพูดกับประชาชนในตอนเช้า และครั้นตกเย็นภรรยาของข้าพเจ้าก็สิ้นชีวิต ในตอนเช้าข้าพเจ้าก็ทำอย่างที่ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชา
\s5
\p
\v 19 ประชาชนได้ถามข้าพเจ้าว่า "ท่านจะไม่บอกเราหรือว่า สิ่งที่ท่านทำนี้มีความหมายอะไรต่อเรา?"
\v 20 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า "พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าดังนี้ว่า ตรัสว่า
\v 21 'จงกล่าวแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะทำลายสถานนมัสการของเราอันเป็นที่มั่นซึ่งเจ้าทั้งหลายภาคภูมิใจ และเป็นแก้วตาดวงใจ ทั้งความปรารถนาในชีวิตของเจ้า และบุตรชายบุตรหญิงทั้งหลายที่เจ้าละไว้เบื้องหลังจะล้มตายด้วยคมดาบ
\s5
\p
\v 22 แล้วเจ้าจะทำเหมือนที่เราได้ทำ เจ้าจะไม่เอาผ้าคลุมหน้าหรือกินอาหารตามธรรมเนียมของคนเศร้าโศก
\v 23 ผ้าโพกของเจ้าจะอยู่บนศีรษะของเจ้าแทน และรองเท้าจะอยู่ที่เท้าของเจ้า พวกเจ้าจะไม่ไว้ทุกข์หรือร้องไห้ ด้วยเจ้าจะทรุดโทรมลงเพราะความผิดของเจ้า และจะโอดครวญต่อพี่น้องของเขา
\v 24 ดังนั้นเอเสเคียลจะเป็นหมายสำคัญแก่เจ้า เจ้าจะทำอย่างที่เขาได้ทำ เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 25 "แต่ เจ้าบุตรมนุษย์ ในวันที่เรายึดวิหารของพวกเขาไป ที่ซึ่งเป็นที่พวกเขาชื่นชมและภาคภูมิใจ และเป็นสิ่งชื่นตาชื่นใจทั้งใฝ่ปรารถนาของพวกเขา และเมื่อเราได้เอาบุตรชายและบุตรหญิงของพวกเขาไป
\v 26 ในวันนั้น ผู้ลี้ภัยจะมาหาเจ้าเพื่อจะมาแจ้งข่าวให้เจ้าได้ยิน
\v 27 ในวันนั้นปากเจ้าจะถูกเปิดต่อหน้าผู้ลี้ภัย แล้วเจ้าจะพูดและจะไม่เป็นใบ้อีกต่อไป เจ้าจะเป็นหมายสำคัญแก่พวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์"
\s5
\c 25
\p
\v 1 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเดินหน้าต่อสู้คนอัมโมนและจงเผยพระวจนะฟ้องเอาผิดพวกเขา
\s5
\p
\v 3 จงพูดกับคนอัมโมนว่า 'จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า เพราะเจ้ากล่าวว่า "ดีแล้ว" ต่อสถานนมัสการของเราเมื่อที่นั้นถูกลบหลู่ และต่อแผ่นดินอิสราเอลเมื่อที่นั่นถูกทำให้รกร้าง และต่อพงศ์พันธุ์ยูดาห์เมื่อพวกเขาถูกกวาดไปเป็นเชลย
\v 4 ดังนั้น ดูเถิด เราจะมอบเจ้าให้เป็นกรรมสิทธิ์ของประชาชาติด้านตะวันออก พวกเขาจะตั้งค่ายและตั้งเต็นท์ของพวกเขาอยู่ท่ามกลางเจ้า พวกเขาจะกินผลไม้ของเจ้าและพวกเขาจะดื่มน้ำนมของเจ้า
\v 5 เราจะทำให้เมืองรับบาห์เป็นทุ่งหญ้าสำหรับอูฐ และทำให้ที่ของคนอัมโมนเป็นที่พักสำหรับฝูงแพะแกะ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 6 เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้าได้ตบมือ ทั้งกระทืบเท้า แลชื่นชมยินดีด้วยใจที่สบประมาททุกอย่างต่อดินแดนอิสราเอล
\v 7 ดังนั้น ดูสิ เราจะลงมือทำโทษเจ้าด้วยมือของเรา และจะมอบเจ้าแก่ชนชาติทั้งหลายให้เป็นของริบ เราจะตัดเจ้าออกจากชนชาติทั้งหลายและเราจะทำให้เจ้าพินาศไปจากประเทศทั้งหลาย เราจะทำลายเจ้า และเจ้าจะรู้ว่าเราเป็น พระยาห์เวห์'
\s5
\p
\v 8 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เพราะโมอับและเสอีร์กล่าวว่า "ดูเถิด พงศ์พันธุ์ยูดาห์ก็เหมือนกับทุกประชาชาติอื่นๆ"
\v 9 เพราะฉะนั้น ดูเถิด เราจะเปิดชายแดนของโมอับออกเริ่มจากเมืองต่างๆตามชายแดน คือคือบรรดาเมืองรุ่งโรจน์แห่งเมืองเบธเยชิโมท เมืองบาอัลเมโอน และเมืองคีริยาธาอิม
\v 10 ประชาชนทางทิศตะวันออกจะสู้กับคนอัมโมน เราจะมอบอัมโมนให้เป็นกรรมสิทธิ์เพื่อว่าจะไม่มีใครนึกถึงคนอัมโมนอีกในท่ามกลางบรรดาประชาชาติ
\v 11 ดังนั้นเราจะทำการตัดสินโทษโมอับ แล้วเขาทั้งหลายจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'
\s5
\p
\v 12 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เหตุเพราะว่าเอโดมได้ทำแก้แค้นต่อพงศ์พันธุ์ของยูดาห์และมีความผิดมหันต์ที่ทำเช่นนั้น
\v 13 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะเหยียดมือของเราออกต่อต้านเอโดม และทำลายทั้งคนและสัตว์ทุกตัวที่นั่น และเราจะทำให้พวกเขาย่อยยับเป็นที่รกร้าง ตั้งแต่เมืองเทมานถึงเมืองเดดาน พวกเขาก็จะตายเพราะดาบ
\s5
\p
\v 14 เราจะวางการแก้แค้นของเราลงเหนือเอโดมด้วยมือของอิสราเอลประชาชนของเรา และพวกเขาจะทำกับเอโดมตามโทสะและความโกรธของเรา แล้วพวกเขาจะรู้ถึงการแก้แค้นของเรา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'
\s5
\p
\v 15 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'คนฟีลิสเตียได้ทำการแก้แค้นด้วยใจมุ่งร้ายและจากภายในของตัวพวกเขาเอง พวกเขาได้ตั้งเป้าหมายเพื่อทำลายยูดาห์ครั้งแล้วครั้งเล่า
\v 16 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสคือ ดูเถิด เราจะเหยียดมือของเราออกต่อต้านคนฟีลิสเตีย และเราจะตัดคนเคเรธีออกรวมทั้งทำลายพวกที่เหลืออยู่ตามแนวชายฝั่งทะเล
\v 17 เพราะเราจะทำการแก้แค้นที่ยิ่งใหญ่ต่อพวกเขาด้วยและลงโทษเขาด้วยความโกรธ เพื่อที่พวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราทำการแก้แค้นพวกเขา'"
\s5
\c 26
\p
\v 1 ดังนั้นในปีที่สิบเอ็ด ในวันที่หนึ่งของเดือนนั้น พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ เพราะว่าไทระได้เย้ยหยันถึงกรุงเยรูซาเล็มว่า 'ดีแล้ว ประตูเมืองของประชาชนนั้นพังทลายแล้ว มันได้กลับมาหาเรา ส่วนเราจะทำให้เต็มขึ้นเพราะเหตุประตูเมืองนั้นพินาศแล้ว'
\s5
\p
\v 3 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า 'ดูเถิด ไทระ เรามาต่อสู้เจ้า และเราจะยกชนชาติต่างๆ มาต่อต้านเจ้าเหมือนทะเลซัดคลื่นทั้งหลายกระทบฝั่ง
\v 4 พวกเขาจะทำลายกำแพงทั้งหลายของไทระและพังหอคอยต่างๆ แล้วเราจะปัดเศษอิฐเศษหินของมันออกไปและทำให้มันเป็นหินโล่งเตียน
\s5
\p
\v 5 มันจะกลายเป็นที่ตากแหต่างๆ กลางทะเล เนื่องจากเราได้เปล่งวาจาไว้แล้ว นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เมืองนั้นจะเป็นสิ่งได้ปล้นมาของบรรดาชนชาติ
\v 6 บุตรหญิงทั้งหลายของนางที่อยู่ในทุ่งนาจะต้องถูกฆ่าตายเพราะดาบแล้ว และพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'
\s5
\p
\v 7 เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะนำเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลน ผู้เป็นจอมกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลายจากทิศเหนือมายังไทระ พร้อมกับบรรดาม้า บรรดารถม้าศึก บรรดาพลม้าและกำลังพลมากมาย
\v 8 เขาจะฆ่าบรรดาบุตรหญิงในทุ่งนา เขาจะตั้งเครื่องล้อมเมืองต่อต้านเจ้า สร้างเชิงเทินต่อกับกำแพงทั้งหลายของเจ้า และยกโล่ขึ้นเพื่อต่อต้านเจ้า
\s5
\p
\v 9 เขาจะกระทุ้งกำแพงทั้งหลายของเจ้าด้วยท่อนไม้กระทุ้งกำแพง และบรรดาอาวุธของเขาจะพังหอคอยทั้งหลายของเจ้าลง
\v 10 บรรดาม้าของเขามีมากมายจนฝุ่นม้าตลบคลุมเจ้าไว้ กำแพงเมืองทั้งหลายของเจ้าจะสั่นสะท้าน เนื่องด้วยเสียงบรรดาพลม้า บรรดาเกวียน และบรรดารถม้าศึก เมื่อเขายกเข้าประตูเมืองทั้งหลายของเจ้า เขาจะเป็นเหมือนคนเดินเข้าเมืองที่กำแพงได้ทลายแล้ว
\v 11 เขาจะเหยียบไปบนบรรดาถนนทุกสายของเจ้าด้วยกีบม้าทั้งหลายของเขา เขาจะฆ่าประชาชนของเจ้าด้วยดาบ และเสาหินอันแข็งแรงทั้งหลายของเจ้าจะล้มลงถึงดิน
\s5
\p
\v 12 พวกเขาจะปล้นเอาทรัพย์สมบัติของเจ้าและเขาจะเอาสินค้าต่างๆ ของเจ้าไป เขาทั้งหลายจะพังกำแพงทั้งหลายของเจ้าลงและจะรื้อบ้านอันหรูหราต่างๆของเจ้าลง ไม่ว่าบรรดาหินหรือไม้หรือเศษอิฐเศษปูนของเจ้านั้นเขาจะโยนทิ้งเสียกลางห้วงน้ำทั้งหลาย
\v 13 เราจะหยุดเสียงเพลงต่างๆ ของเจ้า และเสียงพิณของเจ้าก็จะไม่ให้ได้ยินอีกต่อไป
\v 14 เราจะทำเจ้าให้เป็นหินหัวโล้น เจ้าจะเป็นสถานที่สำหรับตากอวน เจ้าจะไม่ถูกสร้างขึ้นใหม่อีก เพราะเราเอง คือพระยาห์เวห์ได้เปล่งวาจาแล้ว” นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 15 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แก่ไทระว่า 'ดินแดนชายทะเลจะสั่นสะท้านด้วยเสียงที่เจ้าล้มลง และเสียงผู้บาดเจ็บร้องครวญครางเมื่อการเข่นฆ่าอันโหดเหี้ยมเกิดขึ้นท่ามกลางเจ้าไม่ใช่หรือ?
\v 16 แล้วเจ้าเมืองแห่งทะเลทั้งหมดจะก้าวลงมาจากบัลลังก์ของพวกเขาและจะเปลื้องเครื่องทรงออกรวมทั้งปลดเครื่องแต่งตัวที่มีลายปักออกเสีย พวกเขาจะเอาความสั่นกลัวมาเป็นเครื่องทรง พวกเขาจะนั่งอยู่บนพื้นดินและสั่นตลอดเวลา และพวกเขาจะตกใจเพราะเจ้า
\s5
\p
\v 17 พวกเขาจะกล่าวบทร้องทุกข์ในเรื่องเจ้าและกล่าวแก่เจ้าว่า โอ เมืองอันเลื่องชื่อที่พวกชาวทะเลทั้งหลายอาศัยอยู่ได้ถูกทำลายแล้ว เมืองที่มีชื่อเสียงซึ่งเข้มแข็งมาก ตอนนี้ได้หายไปจากทะเลแล้ว บรรดาผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองมาแต่ก่อนได้กระจายความกลัวแก่ผู้ที่อยู่ใกล้พวกเขา
\v 18 บัดนี้ชายฝั่งทั้งหลายก็สั่นสะท้านในวันที่เจ้าล้มลง บรรดาเกาะที่อยู่ในทะเลก็กลัวเพราะการที่เจ้าไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว'
\s5
\p
\v 19 เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เมื่อเราทำให้เจ้าเป็นเมืองรกร้าง เหมือนอย่างบรรดาเมืองอื่นๆ ที่ไม่มีคนอาศัย เมื่อเรานำที่ลึกมาท่วมเจ้า และน้ำมากหลายปกคลุมเจ้าไว้
\v 20 แล้วเราจะผลักเจ้าลงไปพร้อมกับคนเหล่านั้นที่ลงไปยังหลุม เพราะเราจะทำให้เจ้าอาศัยอยู่ในแดนที่ต่ำสุดของแผ่นดินโลกเหมือนซากปรักหักพังสมัยดึกดำบรรพ์ ด้วยเหตุนี้เจ้าจะไม่กลับมา และเจ้าจะไม่ยืนอยู่ในแผ่นดินของผู้มีชีวิตอีกต่อไป
\v 21 เราจะมอบภัยพิบัติให้แก่เจ้า และเจ้าจะไม่มีอีกตลอดไป แล้วถึงใครจะเสาะหาเจ้า แต่เขาจะหาเจ้าไม่พบอีกเลย นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 27
\p
\v 1 อีกครั้งหนึ่งที่พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "บัดนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ จงเริ่มโอดครวญเรื่องเมืองไทระ
\v 3 และจงกล่าวแก่ไทระ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ภายในประตูสู่ทะเล ซึ่งเป็นพ่อค้าของชนชาติทั้งหลายที่อยู่ตามเกาะทั้งหลาย พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เจ้าว่า ไทระ เจ้าได้กล่าวว่า 'ข้าช่างงามหมดจด'
\s5
\p
\v 4 พรมแดนของเจ้าอยู่ใจกลางทะเล ผู้ก่อสร้างได้ทำให้เจ้างามหมดจด
\v 5 พวกเขาได้ทำไม้กระดานทั้งหมดของเจ้าด้วยไม้สนไซเปรสที่มาจากภูเขาเฮอร์โมน พวกเขาเอาไม้สนสีดาร์มาจากเลบานอนเพื่อมาทำเป็นเสากระโดงให้เจ้า
\s5
\p
\v 6 พวกเขาได้ทำกรรเชียงของเจ้าจากไม้โอ๊กแห่งบาชาน พวกเขาได้ทำดาดฟ้าเรือของเจ้าด้วยไม้สนไซเปรสจากชายฝั่งทะเลไซปรัส และพวกเขาได้หุ้มไว้ด้วยงาช้าง
\v 7 ใบเรือของเจ้าได้ทำด้วยผ้าลินินหลากสีสันจากอียิปต์ซึ่งเหมือนกับเป็นธงทั้งหลายของเจ้า พวกผ้าสีน้ำเงินและสีม่วงจากชายฝั่งแห่งเอลีชาห์ถูกใช้สำหรับกันสาดบนเรือของเจ้า
\s5
\p
\v 8 เขาเหล่านั้นซึ่งอาศัยอยู่คือพวกไซดอนและพวกอารวัดเป็นพวกฝีพายของเจ้า เจ้าไทระ ช่างฝีมือของเจ้าที่อยู่กับเจ้า พวกเขาเป็นกะลาสีเรือของเจ้า
\v 9 ผู้เป็นช่างผู้ชำนาญจากเมืองไบบลอสเป็นช่างซ่อมรอยรั่วให้เจ้า เรือในทะเลทั้งหมดรวมทั้งพวกลูกเรือของพวกเขาก็อยู่ท่ามกลางเจ้าเพื่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับเจ้า
\s5
\p
\v 10 ชาวเปอร์เซีย ชาวลิเดีย และชาวลิเบีย ก็อยู่ในกองทัพของเจ้า เป็นบรรดานักรบของเจ้า พวกเขาได้แขวนโล่และหมวกเหล็กอยู่กับเจ้า พวกเขาได้ทำให้เจ้ารุ่งโรจน์
\v 11 ผู้คนชาวอารวัดและชาวเฮเลคในกองทัพของเจ้าได้อยู่บนกำแพงโดยรอบเจ้า และพวกคนชาวกามัดได้อยู่ในหอคอยของเจ้า พวกเขาได้แขวนโล่ไว้ตามกำแพงทั้งหลายโดยรอบเจ้า พวกเขาได้ทำให้เจ้างามพร้อม
\s5
\p
\v 12 ชาวทารชิชได้เป็นคู่ค้ากับเจ้า เพราะเจ้ามีความมั่งคั่งยิ่งจากสินค้ามากมายที่จะขายคือ เงิน เหล็ก ดีบุก และตะกั่ว พวกเขาได้มาซื้อขายกับสินค้าทั้งหลายของเจ้า
\v 13 ยาวาน ทูบัล และเมเชค พวกเขาได้ขายทาส และภาชนะทั้งหลายที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ พวกเขาได้มาดูแลการค้าขายสินค้าของเจ้า
\s5
\p
\v 14 ชาวเบธโทการมาห์ได้เอาพวกม้า พวกม้าศึก และพวกล่อมาแลกกับสินค้าของเจ้า
\v 15 ชาวโรดส์เป็นคู่ค้าของเจ้าบนแผ่นดินชายฝั่งทะเลจำนวนมาก สินค้าอยู่ในมือของเจ้า พวกเขาส่งบรรดาเขาสัตว์ งาช้าง และไม้มะเกลือมาเป็นค่าส่งส่วย
\s5
\p
\v 16 ชาวอารัมเป็นผู้จัดจำหน่ายในสินค้ามากมายของเจ้า พวกเขาได้จัดหามรกต ผ้าสีม่วง ผ้าสีสันต่างๆ ผ้าเนื้อละเอียด ไข่มุกต่างๆ และทับทิมมาเป็นสินค้าของเจ้า
\v 17 ยูดาห์และดินแดนอิสราเอลได้ค้าขายกับเจ้า พวกเขาได้จัดหาข้าวสาลีจากเมืองมินนิท ขนมเค้ก น้ำผึ้ง น้ำมัน และพิมเสนมาเป็นสินค้าของเจ้า
\v 18 ดามัสกัสได้ค้าขายกับเจ้า เพราะผลผลิตมากมายของเจ้าจากทรัพย์สินทั้งหมดที่มีมากมายของเจ้านั้น และเหล้าองุ่นจากเฮลโบน และขนแกะแห่งซาฮาร์
\s5
\p
\v 19 ดานและยาวานจากอูสซาลได้มาแลกเปลี่ยนสินค้ากับเจ้าคือเหล็กแปรรูป อบเชย ตะไคร้ สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นสินค้าสำหรับเจ้า
\v 20 เมืองเดดานเป็นคู่ค้าของเจ้าในด้านผ้าห่มอานม้าอย่างดี
\v 21 เมืองอาระเบียและเจ้านายทั้งหลายของเมืองเคดาร์เป็นผู้ค้าขายกับเจ้า พวกเขาได้ให้พวกลูกแกะ พวกแกะตัวผู้และพวกแพะ
\s5
\p
\v 22 พ่อค้าทั้งหลายของเมืองเชบาและเมืองราอามาห์ได้มาเพื่อค้าขายให้เจ้าด้วยเครื่องเทศอย่างดีทุกชนิดและอัญมณีทุกประเภท พวกเขาขายทองคำเป็นสินค้าให้เจ้า
\v 23 เมืองฮาราน เมืองคานเนห์ และเมืองเอเดนเป็นผู้ค้าขายกับเจ้า รวมทั้งเมืองเชบา เมืองอัสชูร และเมืองคิลมาดด้วย
\s5
\p
\v 24 นี่คือสิ่งทั้งหลายของผู้จัดจำหน่ายของเจ้า คือ ผ้าทอคลุมไหล่สีม่วงผสมผ้าทอสีต่างๆ และผ้าห่มหลากสี ผ้าปัก และผ้าทออย่างดีในตลาดของเจ้า
\v 25 เรือทั้งหลายของเมืองทารชิชได้ใช้บรรทุกสินค้าของเจ้า ดังนั้น เจ้าจึงได้บรรทุกสินค้าจนเต็มและหนักมากในใจกลางของบรรดาทะเล
\s5
\p
\v 26 พวกฝีพายทั้งหลายของเจ้าได้นำเจ้าออกไปยังทะเลอันกว้างใหญ่ ลมตะวันออกได้ทำให้เจ้าล่มตรงใจกลางของทะเล
\v 27 ทรัพย์สินของเจ้า สินค้าและการค้าขายสินค้า พวกลูกเรือของเจ้า และพวกกะลาสีของเจ้า และช่างเรือของเจ้า คนขายสินค้าของเจ้า นักรบทั้งหมดของเจ้า พร้อมกับลูกเรือทั้งหมดของเจ้าที่อยู่ท่ามกลางเจ้า พวกเขาก็จะจมลงยังในใจกลางทะเลลึกในวันที่เจ้าพินาศ
\s5
\p
\v 28 บรรดาเมืองแห่งทะเลจะสั่นสะท้านด้วยเสียงร่ำร้องของพวกกะลาสีของเจ้า
\v 29 พวกที่ถือกรรเชียงทุกคนก็จะลงมาจากเรือของพวกเขา พวกลูกเรือและกะลาสีก็มายืนอยู่บนดินแดนทั้งหมด
\v 30 แล้วพวกเขาจะทำให้เจ้าฟังเสียงร้องของพวกเขาและร้องไห้ด้วยความขมขื่น พวกเขาจะโปรยฝุ่นบนศีรษะของพวกเขา พวกเขาจะเกลือกกลิ้งอยู่บนกองขี้เถ้า
\s5
\p
\v 31 พวกเขาจะโกนศีรษะของพวกเขาเพื่อเจ้า และผูกพวกเขาเองไว้ด้วยผ้ากระสอบ และพวกเขาจะร้องไห้เพราะเจ้าด้วยจิตใจที่ขมขื่น
\v 32 พวกเขาจะร้องโอดครวญหนักขึ้นเพื่อเจ้า และกล่าวเสียงโอดครวญเพื่อเจ้าว่า มีผู้ใดเหมือนเมืองไทระเล่า ผู้ซึ่งบัดนี้เงียบเหงาอยู่ในกลางทะเล?
\v 33 เมื่อสินค้าของพวกเจ้าออกจากฝั่งทะเล มันทำให้ประชาชนมากมายพอใจ เจ้าได้ทำให้บรรดากษัตริย์ของแผ่นดินมั่งคั่ง ด้วยสมบัติและสินค้ามากมายของเจ้า
\s5
\p
\v 34 แต่เมื่อเจ้าแตกเป็นเสี่ยงๆ ในทะเล ในห้วงน้ำที่ลึกนั้น สินค้าทั้งหลายของเจ้าและลูกเรือทั้งหมดของเจ้าได้จมลง
\v 35 ผู้ที่อาศัยอยู่ชายทะเลทั้งหมดต่างได้ตกตะลึงเพราะเจ้า และบรรดากษัตริย์ของเมืองเหล่านั้นได้กลัวยิ่งนัก ทั้งใบหน้าทั้งหลายของพวกเขาล้วนซีดเซียว!
\v 36 บรรดาพ่อค้าท่ามกลางชนชาติทั้งหลายโห่เจ้า เจ้าได้กลายเป็นความน่ากลัว และเจ้าจะไม่ดำรงอยู่ตลอดไป"
\s5
\c 28
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงบอกกล่าวผู้ปกครองไทระว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เพราะใจของเจ้าหยิ่งยโส และเจ้าได้กล่าวว่า ‘ข้าเป็นเทพเจ้า ข้านั่งบนที่นั่งของบรรดาเทพเจ้า ในใจกลางของห้วงทะเลทั้งหลาย!" เจ้าเป็นเพียงมนุษย์ ไม่ใช่เทพเจ้า หากเจ้าถือว่าความคิดเจ้าเป็นดั่งความคิดเทพเจ้า
\v 3 เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดกว่าดาเนียลและไม่มีความลับใดซ่อนเร้นจากเจ้าได้
\s5
\p
\v 4 เจ้าได้หาทรัพย์สมบัติมาสำหรับเจ้าเองโดยสติปัญญาและความช่ำชองของเจ้า และได้รับทองคำและเงินมาไว้ในคลังของเจ้า
\v 5 ด้วยปัญญามากมายและด้วยการค้าขายของเจ้า เจ้าได้ทำให้ทรัพย์สมบัติของเจ้าเพิ่มทวีขึ้น ดังนั้นใจของเจ้าก็หยิ่งยโสเพราะความมั่งคั่งของเจ้า
\s5
\p
\v 6 เหตุฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เพราะเจ้าได้ทำให้ความคิดเจ้า เป็นเหมือนความคิดของเทพเจ้า
\v 7 เราจะนำคนต่างชาติทั้งหลายมาต่อต้านเจ้า เป็นพวกน่ากลัวที่สุดในบรรดาประชาชาติ พวกเขาจะดึงดาบออกสู้กับความงดงามของปัญญาของเจ้า และพวกเขาจะดูหมิ่นความรุ่งโรจน์ของเจ้า
\s5
\p
\v 8 พวกเขาจะผลักเจ้าลงไปในหลุมมรณะ และเจ้าจะตายเป็นศพอย่างคนตายที่ใจกลางห้วงทะเลทั้งหลาย
\v 9 เจ้ายังจะกล่าวได้อย่างแท้จริงอีกหรือว่า "ข้าเป็นเทพเจ้า" ต่อหน้าคนที่สังหารเจ้า? เจ้าเป็นมนุษย์และไม่ได้เป็นพระเจ้า และเจ้าจะอยู่ในมือของคนที่ทำร้ายเจ้า
\v 10 เจ้าจะตายเหมือนการตายของคนไม่เข้าพิธีสุหนัต ด้วยมือของพวกคนต่างชาติ เพราะเราได้เปล่งวาจาแล้ว” นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 11 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 12 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเปล่งเสียงโอดครวญถึงกษัตริย์เมืองไทระและจงกล่าวแก่เขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้าเป็นตัวอย่างของความสมบูรณ์เปี่ยมด้วยสติปัญญาและมีความงดงาม
\v 13 เจ้าได้เคยอยู่ในสวนเอเดน อุทยานของพระเจ้า อัญมณีทั้งหมดเป็นเครื่องประดับปกคลุมเจ้าคือ ทับทิม บุษราคัม มรกต เพทาย โกเมน พลอย ไพลิน เทอควอยส์ และเบริล อัญมณีของเจ้าประกอบและฝังในตัวเรือนที่ทำจากทองคำ ซึ่งได้เตรียมไว้ในวันที่เจ้าถูกสร้าง
\s5
\p
\v 14 เราได้จัดวางเจ้าไว้บนภูเขาบริสุทธิ์ของพระเจ้าโดยมีเครูบเป็นผู้พิทักษ์มนุษยชาติ เจ้าได้อยู่ท่ามกลางหินเพลิง
\v 15 เจ้าได้ปราศจากตำหนิในวิถีทางของเจ้า ตั้งแต่วันที่เจ้าถูกสร้างจนถึงความอยุติธรรมได้พบในเจ้า
\s5
\p
\v 16 โดยการค้ามากมายของเจ้านั้นเจ้าเต็มไปด้วยการทารุณ และเจ้าได้ทำบาป ฉะนั้นเราได้ขับเจ้าออกจากภูเขาของพระเจ้าอย่างด่างพร้อยและเครูบผู้พิทักษ์นั้นก็ขับเจ้าออกไปจากท่ามกลางเหล่าหินเพลิง
\v 17 ใจเจ้าได้หยิ่งยโสขึ้นเพราะความงดงามของเจ้า เจ้าได้ทำลายสติปัญญาของเจ้าไปเนื่องด้วยความสง่างามของเจ้า เราได้โยนเจ้าลงบนดิน เราได้วางเจ้าไว้ต่อหน้ากษัตริย์ทั้งหลายเพื่อว่าเขาเหล่านั้นจะเห็นเจ้าได้
\s5
\p
\v 18 เหตุเพราะความผิดบาปมากมายและการค้าฉ้อฉลของเจ้า เจ้าทำให้สถานนมัสการของเจ้าด่างพร้อย ดังนั้นเราจึงได้ทำไฟออกมาจากเจ้า ไฟก็เผาทำลายเจ้า เราจะทำให้เจ้ากลายเป็นเถ้าถ่านบนพื้นโลกในสายตาของทุกคนที่มองดูเจ้า
\v 19 ผู้ที่รู้จักเจ้าท่ามกลางชนชาติทั้งหลายต่างก็ตัวสั่นเพราะเห็นเจ้า พวกเขาจะหวาดกลัว และเจ้าจะไม่ดำรงอยู่ตลอดไป'"
\s5
\p
\v 20 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 21 “เจ้าบุตรมนุษย์ จงมุ่งหน้าของเจ้าต่อต้านไซดอนและเผยพระวจนะต่อต้านเมืองนั้น
\v 22 จงกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะเป็นศัตรูกับเจ้า ไซดอน เพราะเราจะได้รับเกียรติท่ามกลางเจ้าดังนั้นประชาชนของเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นยาห์เวห์เมื่อเรานำการตัดสินมายังเมืองนั้น เราจะสำแดงความบริสุทธิ์ของเราในเจ้า
\s5
\p
\v 23 เราจะส่งโรคระบาดมาในเมืองนั้นและส่งโลหิตเข้ามาในถนนของเมืองนั้น และคนที่ถูกฆ่าจะล้มลงในเมืองนั้น เมื่อดาบที่ต่อต้านเมืองนั้นจากรอบด้าน แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\v 24 แล้วจะไม่มีหนามที่แทงและหนามใหญ่ที่แทงปวดอีกต่อไปต่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลนั้นซึ่งมาจากพวกที่อยู่รายล้อมพวกเขาทั้งหมดซึ่งเคยเหยียดหยามประชาชนของเมืองนั้น ดังนั้นพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'
\s5
\p
\v 25 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เมื่อเรารวบรวมพงศ์พันธุ์อิสราเอลจากท่ามกลางชนชาติทั้งหลายที่พวกเขาถูกกระจัดกระจายไปนั้น และเมื่อเราได้แยกเราออกจากท่ามกลางพวกเขา ดังนั้นประชาชาติทั้งหลายจะเห็นได้ แล้วพวกเขาจะสร้างบ้านในดินแดนซึ่งเราได้ประทานให้ยาโคบผู้รับใช้ของเรา
\v 26 แล้วพวกเขาจะอาศัยอย่างปลอดภัยในเมืองนั้นและสร้างบ้าน ปลูกสวนองุ่น และพวกเขาจะอาศัยอย่างปลอดภัยเมื่อเราทำการตัดสินทุกคนที่อยู่รายล้อมซึ่งได้เหยียดหยามพวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา'"
\s5
\c 29
\p
\v 1 ในปีที่สิบ เดือนที่สิบวันที่สิบสอง พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเดินหน้าต่อต้านฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ จงเผยพระวจนะต่อต้านเขาและอียิปต์ทั้งมวล
\v 3 จงประกาศและกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราเป็นศัตรูกับเจ้า ฟาโรห์เจ้ากษัตริย์แห่งอียิปต์ เจ้าผู้เป็นสัตว์ร้ายตัวใหญ่ในทะเลซึ่งนอนกลางแม่น้ำ เจ้ากล่าวว่า "แม่น้ำนี้เป็นของข้า ข้าได้สร้างมันเพื่อข้าเอง"
\s5
\p
\v 4 แต่เราจะนำเบ็ดห้อยขากรรไกรเจ้า และทำให้ปลาในแม่น้ำไนล์ของเจ้าติดกับบรรดาเกล็ดของเจ้า เราจะลากเจ้าขึ้นมาจากกลางแม่น้ำของเจ้าพร้อมกับปลาในแม่น้ำซึ่งติดอยู่กับบรรดาเกล็ดของเจ้า
\v 5 เราจะโยนเจ้าเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร ทั้งตัวเจ้าและปลาจากแม่น้ำของเจ้า เจ้าจะตกลงไปบนทุ่งโล่ง เจ้าจะไม่ถูกรวบรวมหรือเก็บ เราจะมอบเจ้าไว้ให้เป็นอาหารของสิ่งที่มีชีวิตบนดินและนกในท้องฟ้าทั้งหลาย
\s5
\p
\v 6 แล้วคนทั้งปวงที่อยู่ในอียิปต์จะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เพราะพวกเขาได้เป็นอย่างไม้เท้าต้นกกสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล
\v 7 เมื่อพวกเขาได้กุมเจ้าไว้ในมือของพวกเขา เจ้าได้แตกและเฉือนไหล่ของพวกเขาออก และเมื่อพวกเขาเอนลงบนเจ้า เจ้าก็หัก และเจ้าเป็นเหตุให้ขาของเขาเคล็ด
\s5
\p
\v 8 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะนำดาบมาเหนือเจ้า เราจะฟันทั้งมนุษย์และสัตว์ให้ขาดจากเจ้าเสีย
\v 9 ดังนั้นดินแดนอียิปต์จะเป็นที่รกร้างและเป็นซากปรักหักพัง แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เพราะสัตว์ร้ายในทะเลได้กล่าวว่า "แม่น้ำเป็นของข้า เพราะข้าได้สร้างมันขึ้นมา"
\v 10 เพราะฉะนั้น ดูเถิด เราเป็นศัตรูกับเจ้าและแม่น้ำของเจ้า ดังนั้น เราจะทำให้แผ่นดินอียิปต์เป็นเศษซากและรกร้าง และเจ้าจะกลายเป็นแผ่นดินรกร้างจากเมืองมิกดลถึงเมืองสิเอเนและจนถึงพรมแดนของคูช
\s5
\p
\v 11 จะไม่มีเท้ามนุษย์ผ่านดินแดนนั้น และจะไม่มีเท้าสัตว์ผ่านดินแดนนั้น มันจะไม่มีใครอาศัยอยู่ถึงสี่สิบปี
\v 12 เพราะเราจะทำให้ดินแดนอียิปต์เป็นที่รกร้างท่ามกลางประเทศรกร้างทั้งหลาย และท่ามกลางเมืองที่รกร้างทั้งหลาย และเมืองต่างๆ ท่ามกลางเมืองที่ย่อยยับทั้งหลายจะรกร้างสี่สิบปี แล้วเราจะให้คนอียิปต์กระจัดกระจายไปท่ามกลางประชาชาติ และเราจะกระจัดกระจายพวกเขาไปตามดินแดนต่างๆ
\s5
\p
\v 13 เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เมื่อครบสี่สิบปีแล้ว เราจะรวบรวมคนอียิปต์จากท่ามกลางชนชาติทั้งหลายซึ่งพวกเขากระจัดกระจายไป
\v 14 เราจะให้อียิปต์พ้นจากการถูกกวาดเป็นเชลยและนำพวกเขากลับมายังดินแดนปัทโรส ซึ่งเป็นดินแดนดั้งเดิมของพวกเขา แล้วพวกเขาจะเป็นอาณาจักรต้อยต่ำที่นั่น
\s5
\p
\v 15 อาณาจักรนั้นจะเป็นที่ต้อยต่ำที่สุดในบรรดาอาณาจักรทั้งหลาย และจะไม่อาจยกตนขึ้นบนประชาชาติทั้งหลายอีกเลย เราจะลดกำลังพวกเขาลงจนพวกเขาจะไม่สามารถปกครองประชาชาติอื่นได้อีกต่อไป
\v 16 บรรดาชาวอียิปต์จะไม่เป็นที่วางใจของพงศ์พันธุ์อิสราเอลอีก แทนที่พวกเขาจะเป็นที่เตือนใจในความผิดที่อิสราเอลได้ทำ แต่พวกเขาได้หันกลับไปหาอียิปต์เพื่อขอความช่วยเหลือแทน แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 17 เมื่อปีที่ยี่สิบเจ็ดในเดือนที่หนึ่งวันที่หนึ่ง ซึ่งพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 18 “เจ้าบุตรมนุษย์ เนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลนได้ทรงขับเคลื่อนกองทัพมาต่อต้านกับไทระอย่างหนัก ทุกศีรษะถูกขัดจนล้านเลี่ยน และทุกบ่าก็ถลอกเนื้อ แม้กระนั้นเขาหรือกองทัพของเขาก็ไม่ได้รับการจ่ายจากไทระจากการที่เขาทำการหนักที่ได้ต่อต้านมัน
\s5
\p
\v 19 เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'ดูเถิด เราจะมอบดินแดนอียิปต์แก่เนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์แห่งบาบิโลน และเขาจะเอาความมั่งคั่งไป ปล้นทรัพย์สมบัติไป และขนข้าวของทั้งหมดที่เขาพบในที่นั้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นค่าจ้างของกองทัพของเขา
\v 20 เราได้มอบดินแดนอียิปต์แก่เขาเพื่อเป็นค่าจ้างในการงานซึ่งพวกเขาได้ทำให้เรา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 21 วันนั้นเราจะทำให้เขาสัตว์งอกขึ้นมาสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล และเราจะให้เจ้าพูดท่ามกลางพวกเขา เพื่อว่าพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็น พระยาห์เวห์'"
\s5
\c 30
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะและจงกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ จงคร่ำครวญว่า "พินาศคือวันที่กำลังมา"
\v 3 วันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว วันแห่งพระยาห์เวห์ใกล้เข้ามาแล้ว มันจะเป็นวันแห่งเมฆหมอก เป็นเวลาแห่งความหายนะของบรรดาประชาชาติ
\s5
\p
\v 4 แล้วดาบเล่มหนึ่งจะมาเหนืออียิปต์ และจะมีความทุกข์ใจอยู่ในคูชเมื่อประชาชนได้ถูกฆ่าล้มลงในอียิปต์ เมื่อพวกเขาขนทรัพย์สมบัติของอียิปต์ไป และเมื่อฐานรากของอียิปต์ทยายลง
\v 5 คูชและพูด ลิเบีย และอาระเบียทั้งหมด รวมทั้งลิเบีย พร้อมกับประชาชนที่เป็นของพันธสัญญา พวกเขาทั้งหมดจะตายเพราะดาบ
\s5
\p
\v 6 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ดังนั้นพวกที่สนับสนุนอียิปต์จะล้มลงและความภูมิใจในพลังของเมืองนั้นจะลดลง ตั้งแต่มิกดลถึงสิเอเน พวกทหารของพวกเขาจะตายที่นั้นเพราะดาบ นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 7 พวกเขาจะกลัวในท่ามกลางแผ่นดินที่ร้างเปล่าและเมืองต่างๆ ของพวกเขาจะอยู่ท่ามกลางบรรดาเมืองที่ปรักหักพัง
\s5
\p
\v 8 แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราให้ไฟเผาอียิปต์ และเมื่อผู้ช่วยเหลือทั้งหมดของอียิปต์จะถูกบดขยี้
\v 9 ในวันนั้นพวกผู้สื่อสารจะออกจากเราไปโดยทางเรือทั้งหลาย เพื่อจะทำให้คนคูชที่มั่นใจนั้นกลัว และความทุกข์ใจจะมาถึงพวกเขาในวันพินาศของอียิปต์ เพราะดูเถิด วันนั้นกำลังจะมาถึง
\s5
\p
\v 10 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะทำให้ไพร่พลของอียิปต์ถึงจุดจบลงด้วยมือของเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลน
\v 11 เขาและกองทัพของเขา ซึ่งเป็นชนชาติที่ทารุณอำมหิตในบรรดาประชาชาติ จะถูกพามาเพื่อทำลายดินแดน พวกเขาจะชักดาบของพวกเขาออกต่อต้านอียิปต์และทำให้ดินแดนนั้นเต็มด้วยคนตาย
\s5
\p
\v 12 เราจะทำให้แม่น้ำแห้งไป และเราจะขายดินแดนนั้นไว้ในมือของคนชั่ว เราจะทำให้ดินแดนและทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในนั้นร้างเปล่าโดยมือของคนต่างชาติ เราเป็นพระยาห์เวห์ได้เปล่งวาจาไว้แล้ว
\s5
\p
\v 13 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะทำลายบรรดารูปเคารพและเราจะนำจุดจบมาให้แก่รูปเคารพที่ไร้ค่าทั้งหลายแห่งเมืองเมมฟิส ที่นั่นจะไม่มีเจ้าเมืองจากแผ่นดินอียิปต์อีกต่อไป และเราจะใส่ความกลัวบนดินแดนอียิปต์
\v 14 แล้วเราจะทำให้เมืองปัทโรสเป็นที่ร้างเปล่า และจะให้ไฟเผาเมืองโศอันและจะทำการตัดสินเมืองเธเบส
\s5
\p
\v 15 เพราะเราจะระบายความโกรธของเราลงบนเมืองเปลูเซียม ซึ่งเป็นสิ่งกำบังแข็งแรงของอียิปต์ และจะทำลายกองกำลังต่างๆ ของเมืองเธเบส
\v 16 แล้วเราจะให้ไฟเผาอียิปต์ เมืองเปลูเซียมจะอยู่ในความระทมอย่างใหญ่หลวง เมืองเธเบสจะแตกและเมืองเมมฟิสจะพบเจอพวกศัตรูทุกวัน
\s5
\p
\v 17 คนหนุ่มของเมืองเฮลิโอโปลิสและบูบาสทิสจะตายเพราะดาบและเมืองต่างๆของพวกเขาจะตกเป็นเชลย
\v 18 ในเมืองทาปานเหสในเวลากลางวันจะมืดทึบ เมื่อเราทำลายแอกของอียิปต์ที่นั่น และพละกำลังอันภาคภูมิของเมืองนั้นจะสิ้นสุดลง จะมีเมฆมาปกคลุมเมืองและบรรดาบุตรหญิงของเมืองนั้นจะตกเป็นเชลย
\v 19 เราจะทำการตัดสินอียิปต์ ดังนั้นพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\p
\v 20 ในปีที่สิบเอ็ดเดือนที่หนึ่งวันที่เจ็ด พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 21 "เจ้าบุตรมนุษย์ เราได้หักแขนของฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ และดูเถิด แขนนั้นไม่ได้ถูกพัน หรือรักษาด้วยผ้าพันเพื่อให้แข็งแรงพอที่จะถือดาบ
\s5
\p
\v 22 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'ดูเถิดเราเป็นศัตรูกับฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ เพราะเราจะหักแขนของเขา ทั้งแขนที่ยังแข็งแรงและแขนที่หัก และเราจะทำให้ดาบร่วงจากมือของเขา
\v 23 แล้วเราจะให้คนอียิปต์กระจัดกระจายไปอยู่ท่ามกลางประชาชาติ และกระจายพวกเขาไปตามดินแดนต่างๆ
\v 24 เราจะเสริมกำลังแขนของกษัตริย์แห่งบาบิโลน และเอาดาบของเราใส่มือเขาเพื่อที่เราจะหักแขนของฟาโรห์ เขาจะร้องโอดครวญต่อหน้ากษัตริย์บาบิโลนเหมือนเสียงของคนใกล้ตาย
\s5
\p
\v 25 เพราะเราจะทำให้กำลังแขนของกษัตริย์แห่งบาบิโลนแข็งแรง ขณะที่แขนทั้งสองของฟาโรห์จะร่วง แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราเอาดาบของเราใส่มือของกษัตริย์แห่งบาบิโลน เพราะเขาจะโจมตีดินแดนอียิปต์ด้วยดาบนั้น
\v 26 ดังนั้นเราจะให้คนอียิปต์กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางชนชาติทั้งหลายและกระจัดกระจายพวกเขาไปยังดินแดนต่างๆ แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\c 31
\p
\v 1 ในปีที่สิบเอ็ด เดือนที่สาม วันที่หนึ่งของเดือน พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงกล่าวแก่ฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์และแก่ไพร่พลรายล้อมพระองค์ว่า 'เจ้ายิ่งใหญ่เหมือนใคร?
\s5
\p
\v 3 ดูเถิด อัสซีเรียเหมือนไม้สนสีดาร์ในเลบานอนมีกิ่งงดงามให้ร่มเงาแก่ป่า และความสูงที่สูงที่สุดและกิ่งก้านทั้งหลายก็ชูขึ้นจนถึงยอดไม้
\v 4 มีน้ำมากมายหล่อเลี้ยงให้งอกสูงคือบรรดาห้วงน้ำลึกที่ทำให้เติบโต สายน้ำทั้งหลายไหลรอบบริเวณที่ปลูกมัน เพราะร่องน้ำทั้งหลายส่งน้ำออกไปทั่วต้นไม้ในทุ่งนา
\s5
\p
\v 5 มันสูงใหญ่ยิ่งกว่าต้นไม้ใดๆ ในทุ่งนา และกิ่งก้านทั้งหลายก็ดกมากมาย กิ่งก้านทั้งหลายก็ยาวเพราะน้ำมากหลายทำให้งอกงาม
\v 6 นกในท้องฟ้าทั้งหมดได้มาทำรังอยู่บนกิ่งทั้งหลายของมัน ขณะที่สิ่งมีชีวิตทุกอย่างในทุ่งต่างตกลูกออกมาอยู่ใต้ก้านทั้งหลายของมัน บรรดาชนชาติทั้งปวงมาอาศัยอยู่ใต้ร่มเงาของมัน
\v 7 เพราะมันก็งดงามด้วยความใหญ่ยิ่งของมันและด้วยความยาวของก้านทั้งหลายมัน เพราะว่ารากทั้งหลายของมันก็หยั่งลึกลงไปยังที่ที่มีน้ำมาก
\s5
\p
\v 8 ต้นสนสีดาร์ที่อยู่ในอุทยานของพระเจ้ายังสู้มันไม่ได้เลย ต้นสนไซเปรสก็ยังไม่เท่าก้านทั้งหลายของมัน และต้นเปรนก็เปรียบไม่ได้กับกิ่งของมัน ไม่มีต้นไม้ใดในอุทยานของพระเจ้าที่มีความงดงามเหมือนมัน
\v 9 เราได้ทำให้มันงดงามด้วยกิ่งก้านทั้งหลายและต้นไม้ทั้งหมดในเอเดนต่างอิจฉามันเพราะมันได้อยู่ในอุทยานของพระเจ้า
\s5
\p
\v 10 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เพราะว่ามันสูงนัก และชูยอดของมันอยู่สูงลิบลิ่วระหว่างก้านทั้งหลายของมัน และจิตใจมันก็เย่อหยิ่งเพราะความสูงของมัน
\v 11 เราได้ให้มันแก่ผู้มีอำนาจของบรรดาชนชาติ เพื่อทำกับมันให้สมกับความชั่วร้ายของมัน เราได้โยนมันทิ้งไป
\s5
\p
\v 12 คนต่างชาติที่น่ากลัวที่สุดในบรรดาชนชาติได้โค่นมันลงและปล่อยมันให้ตาย กิ่งของมันจะตกลงบนภูเขาทั้งหลายและในหุบเขาทุกแห่ง และก้านทั้งหลายที่หักของมันจะอยู่ตามห้วยทุกแห่งของดินแดน แล้วชนชาติทั้งหมดบนดินแดนได้ออกมาจากใต้ร่มเงาของมันและปล่อยทิ้งมันไว้
\s5
\p
\v 13 นกในอากาศทั้งหมดได้มาอาศัยอยู่ลำต้นของมันที่ได้ล้มลงและสัตว์ในทุ่งทั้งหมดได้มายังบรรดากิ่งก้านของมัน
\v 14 สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นก็เพื่อไม่ให้ต้นไม้ที่อยู่ริมน้ำอื่นๆ จะยกยอดของมันสูงถึงความสูงของมัน และเพื่อไม่ให้ต้นไม้อื่นใดที่งอกข้างมันที่ริมน้ำจะมาถึงระดับความสูงนั้น พวกมันทั้งหมดต้องถูกมอบให้แก่ความตาย ลงไปยังเบื้องล่างสุดของดินแดน ท่ามกลางบรรดาบุตรของมนุษย์ ด้วยกันกับพวกที่ลงไปยังหลุม
\s5
\p
\v 15 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นที่เมื่อไม้สนซีดาร์ได้ลงไปยังแดนคนตาย เราได้นำความโศกเศร้ามายังแผ่นดินโลก เราจะกลบน่านน้ำลึกไว้ และเราจะกักน้ำไว้ในทะเล เราเก็บน้ำที่ยิ่งใหญ่ไว้และนำความโศกเศร้ามายังเลบานอนเพื่อเขา ดังนั้นต้นไม้ทั้งหมดในท้องทุ่งจะโศกเศร้าเพราะเหตุนั้น
\s5
\p
\v 16 เราจะทำให้ชนชาติทั้งหลายสั่นเทาด้วยเสียงที่มันล้มลง เมื่อเราโยนมันลงไปยังแดนคนตายพร้อมกับบรรดาผู้ลงไปยังหลุม เราจะปลอบใจต้นไม้ในสวนเอเดนทั้งหมดในโลกเบื้องล่างคือ ต้นไม้ที่ได้รับเลือกมาและดีที่สุดของเลบานอนคือ ต้นไม้เหล่านั้นที่ได้กินน้ำ
\s5
\p
\v 17 เพราะพวกเขาได้ลงไปยังแดนคนตายพร้อมกับมัน ไปยังบรรดาผู้ถูกสังหารเพราะดาบ ต้นไม้เหล่านีมีกำลังที่แข็งแกร่ง บรรดาชนชาติเหล่านั้นเคยอยู่ภายใต้ร่มเงาของมัน
\v 18 ต้นไม้ใดในเอเดนมีความเท่าเทียมกันในความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ของเจ้าหรือ? เพราะเจ้าจะถูกนำลงมาพร้อมกับต้นไม้ของเอเดนไปยังเบื้องล่างสุดของดินแดนท่ามกลางผู้ไม่ได้เข้าพิธีสุหนัต เจ้าจะอยู่ด้วยกันกับพวกถูกสังหารเพราะดาบ' นี่คือฟาโรห์และไพร่พลทั้งหมดของเขา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 32
\p
\v 1 ในปีที่สิบสองเดือนที่สิบสองในวันที่หนึ่ง พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มายังข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงกล่าวบทคร่ำครวญเรื่องฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ และกล่าวให้เขาฟังดังนี้ว่า 'เจ้าเป็นเหมือนสิงห์หนุ่มท่ามกลางชนชาติ แต่เจ้าเป็นเหมือนสัตว์ร้ายในห้วงทะเลทั้งหลาย เจ้ากวนน้ำในแม่น้ำ เจ้ากวนน้ำให้ขุ่นด้วยเท้าของเจ้าและทำให้แม่น้ำทั้งหลายของเจ้าเป็นน้ำมีโคลน
\s5
\p
\v 3 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดังนั้นเราจะกางตาข่ายของเราปกคลุมตัวเจ้าโดยการรวมพลของชนชาติมากมาย และพวกเขาจะลากเจ้าขึ้นมาด้วยอวนของเรา
\v 4 เราจะทิ้งเจ้าลงบนแผ่นดิน เราจะโยนเจ้าลงบนพื้นทุ่ง และเป็นเหตุให้นกทั้งหมดในท้องฟ้าทั้งหลายจึงได้มาอาศัยอยู่บนเจ้า สัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลายทั่วทั้งแผ่นดินโลกจะอิ่มหนำด้วยเจ้า
\s5
\p
\v 5 เพราะเราจะเอาเนื้อของเจ้าเกลี่ยไว้บนภูพวกเขา และเราจะถมหุบเขาด้วยกองศพของเจ้า
\v 6 แล้วเราจะเทเลือดของเจ้าที่ไหลอาบท่วมภูเขา และห้วยต่างๆ จะเต็มด้วยเลือดของเจ้า
\s5
\p
\v 7 แล้วเมื่อเรากำจัดเจ้า เราจะปกคลุมท้องฟ้าไว้ และจะทำให้ดวงดาวของพวกเขามืดไป เราจะเอาเมฆปกคลุมดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง
\v 8 แสงส่องทั้งหมดของท้องฟ้านั้น เราจะทำให้กลายเป็นมืดอยู่บนตัวเจ้า และเราจะใส่ความมืดไว้เหนือดินแดนของเจ้า นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 9 ดังนั้นเราจะทำให้ใจของประชาชนมากมายในแผ่นดินต่างๆหวาดกลัวซึ่งเจ้าไม่รู้ เมื่อนั้นเรานำความพินาศมาสู่ท่ามกลางประชาชาติ ท่ามกลางแผ่นดินต่างๆ ที่เจ้าไม่รู้จักนั้น
\v 10 เราจะทำให้ชนชาติจำนวนมากตกตะลึงเพราะเจ้า และบรรดากษัตริย์ของพวกเขาจะสั่นเทาเพราะเจ้าเมื่อเราแกว่งดาบของเราต่อหน้าพวกเขา ทุกคนจะตัวสั่นทุกขณะเพราะเจ้าในวันที่เจ้าล้มลงนั้น
\s5
\p
\v 11 เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดาบของกษัตริย์แห่งบาบิโลนจะมายังเจ้า
\v 12 เราจะทำให้ไพร่พลของเจ้าล้มลงด้วยดาบของพวกผู้กล้าหาญ ทุกคนล้วนเป็นประชาชาติที่น่าหวาดกลัวที่สุด ผู้กล้าหาญทุกคนเหล่านี้จะนำพินาศมายังความยโสของอียิปต์และไพร่พลทั้งหมดจะถูกทำลาย
\s5
\p
\v 13 เพราะเราจะทำลายสัตว์เลี้ยงทั้งหมดจากข้างๆ ที่มีน้ำมากหลาย และไม่มีเท้ามนุษย์คนใดจะกวนน้ำนั้นให้ขุ่นอีกกีบเท้าสัตว์เลี้ยงก็จะไม่กวนน้ำนั้นให้ขุ่น
\v 14 แล้วเราจะทำให้น้ำของพวกเขานิ่ง และให้บรรดาแม่น้ำของเขาไหลเหมือนน้ำมัน นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 15 เมื่อเราทำให้ดินแดนอียิปต์รกร้าง เมื่อดินแดนถูกริบเอาข้าวของที่มีอยู่ในนั้นไปหมด เมื่อเราทำลายทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นแล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\v 16 มีบทคร่ำครวญที่คนจะร้องคร่ำครวญ บุตรหญิงทั้งหลายของบรรดาประชาชาติจะร้องคร่ำครวญ พวกเขาจะร้องคร่ำครวญเรื่องอียิปต์และไพร่พล นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 17 ในปีที่สิบสองวันที่สิบห้าของเดือนนั้น พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มายังข้าพเจ้าว่า
\v 18 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงร้องคร่ำครวญเพื่อไพร่พลของอียิปต์และจงส่งเขาลงไป ทั้งตัวเขาและบุตรหญิงทั้งหลายของบรรดาชนชาติที่งามสง่าลงไปยังเบื้องล่างสุดของแผ่นดินโลกกับพวกที่ลงไปยังหลุม
\s5
\p
\v 19 'เจ้าคิดว่าเจ้าสวยงามกว่าคนอื่นหรือ? จงลงไปและนอนอยู่กับพวกที่ไม่ได้เข้าพิธีสุหนัต'
\v 20 พวกเขาจะล้มลงท่ามกลางพวกที่ถูกสังหารเพราะดาบ ดาบถูกดึงออกมาแล้ว เธอถูกมอบให้แก่ดาบ พวกเขาจะจับเธอและประชาชนของเธอ
\v 21 พวกผู้กล้าหาญที่แข็งแกร่งที่สุดกับผู้ช่วยของเขาจะพูดถึงอียิปต์จากท่ามกลางแดนคนตายว่า 'พวกเขาลงมาแล้ว พวกเขานอนนิ่งอยู่กับพวกไม่เข้าพิธีสุหนัตที่ถูกฆ่าด้วยดาบ'
\s5
\p
\v 22 อัสซีเรียและพรรคพวกทั้งหมดก็อยู่ที่นั่น หลุมศพของพวกเขาอยู่รอบๆ เธอ ทุกคนล้วนถูกสังหารและตายเพราะดาบ
\v 23 ที่ฝังศพของพวกเขาเหล่านั้นอยู่ตรงที่ไกลสุดของแดนมรณา กับไพร่พลทั้งหมดของพวกเขา หลุมฝังศพของคนเหล่านั้นล้อมรอบบรรดาคนที่ถูกสังหารเพราะดาบ ผู้ซึ่งนำความกลัวไปบนดินแดนของคนที่ยังมีชีวิต
\s5
\p
\v 24 เอลามกับไพร่พลทั้งหมดก็อยู่ที่นั่น อยู่รายล้อมหลุมศพคนเหล่านั้นที่ตายเพราะดาบ ผู้ซึ่งที่ไม่ได้เข้าพิธีสุหนัตที่ลงไปยังเบื้องล่างสุดของแผ่นดิน ผู้ซึ่งได้นำความครั่นคร้ามมาในแผ่นดินของคนเป็น และผู้ที่แบกรับความอับอายร่วมกับพวกเขาด้วยกันกับผู้ลงไปยังหลุมนั้น
\v 25 พวกเขาได้จัดเตรียมที่นอนพับหนึ่งให้กับชนชาติเอลามและกองทัพทั้งหมดที่ซึ่งมีหลุมศพอยู่โดยรอบ พวกทุกคนไม่ได้เข้าพิธีสุหนัตทั้งหมดได้ถูกสังหารเพราะดาบ เพราะพวกเขาได้นำความครั่นคร้ามมายังดินแดนของคนเป็น ซึ่งพวกเขาต้องแบกรับความอับอายของพวกเขาพร้อมกับผู้คนเหล่านั้นที่ถูกฆ่าลงไปยังหลุม เอลามอยู่ท่ามกลางผู้ซึ่งถูกฆ่า
\s5
\p
\v 26 เมเชค ทูบัลกับไพร่พลทั้งหมดของพวกเขาก็อยู่ที่นั่น หลุมศพของพวกเขาอยู่รอบพวกเขา พวกเขาทั้งหมดที่ไม่เข้าพิธีสุหนัตล้วนถูกสังหารเพราะดาบ เพราะพวกเขาได้นำความครั่นคร้ามมายังแผ่นดินของคนเป็น
\v 27 พวกเขาไม่ได้นอนอยู่กับพวกผู้กล้าหาญที่ไม่ได้เข้าพิธีสุหนัต ผู้ซึ่งลงไปยังแดนคนตายแล้วพร้อมกับอาวุธของพวกเขา และดาบของพวกเขาซึ่งวางไว้ใต้ศีรษะของพวกเขารวมทั้งความบาปของพวกเขาก็อยู่บนกระดูกของพวกเขา เพราะพวกผู้กล้าหาญเคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในดินแดนของคนเป็น
\s5
\p
\v 28 ดังนั้นเจ้าเอง อียิปต์จะถูกทำลายท่ามกลางพวกที่ไม่เข้าพิธีสุหนัต เจ้าจะนอนเคียงข้างกับหมู่คนที่ถูกแทงด้วยดาบ
\v 29 เอโดมก็อยู่ที่นั่นทั้งบรรดากษัตริย์และบรรดาผู้นำทั้งหลาย พวกเขาเคยเข้มแข้งมากก็ยังถูกนำมาวางไว้กับพวกถูกฆ่าด้วยดาบ นอนอยู่กับพวกไม่ได้เข้าสุหนัต กับพวกคนที่ได้ลงไปยังหลุมลึก
\s5
\p
\v 30 เจ้าเมืองทุกคนจากทางเหนือพร้อมทั้ง คนไซดอนทั้งหมดก็อยู่ที่นั่นคือพวกที่ลงไปด้วยความขายหน้าพร้อมกับผู้ถูกฆ่า พวกเขาเคยเป็นผู้มีอำนาจและเคยทำให้เกิดความครั่นคร้าม แต่ตอนนี้พวกเขาต้องแบกรับความอับอายกับพวกที่ไม่ได้เข้าพิธีสุหนัตซึ่งถูกสังหารเพราะดาบ พวกเขาต้องแบกรับความอับอายพร้อมกับบรรดาผู้ลงไปยังหลุม
\s5
\p
\v 31 ฟาโรห์จะเห็นคนเหล่านั้นและจะได้รับการปลอบประโลมในเรื่องไพร่พลทั้งหมดของเขาที่ถูกสังหารเพราะดาบ คือฟาโรห์และไพร่พลทั้งหมดของเขา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 32 เราจะวางเขาไว้ผู้ซึ่งเคยทำให้เกิดความครั่นคร้ามในดินแดนของคนเป็น เขาจะถูกวางไว้ท่ามกลางผู้ไม่ได้เข้าพิธีสุหนัต ท่ามกลางพวกถูกสังหารเพราะดาบ ฟาโรห์และไพร่พลทั้งหมดของเขา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 33
\p
\v 1 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงพูดกับชนชาติของเจ้าและกล่าวกับพวกเขาว่า 'เมื่อเรานำดาบมาต่อต้านดินแดน แล้วประชาชนในดินแดนนั้นจะเลือกชายคนหนึ่งจากพวกเขาและตั้งให้เป็นยามสำหรับพวกเขา
\v 3 เขาเห็นดาบมาขณะที่มันมายังดินแดน และเขาจึงเป่าแตรของเขาเพื่อเตือนประชาชน
\v 4 ถ้าคนหนึ่งคนใดได้ยินเสียงแตรแต่ไม่สนใจเสียงเตือน และถ้าดาบนั้นมาและฆ่าพวกเขา และโลหิตของเขาจะตกบนศีรษะของเขาเอง
\s5
\p
\v 5 ถ้าบางคนได้ยินเสียงแตรและไม่สนใจ โลหิตของเขาจะตกอยู่กับเขา แต่ถ้าเขาสนใจเสียงเตือน เขาก็จะช่วยชีวิตของตนให้ปลอดภัย
\v 6 อย่างไรก็ดี ถ้าคนยามเห็นดาบมาแล้วแต่ถ้าเขาไม่ได้เป่าแตร แล้วประชาชนจึงไม่ได้รับเสียงเตือน และถ้าดาบมาและเอาชีวิตคนหนึ่งคนใดของพวกเขาไปเสีย แล้วคนนั้นถูกเอาไปเนื่องจากความบาปของเขา แต่เราจะลงโทษคนยามเรื่องโลหิตของเขา'
\s5
\p
\v 7 บัดนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ เราได้ตั้งเจ้าให้เป็นคนยามสำหรับพงศ์พันธุ์อิสราเอล เจ้าจะได้ยินถ้อยคำจากปากเราและจงเตือนพวกเขาแทนเรา
\v 8 ถ้าเรากล่าวกับคนอธรรมว่า 'โอ คนอธรรม เจ้าจะต้องตายแน่' แต่เจ้าไม่ได้กล่าวเตือนคนอธรรมให้กลับจากทางของเขา แล้วคนอธรรมนั้นจะต้องตายเนื่องจากความบาปของเขา แต่เราจะเรียกเอาโลหิตของเขาจากมือของเจ้า
\v 9 แต่เจ้า ถ้าเจ้าเตือนคนอธรรมให้หันกลับจากทางของเขา เพื่อว่าเขาจะหันกลับจากทางของเขา และถ้าเขาไม่หันหลับจากทางของเขา แล้วเขาจะต้องตายเนื่องจากความบาปของเขา แต่เจ้าจะช่วยชีวิตของเจ้าเองให้ปลอดภัย
\s5
\p
\v 10 ดังนั้น เจ้าบุตรมนุษย์ จงกล่าวกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า 'พวกเจ้าเคยกล่าวดังนี้ว่า "การละเมิดและบาปทั้งหลายของพวกเราอยู่เหนือพวกเรา และพวกเราก็ค่อยๆ เสื่อมโทรมไปเพราะสิ่งเหล่านี้ พวกเราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?"'
\v 11 จงกล่าวต่อพวกเขาว่า นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เรามีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนฉันใด เราไม่ยินดีในความตายของคนอธรรม แต่พอใจในการที่คนอธรรมหันจากทางของเขาและมีชีวิตอยู่ฉันนั้น จงหันกลับ จงหันกลับจากทางชั่วของเจ้า เพราะทำไมเจ้าจึงยอมตายเล่า พงศ์พันธุ์อิสราเอล?'
\s5
\p
\v 12 บัดนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ จงกล่าวกับชนชาติของเจ้าว่า ความชอบธรรมของผู้ชอบธรรม จะไม่ช่วยเขาให้รอดเมื่อเขาทำความบาป ส่วนความอธรรมของคนอธรรมนั้นจะไม่ทำให้เขาพินาศเมื่อเขาหันกลับจากความบาปของเขา เพราะคนชอบธรรมจะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความชอบธรรมถ้าเขาทำบาป
\v 13 ถ้าเราจะกล่าวกับคนชอบธรรมว่า "เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน" และถ้าเขาไว้ใจในความชอบธรรมของเขาและแล้วก็ความอยุติธรรม เราจะไม่จดจำการกระทำที่ชอบธรรมใดๆของเขา และเขาจะต้องตายเพราะความชั่วซึ่งเขาได้ทำไว้
\s5
\p
\v 14 ดังนั้น ถ้าเรากล่าวกับคนชั่วว่า "เจ้าจะต้องตายแน่" แต่แล้วถ้าเขาหันกลับจากบาปของเขา และกระทำสิ่งที่ยุติธรรมและความชอบธรรม
\v 15 ถ้าคนอธรรมยอมคืนของประกันที่เขาได้เรียกร้องเอามาอย่างชั่วร้าย หรือถ้าเขาชดใช้ความเสียหายในสิ่งที่เขาขโมยไป และถ้าเขาดำเนินตามกฎเกณฑ์แห่งชีวิตทั้งดำเนินชีวิตที่ไม่ทำผิดบาปอีกต่อไป แล้วเขาก็จะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน เขาจะไม่ต้องตาย
\v 16 บาปทั้งหมดซึ่งเขาได้ทำมาแล้วจะไม่ถูกจดจำไว้กล่าวโทษเขา เขาได้ทำความยุติธรรมและความชอบธรรมแล้ว และถ้าเช่นนั้น เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน
\s5
\p
\v 17 แต่ชนชาติของเจ้ายังกล่าวว่า "วิธีการขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม" แต่วิธีการของพวกเจ้านั่นแหละที่ไม่ยุติธรรม
\v 18 เมื่อคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขาและทำบาป ดังนั้นเขาจะต้องตายเพราะบาปเหล่านั้น
\v 19 เมื่อคนอธรรมหันกลับจากความอธรรมของเขา และทำสิ่งที่ยุติธรรมและชอบธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่ได้เนื่องมาจากสิ่งเหล่านั้น
\v 20 แต่ชนชาติเจ้ายังกล่าวว่า "วิธีการขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นไม่ยุติธรรม" พงศ์พันธุ์อิสราเอล เราจะตัดสินเจ้าแต่ละคนตามการประพฤติของเจ้า'"
\s5
\p
\v 21 ในปีที่สิบสองเดือนที่สิบเมื่อวันที่ห้าซึ่งพวกเราได้ถูกกวาดไปเป็นเชลย คนหนึ่งที่หนีมาจากกรุงเยรูซาเล็มมาหาข้าพเจ้า และกล่าวว่า "เมืองนั้นได้แตกเสียแล้ว"
\v 22 พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือข้าพเจ้าในเวลาเย็นนั้นก่อนที่ผู้ลี้ภัยคนหนึ่งมา และปากข้าพเจ้าเปิดในเวลาที่ชายคนนั้นมาถึงในตอนรุ่งเช้า ดังนั้นปากของข้าพเจ้าจึงถูกเปิดออก ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เป็นใบ้อีกต่อไป
\s5
\p
\v 23 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 24 "เจ้าบุตรมนุษย์ ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของดินแดนอิสราเอลกำลังพูดกัน และพูดว่า 'อับราฮัมเป็นเพียงคนเดียวรวมทั้งเขายังได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินนี้ แต่เรามีจำนวนคนมาก ดินแดนนั้นจึงย่อมจะต้องมอบให้เราเป็นกรรมสิทธิ์'
\s5
\p
\v 25 เพราะฉะนั้นจงกล่าวกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้าดื่มเลือด และเจ้าเงยหน้าขึ้นไปยังรูปเคารพทั้งหลายของเจ้าและเจ้ายังหลั่งเลือดของชนชาติของเจ้าออก เจ้ายังจะยังถือกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้จริงหรือ?
\v 26 พวกเจ้ายังอยู่ได้เพราะดาบของเจ้าและเจ้าได้ทำสิ่งที่น่ารังเกียจทั้งหลาย และแต่ละคนได้ทำให้ภรรยาของเพื่อนบ้านเป็นมลทิน แล้วเจ้ายังควรถือกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้จริงหรือ?'
\s5
\p
\v 27 เจ้าจะกล่าวเช่นนี้กับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนอย่างไร พวกอยู่ในซากปรักหักพังจะต้องล้มลงด้วยดาบอย่างแน่นอน และเราจะมอบพวกอยู่ที่ทุ่งนาให้เป็นอาหารของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย รวมทั้งพวกอยู่ในสิ่งกำบังแข็งแรงและอยู่ในถ้ำก็จะตายด้วยโรคระบาดฉันนั้น
\v 28 แล้วเราจะทำให้แผ่นดินนั้นรกร้างและถูกทิ้งร้าง และอานุภาพอันยโสของแผ่นดินนั้นจะสิ้นสุดลง ภูเขาของอิสราเอลจะรกร้าง และจะไม่มีคนเดินผ่าน'
\v 29 ดังนั้น พวกเขาจะรู้ว่าเราคือ พระยาห์เวห์ เมื่อเราได้ทำให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่าและถูกทิ้งร้าง เพราะสิ่งน่ารังเกียจทั้งหมดที่พวกเขาได้ทำนั้น
\s5
\p
\v 30 ดังนั้น ตอนนี้เจ้าบุตรมนุษย์ ชนชาติของเจ้าที่พูดเรื่องเจ้าที่ข้างกำแพงและตามประตูบ้านและเขาพูดต่อกันและกัน กับแต่ละคนพูดกับพี่น้องของตนว่า 'พวกเราจงมาเถิดและมาฟังคำของผู้เผยพระวจนะซึ่งออกมาจากพระยาห์เวห์'
\v 31 ดังนั้นชนชาติของเราจะมาหาเจ้าอย่างที่คนทั้งหลายมักจะทำ และจะมานั่งข้างหน้าเจ้าและจะฟังสิ่งที่เจ้าพูด แต่เขาไม่ยอมทำตาม เพราะถ้อยคำที่ถูกต้องอยู่ในปากของเขา แต่หัวใจของเขากำลังตามหาผลกำไรที่ไม่เป็นธรรม
\s5
\p
\v 32 สำหรับเจ้าเป็นเหมือนคนร้องเพลงรักแก่พวกเขา มีเสียงไพเราะและเล่นดนตรีได้เก่ง ดังนั้นพวกเขาจะฟังสิ่งที่เจ้าพูด แต่จะไม่มีใครเชื่อฟังพวกเขา
\v 33 และดูเถิด มันจะเกิดขึ้น แล้วพวกเขาจะรู้ว่ามีผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งอยู่ท่ามกลางพวกเขา"
\s5
\c 34
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะฟ้องเอาผิดพวกผู้เลี้ยงแกะทั้งหลายของอิสราเอล จงเผยพระวจนะและจงกล่าวกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่พวกผู้เลี้ยงแกะดังนี้ว่า พินาศแก่พวกผู้เลี้ยงแกะของอิสราเอลผู้ที่เลี้ยงแต่ตัวเอง บรรดาผู้เลี้ยงแกะควรเลี้ยงฝูงแกะไม่ใช่หรือ?
\v 3 พวกเจ้ากินส่วนที่เป็นไขมันและพวกเจ้าคลุมกายด้วยขนแกะ เจ้าฆ่าแกะตัวอ้วนจากฝูงแกะ เจ้าไม่ได้เลี้ยงดูแกะเลย
\s5
\p
\v 4 เจ้าไม่ได้เสริมกำลังตัวที่เป็นโรค หรือไม่ได้รักษาตัวที่ป่วย เจ้าไม่ได้พันแผลตัวที่กระดูกหัก และเจ้าไม่ได้นำตัวที่หลงฝูงกลับมาหรือเสาะหาตัวที่หายไป เจ้ากลับควบคุมแกะทั้งหลายด้วยการใช้กำลังและความรุนแรงแทน
\v 5 แล้วพวกมันจึงกระจัดกระจายไปหมดเพราะไม่มีผู้เลี้ยง และพวกมันก็กลายเป็นอาหารของสัตว์ที่มีชีวิตในทุ่งนาหลังจากที่พวกมันได้กระจัดกระจายไป
\v 6 ฝูงแกะของเราเร่ร่อนไปตามภูเขาและตามเนินเขาสูงทุกลูก และมันกระจัดกระจายไปทั่วพื้นแผ่นดินโลก กระนั้นก็ดีไม่มีใครเสาะหาพวกมัน
\s5
\p
\v 7 ดังนั้น ผู้เลี้ยงแกะทั้งหลาย จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์
\v 8 เรามีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนฉันใด นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าแกะของเราได้กลายเป็นเหยื่อและกลายเป็นอาหารของสัตว์ทั้งหมดที่อยู่ในทุ่ง เพราะไม่มีผู้เลี้ยงแกะและเพราะพวกผู้เลี้ยงแกะของเราไม่ได้ค้นหาฝูงแกะของเรา แต่พวกผู้เลี้ยงแกะนั้นเลี้ยงตัวพวกเขาเองและไม่ได้เลี้ยงฝูงแกะของเราฉันนั้น
\s5
\p
\v 9 ดังนั้น ผู้เลี้ยงแกะทั้งหลายจงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์
\v 10 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราเป็นศัตรูกับพวกผู้เลี้ยงแกะ และเราจะเรียกร้องเอาแกะของเราจากมือของพวกเขา แล้วเราจะให้พวกเขาหยุดเลี้ยงแกะ พวกผู้เลี้ยงแกะจะไม่ได้เลี้ยงตัวเองอีกต่อไปเนื่องจากเราจะช่วยแกะของเราให้พ้นจากปากของพวกเขา เพื่อไม่ให้แกะของเราจะเป็นอาหารของพวกเขาอีกต่อไป
\s5
\p
\v 11 เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราเองจะค้นหาแกะของเราและเราจะดูแลพวกมัน
\v 12 เหมือนผู้เลี้ยงแกะเสาะหาฝูงแกะเมื่อเขาอยู่ท่ามกลางแกะของเขาที่กระจัดกระจายไป เพราะฉะนั้นเราก็จะเสาะหาแกะของเรา และเราจะช่วยเหลือพวกแกะให้รอดพ้นจากสถานที่ทั้งหลายซึ่งพวกมันได้กระจัดกระจายไปอยู่เมื่อวันที่มีเมฆและมืดทึบ
\v 13 แล้วเราจะนำพวกมันออกมาจากท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย และเราจะรวบรวมพวกมันมาจากดินแดนต่างๆ และเราจะนำพวกมันมาไว้ในแผ่นดินของพวกมันเอง เราจะนำพวกมันอยู่ในทุ่งหญ้ากลางเนินเขาของอิสราเอล ใกล้ๆลำธารทั้งหลาย และในทุกแห่งของดินแดนนั้น
\s5
\p
\v 14 เราจะให้พวกมันอยู่ในทุ่งหญ้าที่อุดม และบนภูเขาสูงทั้งหลายของอิสราเอลจะเป็นที่เล็มหญ้าของพวกมัน ที่นั่นพวกมันจะนอนลงในทุ่งหญ้าที่ดี เพื่อเล็มหญ้าในทุ่งหญ้าอันอุดม และพวกมันจะเล็มหญ้าบนภูเขาของอิสราเอล
\v 15 ตัวเราเองจะเลี้ยงดูฝูงแกะของเรา และเราเองจะทำให้พวกมันนอนลง นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 16 เราจะเสาะหาแกะที่หายและจะนำตัวที่หลงกลับมา เราจะพันผ้าให้แกะที่กระดูกหักและรักษาแกะที่ป่วย แต่เราจะทำลายแกะที่อ้วนและแข็งแรง เราจะเลี้ยงดูพวกมันด้วยความยุติธรรม
\s5
\p
\v 17 ดังนั้นบัดนี้พวกเจ้าที่เป็นแกะของเรา นี่คือพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ดูเถิด เราจะเป็นผู้ตัดสินระหว่างแกะกับแกะ ระหว่างแกะตัวผู้กับแพะตัวผู้
\v 18 การที่พวกเจ้าหากินในทุ่งหญ้าอย่างดีนั้นยังไม่เพียงพอหรือ เจ้าจึงเอาเท้าเหยียบย่ำสิ่งที่เหลืออยู่จากทุ่งหญ้าของเจ้า และเมื่อดื่มน้ำที่ใสแล้วเจ้าจึงเอาเท้าของเจ้ากวนน้ำที่เหลืออยู่ให้เป็นโคลน?
\v 19 แกะของเราต้องกินสิ่งที่เจ้าเหยียบย่ำด้วยเท้าของเจ้า และดื่มน้ำที่เท้าของเจ้าทำให้มีโคลนหรือ?
\s5
\p
\v 20 เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับพวกเขาดังนี้ว่า ดูเถิด เราคือเราเองจะตัดสินระหว่างแกะอ้วนกับแกะผอม
\v 21 เพราะเจ้าเอาสีข้างและไหล่ดัน และเจ้าได้ขวิดแกะทุกตัวที่อ่อนแอด้วยเขาของเจ้า จนเจ้าทำให้พวกมันกระจายไปจากดินแดน
\s5
\p
\v 22 เราจะช่วยแกะของเราให้รอดและพวกมันจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อไป และเราจะตัดสินเจ้าระหว่างแกะกับแกะ
\v 23 เราจะตั้งผู้เลี้ยงคนหนึ่งไว้เหนือพวกมันคือดาวิดผู้รับใช้ของเรา เขาจะดูแลพวกมัน เขาจะเลี้ยงดูพวกมัน และเขาจะเป็นผู้เลี้ยงของพวกมัน
\v 24 เพราะเราเป็น พระยาห์เวห์จะเป็นพระเจ้าของพวกมัน และดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นเจ้านายท่ามกลางพวกมัน เราเป็นพระยาห์เวห์ได้ประกาศดังนี้แล้ว
\s5
\p
\v 25 แล้วเราจะทำพันธสัญญาแห่งสันติสุขกับพวกมันและกำจัดสัตว์ร้ายเสียจากดินแดน เพื่อว่าพวกมันจะอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารได้อย่างปลอดภัย และนอนอยู่ในป่าได้อย่างปลอดภัย
\v 26 เราจะทำให้พวกมันกับสถานที่รายล้อม เนินเขาของเราเป็นแหล่งพระพรของพวกมัน เพราะเราจะส่งฝนลงมาตามฤดูกาล เป็นสายฝนแห่งพระพร
\v 27 แล้วต้นไม้ในทุ่งจะเกิดผล และพื้นดินจะเกิดผลผลิต แกะของเราจะอยู่อย่างปลอดภัยในดินแดนของพวกมัน แล้วพวกมันจะรู้ว่าเราเป็น พระยาห์เวห์เมื่อเราหักคานแอกของพวกมันเสีย และช่วยเหลือพวกมันจากมือของคนเหล่านั้นที่ทำให้พวกมันตกเป็นทาส
\s5
\p
\v 28 พวกมันจะไม่เป็นของริบของบรรดาประชาชาติอีกต่อไป และสัตว์ป่าบนโลกก็จะไม่กัดกินพวกมัน และพวกมันจะอยู่อย่างปลอดภัย และจะไม่มีใครทำให้พวกมันกลัว
\v 29 เพราะเราจะจัดหาที่เพาะปลูกที่สงบสุขแก่พวกมัน เพื่อพวกมันจะไม่เป็นเหยื่อของความอดอยากในแผ่นดินอีกต่อไป และบรรดาชนชาติจะไม่ได้เหยียดหยามพวกมันอีก
\s5
\p
\v 30 แล้วพวกมันจะรู้ว่าเราเป็น พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกมัน สถิตกับพวกมัน และพวกเขาเป็นประชาชนของเราคือพงศ์พันธุ์อิสราเอล นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 31 เพราะพวกเจ้าเป็นแกะของเราซึ่งเป็นแกะในทุ่งหญ้าของเรา และเป็นประชาชนของเรา และเราเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\c 35
\p
\v 1 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงเดินหน้าต่อต้านภูเขาเสอีร์ และเผยพระวจนะต่อต้านมัน
\v 3 จงกล่าวกับมันว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด ภูเขาเสอีร์ เราจะเป็นศัตรูกับเจ้าและเราจะชูมือของเราต่อสู้เจ้า และเราจะทำให้เจ้าร้างเปล่าและถูกทำให้รกร้าง
\s5
\p
\v 4 เราจะให้เมืองทั้งหลายของเจ้าเป็นซากปรักหักพัง และเจ้าเองจะเป็นที่ร้างเปล่า แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\v 5 เพราะเจ้าได้เป็นศัตรูต่อประชาชนอิสราเอลเสมอมา และเพราะเจ้าได้ปล่อยพวกเขาไว้ให้แก่มือทั้งหลายที่ถือดาบในเวลาแห่งทุกข์ภัยของพวกเขา ในเวลาที่การลงโทษที่ใหญ่ยิ่งของพวกเขา
\v 6 เพราะฉะนั้น เรามีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนฉันใด นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เราจะกำหนดให้เจ้าโลหิตตก และเรื่องโลหิตตกจะไล่ตามเจ้า เพราะว่าเจ้าไม่เกลียดการทำให้โลหิตตก เรื่องโลหิตตกก็จะไล่ตามเจ้าไปฉันนั้น
\s5
\p
\v 7 เราจะทำให้ภูเขาเสอีร์ร้างว่างเปล่าเมื่อเราจะตัดผู้ที่ได้ผ่านไปและกลับมาอีกครั้ง
\v 8 แล้วเราจะให้ภูเขาของเจ้าเต็มด้วยคนตาย พวกที่ถูกสังหารเพราะดาบจะล้มลงตามภูเขาสูงและตามหุบเขาของเจ้าและในห้วยทุกแห่งของเจ้า
\v 9 เราจะทำให้เจ้าเป็นที่ร้างเปล่าตลอดไป จะไม่มีคนอาศัยตามเมืองทั้งหลายของเจ้า แต่ว่าเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 10 เจ้าได้กล่าวว่า "ประชาชาติทั้งสองนี้และดินแดนทั้งสองนี้จะต้องเป็นของข้า และเราจะเอามันมาเป็นกรรมสิทธิ์" ถึงแม้พระยาห์เวห์สถิตอยู่กับพวกเขา
\v 11 เพราะฉะนั้น เรามีชีวิตอยู่อย่างแน่นอนฉันใด นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นเราจะทำต่อเจ้าตามความโกรธแค้นและความอิจฉาของเจ้าซึ่งเจ้าแสดงต่อพวกเขาเพราะความเกลียดชังของเจ้า แล้วเราจะสำแดงตัวเราให้เป็นที่รู้จักในหมู่พวกเขาเมื่อเราตัดสินเจ้าฉันนั้น
\s5
\p
\v 12 ดังนั้นเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราได้ยินคำดูหมิ่นทั้งหมดของเจ้าซึ่งเจ้าได้พูดต่อต้านภูเขาทั้งหลายแห่งอิสราเอล เมื่อเจ้าได้พูดว่า "พวกมันถูกทำลาย พวกมันถูกมอบไว้ให้เรากลืนกิน"
\v 13 เจ้าได้ยกตัวเจ้าเองต่อต้านเราด้วยสิ่งที่เจ้าได้พูดแล้ว และว่ากล่าวเราด้วยคำมากมาย และเราได้ยินหมดแล้ว
\s5
\p
\v 14 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะทำให้เจ้าร้างเปล่าขณะที่ทั้งดินแดนเริงร่า
\v 15 เช่นเดียวกับที่เจ้าเริงร่าเมื่อมรดกของพงศ์พันธุ์อิสราเอลนั้นต้องถูกทำให้ร้างเปล่าไป เราก็จะทำเช่นนั้นกับเจ้า โอ ภูเขาเสอีร์และเอโดมทั้งหมด คือทั้งหมดของมันจะเป็นที่ร้างเปล่า แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\c 36
\p
\v 1 "บัดนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะต่อภูเขาทั้งหลายของอิสราเอลและจงกล่าวว่า 'ภูเขาของอิสราเอล จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์
\v 2 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ศัตรูได้กล่าวถึงพวกเจ้าว่า "แน่ล่ะ" และว่า "ที่สูงโบราณเหล่านั้นได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเราแล้ว"'
\v 3 เพราะฉะนั้นจงเผยพระวจนะและกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เพราะว่าพวกเขาทำให้พวกเจ้ารกร้างและด้วยการบีบบังคับที่มาแก่พวกเจ้าจากพวกเจ้าทุกด้านจนพวกเจ้าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรดาชนชาติอื่นๆ นั้น พวกเจ้าได้กลายเป็นครหาและเป็นเรื่องที่เล่าถึงของประชาชน
\s5
\p
\v 4 เพราะฉะนั้น ภูเขาของอิสราเอล จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้กับภูเขาและเนินเขา ลำห้วยและหุบเขา กับที่ร้างเปล่าที่ไม่มีคนอาศัย ทั้งบรรดาเมืองที่ผู้คนทอดทิ้งซึ่งได้กลายเป็นของริบและเป็นที่เย้ยหยันของบรรดาชนชาติที่เหลือซึ่งอยู่รายล้อมพวกเขา
\v 5 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราได้พูดด้วยไฟแห่งความหวงแหนของเราต่อต้านบรรดาประชาชาติที่เหลือและเอโดมและคนทั้งปวงซึ่งเอาแผ่นดินของเราไปเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขาเอง ต่อผู้ที่มีความร่าเริงเต็มหัวใจและมีความมุ่งร้ายในใจทั้งปวง เหมือนที่พวกเขาได้ยึดดินแดนของเราไว้ไปเป็นทุ่งหญ้าสำหรับพวกเขาเอง'
\v 6 เพราะฉะนั้น จงเผยพระวจนะต่อแผ่นดินอิสราเอลและพวกเจ้าจงกล่าวกับภูเขาและเนินเขา กับห้วยและหุบเขาต่างๆว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราพูดด้วยความหวงแหนและด้วยความโกรธของเรา เรากำลังจะประกาศว่าเพราะพวกเจ้าได้รับการดูถูกจากบรรดาประชาชาติ
\s5
\p
\v 7 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราเองจะปฏิญาณว่าบรรดาชนชาติรอบๆ พวกเจ้านั้นจะต้องแบกรับความอับอายของพวกเขาเอง
\s5
\p
\v 8 แต่พวกเจ้า ภูเขาทั้งหลายของอิสราเอลย พวกเจ้าจะออกกิ่งทั้งหลายของพวกเจ้าออกมาและจะออกผลให้แก่อิสราเอลประชาชนของเรา เพราะว่าพวกเขาจะกลับมาในไม่ช้า
\v 9 เพราะดูเถิด เราอยู่กับพวกเจ้า และเราดูแลพวกเจ้าด้วยความโปรดปราน พวกเจ้าจะได้รับการไถและการหว่านด้วยเมล็ด
\s5
\p
\v 10 ดังนั้นเราจะเพิ่มจำนวนประชาชนให้แก่พวกเจ้า เป็นพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด บรรดาเมืองทั้งหลายจะมีคนอาศัยอยู่และซากปรักหักพังจะถูกสร้างขึ้นใหม่
\v 11 เราจะเพิ่มจำนวนทั้งคนและสัตว์แก่พวกเจ้าเพื่อว่าพวกเขาจะเพิ่มมากขึ้นและจะมีบุตรมาก แล้วเราจะเป็นเหตุให้พวกเจ้ามีคนอาศัยอยู่อย่างในกาลก่อน และจะให้พวกเจ้ารุ่งเรืองมากกว่าก่อน เพราะพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\v 12 เราจะนำพวกเขา เป็นอิสราเอลประชาชนของเราเดินไปกับเจ้า พวกเขาจะได้พวกเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ และพวกเจ้าจะเป็นมรดกของพวกเขา รวมทั้งพวกเจ้าจะไม่เป็นเหตุให้ลูกหลานของพวกเขาต้องตายอีก
\s5
\p
\v 13 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เพราะพวกเขากล่าวกับพวกเจ้าว่า ‘เจ้าสังหารผู้คน ทำให้สูญเสียชนชาติลูกหลานของพวกเจ้า"
\v 14 ดังนั้นพวกเจ้าจะไม่ได้กินผู้คน และไม่ทำให้ชนชาติของพวกเจ้าเศร้าโศกด้วยความตายต่อไปอีก นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 15 เราจะไม่ให้พวกเจ้าได้ยินคำเย้ยหยันของชนชาติต่างๆอีก พวกเจ้าไม่ต้องทนรับความขายหน้าของชนชาติทั้งหลายอีก หรือเป็นเหตุให้ชนชาติของพวกเจ้าตาย นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'"
\s5
\p
\v 16 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 17 "เจ้าบุตรมนุษย์ เมื่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลอาศัยอยู่ในดินแดนของพวกเขา พวกเขาทำให้ดินแดนเป็นมลทินด้วยวิถีและการกระทำของพวกเขา ความประพฤติของพวกเขาต่อหน้าเราก็เหมือนมลทินอันเกิดจากประจำเดือนของผู้หญิง
\v 18 ดังนั้นเราได้ระบายความโกรธของเราออกมายังพวกเขาด้วยเรื่องโลหิตซึ่งพวกเขาได้ทำให้ตกบนแผ่นดินทั้งด้วยการทำให้สกปรกด้วยเหล่ารูปเคารพของพวกเขา
\s5
\p
\v 19 เราได้กระจัดกระจายพวกเขาไปท่ามกลางบรรดาประชาชาติ พวกเขาได้กระจัดกระจายไปตามดินแดนต่างๆ เราได้ตัดสินพวกเขาตามวิถีและการกระทำของพวกเขา
\v 20 แล้วพวกเขาไปยังบรรดาชนชาติ และไม่ว่าไปถึงไหน พวกเขาก็ทำให้นามบริสุทธิ์ของเราเสื่อมเกียรติ คนกล่าวขวัญถึงพวกเขาว่า 'คนเหล่านี้เป็นประชาชนของพระยาห์เวห์จริงหรือ? เพราะพวกเขายังต้องออกไปจากแผ่นดินของพระองค์'
\v 21 แต่เรายังเป็นห่วงถึงนามอันบริสุทธิ์ของเราซึ่งพงศ์พันธุ์อิสราเอลทำให้ด่างพร้อยท่ามกลางบรรดาประชาชาติที่พวกเขาได้ไปนั้น
\s5
\p
\v 22 ดังนั้นจงกล่าวกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย ที่เรากำลังจะทำอยู่นั้นไม่ใช่เพราะเห็นแก่พวกเจ้า แต่เพราะเห็นแก่นามบริสุทธิ์ของเรา ซึ่งพวกเจ้าได้ลบหลู่ท่ามกลางบรรดาชนชาติทุกแห่งซึ่งพวกเจ้าเข้าไปอยู่นั้น
\v 23 เพราะเราจะสำแดงความศักดิ์สิทธิ์ของนามยิ่งใหญ่ของเรา ซึ่งถูกดูหมิ่นท่ามกลางบรรดาชนชาติ คือนามที่พวกเจ้าดูหมิ่นท่ามกลางบรรดาชนชาติ แล้วชนชาติทั้งหลายจะรู้ว่า เราคือพระยาห์เวห์ นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อพวกเจ้าได้เห็นว่าเราบริสุทธิ์
\s5
\p
\v 24 เราจะนำพวกเจ้าออกมาจากชนชาติทั้งหลาย และรวบรวมพวกเจ้ามาจากทุกดินแดน และเราจะนำพวกเจ้าเข้ามาในดินแดนของพวกเจ้า
\v 25 แล้วเราจะเอาน้ำสะอาดพรมพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลายของพวกเจ้า และเราจะชำระพวกเจ้าจากรูปเคารพทั้งหลายของพวกเจ้า
\s5
\p
\v 26 เราจะให้ใจใหม่แก่พวกเจ้าและเราจะบรรจุวิญญาณใหม่ไว้ภายในของพวกเจ้า และเราจะนำใจหินออกจากเนื้อของพวกเจ้า และให้ใจเนื้อแก่พวกเจ้า
\v 27 เราจะใส่วิญญาณของเราไว้ภายในของพวกเจ้า แล้วทำให้พวกเจ้าดำเนินตามกฎระเบียบของเราและรักษาบัญญัติของเรา เพื่อที่พวกเจ้าจะทำตามสิ่งเหล่านั้น
\v 28 แล้วพวกเจ้าจะอาศัยอยู่ในดินแดนที่เราให้แก่บรรพบุรุษของพวกเจ้า พวกเจ้าจะเป็นประชาชนของเรา และเราเองจะเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า
\s5
\p
\v 29 เพราะเราจะช่วยพวกเจ้าให้ปลอดภัยจากมลทินทั้งหลายของพวกเจ้า และเราจะเรียกเมล็ดพืชมาและทำให้มันมากขึ้น เราจะไม่ให้พวกเจ้ามีความอดอยากอีก
\v 30 เราจะเพิ่มผลของต้นไม้และผลผลิตจากท้องทุ่ง เพื่อพวกเจ้าจะไม่ต้องทนรับความอับอายท่ามกลางบรรดาชนชาติเพราะความอดอยากอีกต่อไป
\v 31 แล้วพวกเจ้าจะระลึกถึงวิถีชั่วของพวกเจ้าและการกระทำที่ไม่ดีของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะแสดงความเกลียดชังหน้าของตัวเองอันเนื่องมาจากความบาปของพวกเจ้าและสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของพวกเจ้า นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 32 เราไม่ได้ทำเพราะเห็นแก่พวกเจ้า นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกเจ้าจงรับรู้ไว้ ดังนั้นจงละอายและขายหน้าด้วยวิถีทั้งหลายของพวกเจ้า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย
\v 33 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ในวันที่เราชำระพวกเจ้าจากความบาปทั้งหมดของพวกเจ้านั้น เราจะทำให้เมืองทั้งหลายมีคนอาศัยอยู่และซากปรักหักพังจะถูกสร้างขึ้นใหม่
\v 34 เพราะพวกเจ้าจะไถแผ่นดินที่รกร้างจนกว่าจะไม่เป็นที่ร้างเปล่าเช่นที่เคยเห็นของผู้สัญจรไปมา
\s5
\p
\v 35 แล้วคนทั้งหลายจะกล่าวว่า "แผ่นดินนี้ที่เคยรกร้างได้กลายเป็นเหมือนอย่างสวนเอเดน เมืองทั้งหลายที่รกร้างและซากปรักหักพังที่ไม่มีใครอยู่ซึ่งถูกรื้อลง เดี๋ยวนี้ได้ถูกสร้างขึ้นและอยู่อาศัย"
\v 36 แล้วบรรดาชนชาติที่เหลือซึ่งอยู่รายล้อมพวกเจ้าจะรู้ว่า เราเป็น พระยาห์เวห์ ได้สร้างสถานที่ปรักหักพังเหล่านี้ขึ้นใหม่และปลูกพืชในที่รกร้างนั้น เราคือพระยาห์เวห์ได้เปล่งวาจาแล้วและเราจะทำเช่นนั้น
\s5
\p
\v 37 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า อีกครั้งหนึ่งเราจะยอมให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลขอต่อเราให้ทำสิ่งนี้แก่พวกเขา ที่จะเพิ่มจำนวนพวกเขาเป็นฝูงคน
\v 38 อย่างฝูงแพะแกะสำหรับการถวายบูชา อย่างฝูงแพะแกะในกรุงเยรูซาเล็มที่งานเทศกาลที่กำหนด ดังนั้นเมืองทั้งหลายที่ร้างเปล่าก็จะเต็มด้วยฝูงคน แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\c 37
\p
\v 1 พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ได้มาอยู่บนข้าพเจ้า และพระองค์ได้ทรงพาข้าพเจ้าออกมาด้วยพระวิญญาณของพระยาห์เวห์ และได้วางข้าพเจ้าไว้กลางหุบเขาที่มีกระดูกเต็มไปหมด
\v 2 แล้วพระองค์ได้ทรงพาข้าพเจ้าผ่านกระดูกเหล่านั้นไป ดูเถิด มีกระดูกมากมายเหลือเกินในหุบเขา ดูเถิด เป็นกระดูกแห้งมากนัก
\v 3 พระองค์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ กระดูกเหล่านี้จะมีชีวิตได้อีกไหม?" ดังนั้น ข้าพเจ้าทูลตอบว่า "ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์เท่านั้นที่ทรงรู้"
\s5
\p
\v 4 แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเผยพระวจนะต่อกระดูกเหล่านี้และกล่าวกับพวกมันว่า 'จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ กระดูกแห้งทั้งหลาย
\v 5 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แก่กระดูกทั้งหลายว่า ดูเถิด เราจะระบายลมหายใจเข้าไปในพวกเจ้า และพวกเจ้าจะมีชีวิต
\v 6 เราจะใส่เส้นเอ็นไว้ด้านบนตัวพวกเจ้าและจะทำให้มีเนื้อด้านบนตัว และหุ้มพวกเจ้าด้วยหนังทั้งหลาย และบรรจุลมหายใจในพวกเจ้า จากนั้นพวกเจ้าจะมีชีวิต เวลานั้นพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\p
\v 7 ดังนั้นข้าพเจ้าก็เผยพระวจนะตามที่ข้าพเจ้าได้รับคำสั่ง ขณะที่ข้าพเจ้าเผยพระวจนะอยู่นั้นก็มีเสียง ดูเถิด เป็นเสียงสั่น จากนั้นพวกกระดูกนั้นก็ติดกัน กระดูกติดกระดูก
\v 8 และดูสิ บัดนี้ข้าพเจ้าได้เห็นมีเอ็นเหนือสิ่งมีชีวิต เนื้อก็ขึ้นมาเหนือกระดูก และผิวหนังก็มาห่อมันไว้ แต่ไม่มีลมหายใจในพวกมัน
\s5
\p
\v 9 จากนั้นพระยาห์เวห์ได้ทรงกล่าวกับข้าพเจ้าว่า "จงเปิดเผยถ้อยคำแก่ลมปราณ เจ้าบุตรมนุษย์ จงเปิดเผยถ้อยคำเถิด และจงกล่าวกับลมหายใจว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า ลมปราณเอ๋ย จงมาจากลมทั้งสี่ และระบายลมหายใจลงบนคนที่ถูกสังหารนี้เพื่อให้เขากลับมีชีวิต'"
\v 10 ดังนั้นข้าพเจ้าก็เปิดเผยถ้อยคำตามที่พระองค์ทรงรับสั่งต่อข้าพเจ้า ลมหายใจก็เข้ามาในพวกเขานั้นและพวกเขาก็ได้มีชีวิต จากนั้นพวกเขาก็ยืนขึ้นได้ด้วยเท้าของพวกเขาเองซึ่งเป็นกองทัพใหญ่
\s5
\p
\v 11 จากนั้นพระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "กระดูกเหล่านี้เป็นบุตรหลานอิสราเอลทั้งหมด ดูเถิดบุตรมนุษย์ พวกเขาพูดว่า 'กระดูกของพวกเราแห้ง และความหวังของพวกเราก็หมด พวกเราได้ถูกทำลายหมด'
\v 12 ดังนั้น จงเปิดเผยถ้อยคำและบอกพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด ประชากรของเราเอ๋ย เราจะแง้มหลุมศพของพวกเจ้าออก และนำพวกเจ้าออกมาจากหลุมศพของพวกเจ้า และจะนำพวกเจ้ากลับไปยังดินแดนอิสราเอล
\s5
\p
\v 13 จากนั้นเจ้าทั้งหลายจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราแง้มหลุมศพของพวกเจ้าออก และนำพวกเจ้าออกมาจากหลุมศพของพวกเขา โอ ประชากรของเราเอ๋ย
\v 14 เราจะใส่วิญญาณของเราไว้ในพวกเจ้าจากนั้นพวกเจ้าจะมีชีวิต และเราจะให้พวกเจ้าได้หยุดพักในดินแดนของพวกเจ้าซึ่งพวกเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราได้เอ่ยวาจาจากนั้น และเราจะทำมัน นี่เป็นประกาศของพระยาห์เวห์'"
\s5
\p
\v 15 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 16 ดังนั้นตอนนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าจงนำไม้มาอันหนึ่งสำหรับเจ้าเองและเขียนลงว่า 'สำหรับยูดาห์ และสำหรับประชาชนอิสราเอลซึ่งเป็นสหายของพวกเขา' จากนั้นจงนำไม้มาอีกอันหนึ่งและเขียนลงว่า 'สำหรับโยเซฟ กิ่งของเอฟราอิม และสำหรับบุตรหลานอิสราเอลทั้งหมดซึ่งเป็นสหายของพวกเขา'
\v 17 จงนำไม้ทั้งสองรวมเข้าเป็นหนึ่งอัน เพื่อว่าไม้ทั้งสองจะกลับกลายเป็นไม้อันหนึ่งเดียวกันในมือของเจ้า
\s5
\p
\v 18 เมื่อคนในชนชาติเจ้ากล่าวกับเจ้าว่า 'ท่านจะไม่บอกให้พวกเรารู้หรือว่า สิ่งเหล่านี้ท่านหมายความถึงอะไร?'
\v 19 จากนั้นจงกล่าวกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เรากำลังจะนำไม้ของโยเซฟซึ่งอยู่ในมือของเอฟราอิม และของเผ่าต่างๆ ของอิสราเอลซึ่งเป็นสหายของพวกเขาและเราจะนำไม้ของยูดาห์มาเพื่อจะทำให้เป็นไม้อันหนึ่งเดียวกัน และไม้ทั้งสองจะเป็นไม้อันหนึ่งเดียวในมือของเรา'
\v 20 จงถือกิ่งไม้ซึ่งเจ้าเขียนนั้นในมือของเจ้าไว้ต่อหน้าต่อตาพวกเขา
\s5
\p
\v 21 จงประกาศกับพวกเขาว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราจะพาคนอิสราเอลมาจากบรรดาชนชาติที่พวกเขาได้เข้าไปอยู่ด้วยนั้น เราจะรวมพวกเขามาจากรอบด้านและนำพวกเขามาดินแดนของพวกเขา
\v 22 เราจะทำให้พวกเขาเป็นชาติเดียวในดินแดนนั้นที่บนภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล และที่นั่นจะมีกษัตริย์องค์เดียวเป็นกษัตริย์อยู่เหนือพวกเขาทั้งหมด และพวกเขาจะไม่เป็นสองชาติอีก พวกเขาจะไม่แบ่งแยกเป็นสองราชอาณาจักรอีก
\v 23 จากนั้นพวกเขาจะไม่ทำให้ตัวพวกเขาให้เป็นสิ่งมลทินด้วยรูปเคารพ หรือด้วยสิ่งน่ารังเกียจของพวกเขา หรือด้วยการทำบาปทุกอย่างของพวกเขาอีกต่อไป เพราะเราจะช่วยพวกเขาให้พ้นจากการกระทำที่ไม่สัตย์ซื่อที่พวกเขาได้กระทำบาป และเราจะชำระพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะเป็นประชาชนของเราและเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา
\s5
\p
\v 24 ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นกษัตริย์เหนือพวกเขา ดังนั้นพวกเขาทุกคนจะมีผู้เลี้ยงเดียวกัน และพวกเขาจะดำเนินตามกฎหมายของเราและพวกเขาจะรักษากฎเกณฑ์ของเราอีกทั้งเชื่อฟังกฎเกณฑ์ทั้งหลาย
\v 25 พวกเขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราได้ให้แก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา ซึ่งบรรดาบรรพบุรุษของพวกเจ้าได้อาศัยอยู่ พวกเขาและลูกของพวกเขา รวมทั้งหลานของพวกเขาจะอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นนิตย์ เพราะดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นผู้นำของพวกเขาเป็นนิตย์
\s5
\p
\v 26 เราจะทำพันธสัญญาแห่งสันติสุขกับเขา จะเป็นพันธสัญญานิรันดร์แก่เขา เราจะก่อตั้งพวกเขาและให้เขาทวีมากขึ้น และเราจะตั้งสถานบริสุทธิ์ของเราไว้ท่ามกลางพวกเขาเป็นนิตย์
\v 27 ที่ประทับของเราจะอยู่กับพวกเขา เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขาและพวกเขาจะเป็นประชาชนของเรา
\v 28 แล้วประชาชาติทั้งหลายจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ผู้ซึ่งได้แยกอิสราเอลไว้ เมื่อสถานบริสุทธิ์ของเราอยู่ท่ามกลางพวกเขาเป็นนิตย์'"
\s5
\c 38
\p
\v 1 พระวจนะของพระยาห์เวห์ได้มาถึงข้าพเจ้า ตรัสว่า
\v 2 "เจ้าบุตรมนุษย์ จงมุ่งหน้าของเจ้าไปยังโกก แห่งแผ่นดินมาโกกผู้นำที่สำคัญที่สุดของเมเชคและทูบัล และจงเผยพระวจนะกล่าวโทษเขา
\v 3 จงกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า โอ โกก ดูเถิด เราเป็นศัตรูกับเจ้าผู้เป็นผู้นำที่สำคัญที่สุดของเมเชคและทูบัล
\s5
\p
\v 4 ดังนั้นเราจะให้เจ้าหันกลับและเอาเบ็ดเกี่ยวขากรรไกรของเจ้า เราจะนำเจ้าออกมาพร้อมกับกองทัพทั้งหมดของเจ้า ทั้งพวกม้าและบรรดาพลม้า ทุกคนสวมเครื่องยุทธภัณฑ์ครบถ้วน เป็นกองทัพใหญ่ที่ถือโล่ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และทุกคนก็ถือดาบทั้งหลาย
\v 5 คนเปอร์เซีย คนคูช และคนลิเบียอยู่กับพวกเขาด้วย ทุกคนมีโล่และหมวกเหล็ก
\v 6 โกเมอร์และกองกำลังทั้งหมดของเขา และเบธโทการมาห์จากเหนือสุด พร้อมกับกองกำลังทั้งหมดของเขา มีชนชาติมากมายอยู่กับเจ้า
\s5
\p
\v 7 จงเตรียมพร้อม แน่นอน จงให้เตรียมตัวของเจ้าเองและกองกำลังทั้งหมดซึ่งชุมนุมอยู่กับเจ้า และจงเป็นผู้บัญชาการของพวกเขา
\v 8 เจ้าจะต้องถูกเรียกออกรบไปเป็นเวลาหลายวัน และในอีกหลายปีต่อไปในอนาคต เจ้าจะยกเข้าไปต่อต้านดินแดนซึ่งได้รับการฟื้นฟูจากดาบซึ่งที่ได้รวบรวมกลับมาจากประชาชนมากมายบนภูเขาอิสราเอลเพราะเคยเป็นซากปรักหักพังมาตลอด แต่ดินแดนของประชาชนจะถูกนำออกมาจากชนชาติต่างๆ และพวกเขาทั้งหมดจะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย
\v 9 ดังนั้นพวกเจ้าจะรุกคืบไปเหมือนพายุ เจ้าจะปกคลุมดินแดนนั้นเหมือนเมฆ เจ้าและกองกำลังทั้งหมดของเจ้า รวมทั้งพวกทหารจำนวนมากที่อยู่กับพวกเจ้า
\s5
\p
\v 10 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นในวันนั้นว่าแผนการจะเกิดขึ้นในใจของเจ้า และเจ้าจะคิดแผนการชั่ว'
\v 11 แล้วเจ้าจะกล่าวว่า 'เราจะยกทัพไปยังแผ่นดินที่เปิดโล่ง เราจะไปยังพวกที่อาศัยอยู่อย่างสงบสุขและปลอดภัย พวกเขาทุกคนอาศัยอยู่โดยไม่มีกำแพงไม่มีสลักประตู และเป็นที่ซึ่งไม่มีประตูเมือง
\v 12 เราจะปล้นและริบข้าวของ เพื่อที่จะยื่นมือของเราต่อต้านดินแดนที่เคยเป็นซากปรักหักพังซึ่งขณะนี้มีคนอาศัยอยู่ และต่อต้านประชาชนที่ถูกรวบรวมจากบรรดาประชาชาติ ผู้ซึ่งได้ฝูงปศุสัตว์และสมบัติ ทั้งเป็นผู้อาศัยอยู่ ณ ศูนย์กลางของแผ่นดินโลก'
\s5
\p
\v 13 เชบาและเดดาน ทั้งบรรดาพ่อค้าแห่งทารชิช พร้อมกับนักรบหนุ่มทุกคนของเมืองนั้นจะกล่าวกับเจ้าว่า 'ท่านมาเพื่อจะปล้นและริบข้าวของหรือ? ท่านชุมนุมพลพรรคเพื่อจะขนข้าวของ ทั้งเงินและทองไป ทั้งขนเอาฝูงปศุสัตว์และสมบัติไป และเพื่อจะปล้นของมากมายหรือ?'
\s5
\p
\v 14 ดังนั้น เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะและกล่าวกับโกกว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ในวันนั้นเมื่ออิสราเอลประชาชนของเราอาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแล้วเจ้าไม่รู้เกี่ยวกับพวกเขาหรือ?
\v 15 เจ้าจะมาจากที่ของเจ้าทางเหนือสุดด้วยกองทัพใหญ่ ทุกคนขี่ม้า เป็นกองกำลังทรงพลังยิ่ง เป็นกองทัพใหญ่โต
\v 16 เจ้าจะขึ้นมาต่อต้านอิสราเอลประชาชนของเรา เหมือนอย่างเมฆคลุมแผ่นดิน โอ โกกเอ๋ย ในเวลาภายหน้าเราจะนำเจ้ามาต่อต้านดินแดนของเรา เพื่อบรรดาประชาชาติทั้งหลายจะรู้จักเราเมื่อเราสำแดงตัวของเราเองว่าเราบริสุทธิ์ต่อหน้าต่อตาพวกเขาผ่านตัวเจ้า
\s5
\p
\v 17 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เจ้าไม่ใช่ผู้นั้นหรือคือผู้ที่เราได้พูดถึงในสมัยก่อนผ่านมือของผู้รับใช้ของเรา พวกผู้เผยพระวจนะของอิสราเอล ผู้ซึ่งได้เผยพระวจนะในเวลานั้นอยู่หลายปีแล้วว่าเราจะนำเจ้ามาต่อต้านพวกเขา?
\v 18 ดังนั้นในวันนั้นเมื่อโกกยกมาต่อต้านดินแดนอิสราเอล ความพิโรธยิ่งของเราจะพลุ่งขึ้น นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 19 ด้วยความรู้สึกอันแรงกล้าและด้วยไฟแห่งพระพิโรธของเรา เราประกาศว่าในวันนั้นจะมีแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในดินแดนอิสราเอล
\v 20 พวกมันสั่นสะเทือนต่อหน้าเรา ทั้งปลาในทะเลและนกในท้องฟ้า ทั้งสัตว์ป่าในทุ่งและสัตว์เลื้อยคลานที่คลานอยู่บนพื้นดิน และมนุษย์ทั้งหมดที่อยู่บนพื้นดิน ภูเขาทั้งหลายจะพังลงทั้งหน้าผาก็ทลายลงจนกว่ากำแพงทุกแห่งจะพังลงบนพื้นดิน
\s5
\p
\v 21 เราจะเรียกดาบมาต่อต้านโกกบนภูเขาทุกแห่งของเรา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า ดาบของแต่ละคนจะต่อต้านพี่น้องของเขาเอง
\v 22 แล้วเราจะตัดสินโทษเขาด้วยโรคระบาดและด้วยโลหิตตก และฝนที่ตกหนักและก้อนลูกเห็บไฟรวมทั้งกำมะถันที่เผาไหม้ เราจะเทลงใส่เขาและกองทัพทั้งหลายของเขา รวมทั้งบรรดาประชาชาติจำนวนมากที่อยู่กับเขา
\v 23 เพราะเราจะสำแดงความยิ่งใหญ่และความบริสุทธิ์ของเรา และเราทำให้เราเองเป็นที่รู้จักในสายตาของชนชาติมากมาย แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์'"
\s5
\c 39
\p
\v 1 "บัดนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ จงเผยพระวจนะต่อต้านโกก และกล่าวว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราเป็นศัตรูกับเจ้า โอ โกกเอ๋ย ผู้เป็นผู้นำที่สำคัญที่สุดของเมเชคและทูบัล
\v 2 เราจะหันเจ้ากลับและนำเจ้าไป เราจะนำเจ้าขึ้นมาจากที่เหนือสุดแล้วให้เจ้าเข้าไปต่อต้านภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล
\v 3 จากนั้นเราจะทุบคันธนูให้หลุดจากมือซ้ายเจ้า และทำให้ลูกธนูตกจากมือขวาเจ้า
\s5
\p
\v 4 เจ้าจะล้มตายบนภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล ทั้งเจ้าและกองทัพทั้งหมดของเจ้าและพวกทหารทั้งหลายที่อยู่กับเจ้า เราจะมอบเจ้าให้เป็นอาหารแก่นกทั้งหลายและแก่สัตว์ป่าแห่งท้องทุ่ง
\v 5 เจ้าจะล้มลงบนทุ่งโล่ง เพราะเราเองได้เปล่งวาจาแล้ว นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 6 แล้วเราจะส่งไฟมาเหนือมาโกกและเหนือพวกที่อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยแถบชายฝั่งทะเล และพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 7 เพราะเราจะทำให้นามบริสุทธิ์ของเราเป็นที่รู้จักท่ามกลางอิสราเอลประชากรของเรา และเราจะไม่ยอมให้นามบริสุทธิ์ของเราถูกดูหมิ่นอีกต่อไป บรรดาประชาชาติทั้งหลายจะรู้ว่าเราเป็น พระยาห์เวห์ องค์บริสุทธิ์ในอิสราเอล
\v 8 ดูเถิด วันนั้นจะมาถึงแล้ว และจะเกิดขึ้นแน่นอน นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 9 ผู้คนเหล่านั้นที่อาศัยอยู่ในเมืองต่างๆ ของอิสราเอลจะออกไป และพวกเขาจะใช้อาวุธเพื่อจุดไฟทั้งทำไฟตลอดจนเผาเครื่องอาวุธเสีย คือโล่เล็กและโล่ขนาดใหญ่ คันธนูและลูกธนู ไม้พลอง และหอก พวกเขาจะเอาพวกมันเผาไฟเป็นเวลาเจ็ดปี
\v 10 พวกเขาจะไม่ต้องนำฟืนมาจากทุ่งนาหรือตัดฟืนจากป่า เพราะเขาจะจุดไฟด้วยเครื่องอาวุธ พวกเขาจะริบข้าวของจากพวกคนที่ต้องการริบจากพวกเขา และจะปล้นพวกที่มาปล้นเขา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\p
\v 11 แล้วในวันนั้นจะเกิดขึ้นที่เราจะให้โกกมีสุสานอยู่ในอิสราเอล คือหุบเขาของคนสัญจรไปมา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของทะเล มันจะกีดขวางคนที่ข้ามไปมา โกกและพลพรรคทั้งหมดของโกกจะถูกฝังอยู่ที่นั่น พวกเขาจะเรียกกันว่าหุบเขาฮาโมนโกก
\s5
\p
\v 12 พงศ์พันธุ์อิสราเอลจะฝังพวกเขาอยู่ถึงเจ็ดเดือนเพื่อจะทำให้ดินแดนนั้นสะอาด
\v 13 ประชาชนทั้งหมดของดินแดนจะฝังศพพวกโกก ประชาชนจะจดจำในวันนั้นเมื่อเราสำแดงพระสิริของเรา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 14 แล้วพวกเขาจะตั้งคนให้สำรวจทั่วดินแดนและค้นหาคนเหล่านั้นที่สัญจรไปมาอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนคนที่ตายทั้งร่างของพวกเขายังคงเป็นศพอยู่บนผืนดินแดนนั้น ดังนั้นพวกเขาจะฝังศพเหล่านั้นเพื่อทำให้ดินแดนสะอาด พวกเขาจะเริ่มต้นออกสำรวจตั้งแต่ปลายเดือนที่เจ็ด
\v 15 ขณะที่คนเหล่านั้นเดินผ่านไปมาในดินแดน ครั้นพอพวกเขาเห็นกระดูกคน พวกเขาจะทำเครื่องหมายข้างๆ มัน จนกว่าคนฝังจะมาและฝังกระดูกนั้นไว้ในหุบเขาฮาโมนโกก
\v 16 ที่นั่นมีเมืองหนึ่งชื่อฮาโมนา พวกเขาจะทำให้ดินแดนสะอาดด้วยวิธีเช่นนี้แหละ
\s5
\p
\v 17 บัดนี้ เจ้าบุตรมนุษย์ พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า จงพูดกับนกที่มีปีกบินได้ทุกชนิดและพูดกับสัตว์ป่าในทุ่งทั้งหมดว่า 'จงชุมนุมและมากันเถิด จงรวมกันมาจากรอบด้านมายังการถวายบูชาที่เราเองเตรียมไว้ให้พวกเจ้า เป็นการถวายบูชายิ่งใหญ่บนภูเขาทั้งหลายของอิสราเอล เพื่อว่าเจ้าจะกินเนื้อและดื่มเลือด
\v 18 พวกเจ้าจะกินเนื้อของพวกนักรบทั้งหลายและดื่มเลือดของเจ้าเมืองต่างๆแห่งแผ่นดิน พวกเขาจะเป็นเหมือนแกะตัวผู้ ลูกแกะ แพะ และโคตัวผู้ทั้งหลาย ทั้งหมดนี้เป็นสัตว์อ้วนพีแห่งบาชาน
\s5
\p
\v 19 แล้วพวกเจ้าจะกินไขมันจนเจ้าอิ่มหนำ พวกเจ้าจะดื่มเลือดจนกว่าพวกเจ้าเมา นี่จะเป็นการถวายบูชาเพื่อเราจะสังหารพวกเจ้า
\v 20 เจ้าจะอิ่มหนำที่โต๊ะอาหารของเราด้วยเนื้อม้า เนื้อผู้ขับรถม้า ทั้งเนื้อของพวกนักรบและของทุกคนที่ทำสงคราม นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า'
\s5
\p
\v 21 เราจะสำแดงพระสิริของเราท่ามกลางบรรดาชนชาติทั้งหลาย และบรรดาชนชาติทั้งหมดจะเห็นการตัดสินของเราซึ่งเราได้ทำไปและเห็นมือของเราที่เราต่อต้านพวกเขา
\v 22 พงศ์พันธุ์อิสราเอลจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป
\s5
\p
\v 23 บรรดาประชาชาติจะรู้ว่าพงศ์พันธุ์อิสราเอลถูกกวาดไปเป็นเชลยเพราะความผิดบาปของพวกเขาโดยที่พวกเขาได้ทรยศเรา ดังนั้นเราจึงซ่อนหน้าของเราจากพวกเขาและมอบพวกเขาไว้ในมือศัตรูของพวกเขาเพื่อที่พวกเขาทุกคนตายเพราะดาบ
\v 24 เราได้ทำกับพวกเขาตามมลทินของพวกเขาและความบาปของพวกเขา เมื่อเราได้ซ่อนหน้าของเราเสียจากพวกเขา
\s5
\p
\v 25 ดังนั้นพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า บัดนี้เราจะฟื้นชะตาของยาโคบ และเราจะมีความเมตตาต่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด ทั้งเราจะมีใจที่ร้อนรนเพื่อนามบริสุทธิ์ของเรา
\v 26 แล้วพวกเขาก็จะทนรับความละอายขายหน้าของพวกเขาและการทรยศทั้งสิ้นซึ่งพวกเขาได้ทรยศเรา พวกเขาจะลืมสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเมื่อพวกเขาได้หยุดพักอยู่ในดินแดนอย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครทำให้พวกเขากลัว
\v 27 เมื่อเราฟื้นพวกเขากลับมาจากชนชาติทั้งหลายและรวบรวมพวกเขามาจากดินแดนศัตรูของพวกเขา เราจะสำแดงความบริสุทธิ์ของเราต่อหน้าต่อตาชนชาติจำนวนมาก
\s5
\p
\v 28 แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา เพราะแม้เราได้ส่งพวกเขาไปเป็นเชลยท่ามกลางบรรดาประชาชาติ แต่เราก็จะรวบรวมพวกเขากลับเข้ามาในแผ่นดินของพวกเขา และจะไม่ปล่อยให้สักคนหนึ่งในพวกเขาหลงเหลืออยู่ท่ามกลางบรรดาชนชาติเหล่านั้น
\v 29 เราจะไม่ซ่อนหน้าของเราจากพวกเขาอีกเลยเมื่อเราเทพระวิญญาณของเราเหนือพงศ์พันธุ์อิสราเอล นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 40
\p
\v 1 ในปีที่ยี่สิบห้าที่เราถูกกวาดไปเป็นเชลยเมื่อต้นปีตรงกับวันที่สิบของเดือนซึ่งเป็นสิบสี่ปีหลังจากที่กรุงนั้นถูกเข้ายึด ในวันนั้นเองพระหัตถ์ของพระยาห์เวห์ได้มาอยู่เหนือข้าพเจ้า แล้วพระองค์ได้ทรงนำข้าพเจ้าไปที่นั่น
\v 2 โดยนิมิตทั้งหลายของพระเจ้า พระองค์ได้ทรงนำข้าพเจ้ามาถึงแผ่นดินอิสราเอล พระองค์ได้ทรงวางข้าพเจ้าให้พักบนภูเขาสูงมาก ซึ่งมีอาคารต่างๆ ของเมืองตั้งไปทางทิศใต้
\s5
\p
\v 3 แล้วพระองค์ได้ทรงนำข้าพเจ้าไปยังที่นั่น ดูเถิด มีชายคนหนึ่ง ลักษณะของเขาคล้ายทองสัมฤทธิ์ มีเชือกป่านเส้นหนึ่งกับไม้วัดอันหนึ่งอยู่ในมือท่านและท่านยืนอยู่ที่ประตูเมือง
\v 4 ชายผู้นั้นกล่าวกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ จงมองดูด้วยตาเจ้าเองและจงฟังด้วยหูทั้งสองของเจ้า และจงเอาใจใส่ทุกสิ่งที่เราจะสำแดงแก่เจ้า เพราะว่าที่เรานำเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อจะสำแดงมันแก่เจ้า จงรายงานทุกสิ่งที่เจ้าจะเห็นนั้นแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลเถิด"
\s5
\p
\v 5 มีผนังล้อมอยู่รอบๆบริเวณด้านนอกพระวิหาร ไม้วัดในมือของผู้ชายคนนั้น มีความยาวหกศอก แต่ละศอกยาวเท่ากับหนึ่งศอกกับอีกหนึ่งฝ่ามือ ดังนั้นท่านได้วัดผนังนั้น และมันมีความหนาเท่ากับหนึ่งไม้วัดรวมทั้งสูงหนึ่งไม้วัด
\v 6 แล้วชายผู้นั้นได้หันหน้าไปที่ประตูที่ทางทิศตะวันออก ท่านได้ขึ้นไปตามบันไดและได้วัดธรณีประตูลึกเท่ากับหนึ่งไม้วัด
\v 7 ส่วนห้องทั้งหลายของยามมีความยาวหนึ่งไมัวัดและกว้างหนึ่งไม้วัด พวกผนังที่กั้นระหว่างสองห้องยามมีความหนาห้าศอก และธรณีประตูของพระวิหารที่อยู่ถัดจากระเบียงมีความลึกเท่ากับหนึ่งไม้วัด
\s5
\p
\v 8 ท่านได้วัดระเบียงของประตู มันยาวหนึ่งไม้วัด
\v 9 ท่านได้วัดระเบียงของประตู มันลึกหนึ่งไม้วัด บรรดาเสาประตูมีความกว้างสองศอก ประตูของระเบียงนี้หันหน้าเข้าหาพระวิหาร
\v 10 แต่ละด้านของประตูทางทิศตะวันออกมีบรรดาห้องยามอยู่สามห้อง และแต่ละห้องมีขนาดเดียวกัน และบรรดาผนังที่แยกแต่ละห้องก็มีขนาดเดียวกัน
\s5
\p
\v 11 แล้วชายคนนั้นก็ได้วัดความกว้างของช่องทางเข้าประตูได้สิบศอก และท่านก็ได้วัดความยาวของประตูทางเข้าได้สิบสามศอก
\v 12 ท่านได้วัดผนังซึ่งเป็นเขตกั้นด้านหน้าของห้องต่างๆ ได้สูงหนึ่งศอก ห้องทั้งหลายวัดได้แต่ละด้านยาวหกศอก
\v 13 แล้วท่านก็ได้วัดทางเข้าประตูจากหลังคาของผนังของยามห้องหนึ่งถัดไปอีกห้องหนึ่งได้ยี่สิบห้าศอก จากประตูแรกของห้องถึงห้องที่หนึ่งถึงห้องที่สอง
\s5
\p
\v 14 แล้วท่านก็ได้วัดผนังระหว่างห้องยามต่างๆ ได้ยาวหกสิบศอก ในขณะเดียวกันท่านได้วัดระเบียงประตูด้วย
\v 15 ทางเข้าจากด้านหน้าของประตูถึงสุดประตูระเบียงอีกด้านหนึ่งได้ห้าสิบศอก
\v 16 มีบรรดาหน้าต่างที่ปิดไว้ตามห้องยามและหันไปทางพวกเสาของมันซึ่งอยู่ภายในประตูรอบๆ และเช่นเดียวกับบรรดามุข มีหน้าต่างอยู่รอบด้านใน และแต่ละห้องมีการตกแต่งด้วยบรรดาต้นปาล์ม
\s5
\p
\v 17 แล้วชายคนนั้นก็ได้นำข้าพเจ้าเข้าไปที่ลานชั้นนอกของพระวิหาร ดูเถิด มีห้องต่างๆ และมีทางเดินในลาน มีห้องสามสิบห้องหันหน้าถัดจากทางเดินอีก
\v 18 และทางเดินมีแนวไปตามปีกข้างประตูทั้งหลายและกว้างออกไปเท่ากับด้านยาวของประตูทั้งหลาย นี่เป็นทางเดินชั้นล่าง
\v 19 แล้วชายคนนั้นก็ได้วัดระยะจากด้านหน้าของประตูที่อยู่ต่ำกว่าไปยังด้านหน้าของประตูชั้นใน มันวัดได้หนึ่งร้อยศอก ทั้งทางตะวันออกและเช่นเดียวกันกับทางเหนือ
\s5
\p
\v 20 แล้วท่านก็ได้วัดความยาวและความกว้างของประตูที่อยู่ทางเหนือของลานชั้นนอก
\v 21 มีห้องยามต่างๆ อยู่ด้านละสามห้องซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับประตูนั้น ประตูและระเบียงมีขนาดเดียวกับประตูหลัก ทั้งหมดยาวห้าสิบศอกและกว้างยี่สิบห้าศอก
\s5
\p
\v 22 ทั้งบรรดาหน้าต่าง ระเบียง ห้องยามต่างๆ และพวกต้นปาล์มของประตูนี้มีขนาดเดียวกับของประตูซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีบันไดเจ็ดขั้นนำขึ้นไปถึงระเบียง
\v 23 มีประตูที่เปิดไปสู่ลานชั้นในอยู่ฝั่งตรงข้ามกับประตูด้านเหนือ เช่นเดียวกับประตูด้านตะวันออกด้วย ชายคนนั้นก็ได้วัดระยะจากประตูหนึ่งไปยังอีกประตูหนึ่งได้หนึ่งร้อยศอก
\s5
\p
\v 24 ต่อมาชายคนนั้นได้นำข้าพเจ้าตรงไปยังประตูทางเข้าทางทิศใต้ ทั้งผนังและระเบียงก็วัดได้ขนาดเท่ากับบรรดาประตูด้านนอกอื่นๆ
\v 25 มีบรรดาหน้าต่างที่ปิดที่ประตูและที่ระเบียงเหมือนประตูนั้น ประตูทางทิศใต้และระเบียงวัดได้ยาวห้าสิบศอกและกว้างยี่สิบห้าศอก
\s5
\p
\v 26 มีบันไดเจ็ดขั้นนำขึ้นไปถึงประตูและระเบียง และมีบรรดาต้นปาล์มแกะสลักอยู่ที่บรรดาผนังด้านละต้น
\v 27 มีประตูหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ของลานชั้นใน และชายคนนั้นก็ได้วัดระยะจากประตูนั้นไปยังอีกประตูทางเข้าของทิศใต้ ได้ระยะหนึ่งร้อยศอก
\s5
\p
\v 28 แล้วชายคนนั้นได้นำข้าพเจ้ามาลานชั้นในโดยทางประตูทิศใต้ ซึ่งท่านก็ได้วัดเหมือนบรรดาประตูอื่นๆ
\v 29 ห้องยาม ผนัง และระเบียงทั้งหลายได้ถูกวัดเหมือนกับประตูอื่นๆ คือมีหลายหน้าต่างรอบระเบียงทั้งหมด ประตูด้านในและระเบียงวัดได้ยาวห้าสิบศอกและกว้างยี่สิบห้าศอก
\v 30 และยังมีระเบียงโดยรอบผนังด้านใน ทั้งหมดนี้ยาวยี่สิบห้าศอก และกว้างห้าศอก
\v 31 ระเบียงนี้หันหน้าสู่ลานชั้นนอกมีบรรดาต้นปาล์มสลักอยู่ที่ผนังทั้งหลายและมีบันไดขึ้นไปแปดขั้น
\s5
\p
\v 32 แล้วชายคนนั้นได้พาข้าพเจ้ามาที่ลานชั้นในด้านทิศตะวันออก และวัดประตูได้ขนาดเท่ากับประตูอื่นๆ
\v 33 ห้องยาม ผนังต่างๆ และระเบียงของวัดได้ขนาดเท่ากับที่ประตูอื่นๆ มีหลายหน้าต่างโดยรอบทั้งหมด ประตูด้านในและระเบียงวัดได้ยาวห้าสิบศอกและกว้างยี่สิบห้าศอก
\v 34 ระเบียงของประตูนี้ก็หันหน้าสู่ลานชั้นนอก มีต้นปาล์มทั้งหลายอยู่ที่เสาด้านละต้นและมีบันไดขึ้นไปแปดขั้น
\s5
\p
\v 35 ต่อมาท่านก็นำข้าพเจ้ามายังประตูเหนือและท่านก็ได้วัดประตูได้ขนาดเท่ากับประตูอื่นๆ
\v 36 ห้องยาม พวกผนังต่างๆ และระเบียงของประตูวัดได้ขนาดเท่ากับบรรดาประตูอื่นๆ มีหลายหน้าต่างโดยรอบ ประตูยาวห้าสิบศอก และกว้างยี่สิบห้าศอก
\v 37 ระเบียงของประตูนี้ก็หันหน้าสู่ลานชั้นนอก และมีต้นปาล์มอยู่ที่เสาด้านละต้นและมีบันไดขึ้นไปแปดขั้น
\s5
\p
\v 38 มีห้องหนึ่งที่มีหนึ่งประตูสำหรับทางเดินด้านในแต่ละด้าน นี่เป็นสถานที่ที่พวกเขาทั้งหลายล้างเครื่องเผาบูชา
\v 39 มีโต๊ะด้านละสองตัวที่ระเบียงของประตู ซึ่งใช้วางเครื่องเผาบูชาทั้งตัว และยังใช้สำหรับเครื่องบูชาลบล้างบาปและเครื่องบูชาลบล้างความผิดด้วย
\s5
\p
\v 40 ทางด้านนอกของระเบียงตรงทางเข้าประตูด้านเหนือมีโต๊ะสองตัว อีกด้านหนึ่งของระเบียงประตูนั้นก็มีโต๊ะสองตัวที่ระเบียงของประตู
\v 41 มีโต๊ะสี่ตัวอยู่ข้างประตูแต่ละข้าง เขาได้ฆ่าสัตว์บนโต๊ะทั้งแปดตัวนี้
\s5
\p
\v 42 มีโต๊ะสี่ตัวทำด้วยหินสกัดสำหรับเครื่องเผาบูชา ยาวหนึ่งศอกครึ่ง หน้ากว้างหนึ่งศอกครึ่ง และสูงหนึ่งศอก พวกเขาใช้สำหรับวางเครื่องมือที่ใช้ฆ่าเครื่องเผาบูชาเพื่อพิธีสัตวบูชา
\v 43 มีตะขอสองง่ามยาวหนึ่งฝ่ามือติดแน่นตามระเบียงโดยรอบ และเนื้อของเครื่องบูชาก็จะวางบนโต๊ะนั้น
\s5
\p
\v 44 ด้านนอกของประตูชั้นใน ในลานชั้นในมีห้องสำหรับนักร้อง ห้องหนึ่งอยู่ข้างประตูด้านเหนือหันหน้าไปทิศใต้ อีกห้องหนึ่งอยู่ข้างประตูด้านใต้ หันหน้าไปทิศเหนือ
\v 45 แล้วชายคนนั้นได้บอกข้าพเจ้าว่า "ห้องนี้ซึ่งหันหน้าไปทางใต้คือห้องสำหรับบรรดาปุโรหิตผู้ดูแลพระวิหาร
\s5
\p
\v 46 ห้องซึ่งหันหน้าไปทางเหนือนั้นสำหรับบรรดาปุโรหิตผู้ดูแลแท่นบูชา คนเหล่านี้เป็นบรรดาบุตรชายของศาโดกที่เข้ามาใกล้พระยาห์เวห์เพื่อจะปรนนิบัติพระองค์ ในบรรดาวงศ์วานของเลวีก็มีพวกเขา"
\v 47 แล้วท่านก็ได้วัดลานได้ยาวหนึ่งร้อยศอกและกว้างหนึ่งร้อยศอกเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส พร้อมทั้งมีแท่นบูชาอยู่ข้างหน้าพระนิเวศ
\s5
\p
\v 48 แล้วท่านได้นำข้าพเจ้ามาที่ระเบียงของพระนิเวศและได้วัดบรรดาเสาของระเบียงได้หนาห้าศอกทั้งสองด้าน ประตูทางเข้ากว้างสิบสี่ศอก ส่วนบรรดาผนังแต่ละด้านของมันกว้างสามศอก
\v 49 ความยาวของระเบียงยี่สิบศอก และความลึกของมันสิบเอ็ดศอก มีบรรดาขั้นบันไดขึ้นสู่ระเบียงนี้และมีเสาต่างๆตั้งอยู่ที่ข้างประตูแต่ละด้าน
\s5
\c 41
\p
\v 1 แล้วชายคนนั้นได้นำข้าพเจ้ามาถึงพระวิหารอันบริสุทธิ์ และได้วัดเสาของประตู กว้างด้านละหกศอก
\v 2 ความกว้างของทางเข้าประตูนั้นเป็นสิบศอก และผนังข้างทางเข้าแต่ละด้านยาวห้าศอก แล้วชายคนนั้นได้วัดขนาดต่างๆ ของสถานบริสุทธิ์ได้ยาวสี่สิบศอกและกว้างยี่สิบศอก
\s5
\p
\v 3 แล้วชายคนนั้นก็ได้เข้าไปข้างในของสถานที่บริสุทธิ์ที่สุดและได้วัดเสาของทางเข้าได้สองศอก และความกว้างของทางเข้านั้นได้หกศอก ผนังทั้งสองข้างกว้างเจ็ดศอก
\v 4 แล้วท่านได้วัดความยาวของห้องได้ยี่สิบศอก กว้างยี่สิบศอกคือที่ถัดจากด้านหน้าของโถงของพระวิหารไป แล้วท่านได้บอกข้าพเจ้าว่า "นี่เป็นสถานที่ที่บริสุทธิ์ที่สุด"
\s5
\p
\v 5 แล้วชายคนนั้นได้วัดผนังพระนิเวศได้หนาหกศอก ความกว้างของแต่ละด้านของห้องซึ่งอยู่รอบพระนิเวศทุกด้านนั้นเป็นสี่ศอก
\v 6 มีห้องข้างระเบียงนั้นเป็นห้องสามชั้น ห้องหนึ่งอยู่ข้างบนอีกห้องหนึ่ง มีชั้นละสามสิบห้อง มีหยักบ่าอยู่รอบผนังพระนิเวศซึ่งใช้ค้ำยันห้องระเบียง เพื่อไม่มีสิ่งที่ค้ำยันผนังของพระนิเวศเลย
\v 7 ดังนั้นห้องข้างระเบียงนั้นยิ่งสูงขึ้นไปก็ยิ่งกว้างขึ้น ยิ่งสูงขึ้นไปอีกตามพระนิเวศทุกรอบ ห้องกว้างขึ้นเพื่อพระนิเวศนั้นยิ่งกว้างขึ้นก็จะยิ่งสูงขึ้นอีก และมีบันไดนำขึ้นไปยังชั้นสูงสุดโดยต้องลอดผ่านชั้นกลาง
\s5
\p
\v 8 แล้วข้าพเจ้ายังเห็นอีกว่า พระนิเวศนั้นมียกพื้นอยู่โดยรอบ ฐานที่ตั้งของห้องระเบียงวัดได้หนึ่งไม้วัดเต็ม ยาวหกศอก
\v 9 ความกว้างของผนังด้านนอกของแต่ะละด้านคือห้าศอก มีส่วนที่เปิดโล่งไปยังข้างนอกของห้องเหล่านี้เพื่อไปยังห้องต่างๆ ในสถานนมัสการ
\s5
\p
\v 10 อีกด้านหนึ่งของส่วนที่เปิดโล่งจะเป็นบรรดาห้องด้านนอกสำหรับบรรดาปุโรหิต พื้นที่ว่างนี้กว้างยี่สิบศอกโดยรอบสถานนมัสการ
\v 11 มีประตูเข้าไปยังห้องระเบียงจากที่เปิดโล่งอีกห้องหนึ่ง ทางเข้าประตูอยู่ทางด้านเหนือ และอีกด้านหนึ่งอยู่ทางใต้ ความกว้างของบริเวณที่เปิดโล่งนี้เป็นห้าศอกโดยรอบ
\s5
\p
\v 12 อาคารที่หันหน้ามายังลานของพระนิเวศทางด้านตะวันตกนั้นกว้างเจ็ดสิบศอก ผนังของอาคารวัดได้หนาห้าศอกโดยรอบและยาวเก้าสิบศอก
\v 13 แล้วชายคนนั้นได้วัดสถานนมัสการได้ยาวหนึ่งร้อยศอก ส่วนอาคารที่แยกออกไป กำแพง และลานวัดได้ยาวหนึ่งร้อยศอกด้วย
\v 14 ความกว้างของด้านหน้าลานและที่อยู่ด้านหน้าของสถานนมัสการเป็นร้อยศอกด้วย
\s5
\p
\v 15 แล้วชายคนนั้นได้วัดความยาวของอาคารด้านหลังของสถานนมัสการไปทางตะวันตก พร้อมทั้งห้องแสดงงานศิลปะต่างๆ อีกด้านหนึ่งยาวหนึ่งร้อยศอก สถานบริสุทธิ์และระเบียง
\v 16 ทั้งผนังด้านในและหน้าต่าง รวมทั้งประตูเล็ก และห้องแสดงงานศิลปะต่างๆ โดยรอบทั้งสามชั้นซึ่งอยู่ตรงข้ามที่ถูกกรุด้วยไม้โดยรอบ
\v 17 เหนือทางเข้าไปยังด้านในของห้องนมัสการและที่ว่างตามผนังต่างๆก็มีรูปแบบที่ได้วัดไว้แล้ว
\s5
\p
\v 18 มันถูกประดับเป็นพวกเครูบและพวกต้นปาล์ม โดยมีต้นปาล์มระหว่างเครูบ เครูบทุกตนมีสองหน้า
\v 19 หน้าของผู้ชายคนนั้นได้มองไปยังตรงต้นปาล์มที่อยู่ข้างหนึ่ง และหน้าของสิงโตหนุ่มก็มองไปยังต้นปาล์มที่อยู่อีกข้างหนึ่ง พวกมันถูกแกะสลักไว้ทั่วพระนิเวศโดยรอบ
\v 20 จากพื้นถึงที่เหนือประตู มีเครูบสองตนและต้นปาล์มแกะสลักอยู่ที่ผนังพระวิหารด้านนอก
\s5
\p
\v 21 เสาประตูของสถานบริสุทธิ์นั้นเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส รูปร่างของเสานั้นก็เหมือนรูปร่างเสาอีกต้นหนึ่ง
\v 22 ด้านหน้าของสถานบริสุทธิ์ของแท่นบูชานั้นแต่ละด้านทำด้วยไม้สูงสามศอกยาวสองศอก ทั้งมุมเสา ฐาน และโครงถูกทำด้วยไม้ แล้วชายคนนั้นได้บอกข้าพเจ้าว่า "นี่เป็นโต๊ะซึ่งอยู่ต่อพระพักตร์ของพระยาห์เวห์"
\v 23 มีประตูสองชั้นสำหรับสถานบริสุทธิ์และสถานบริสุทธิ์ที่สุด
\v 24 ประตูเหล่านั้นมีประตูบานพับสองบานแต่ละประตู สองบานสำหรับหนึ่งประตูและสองบานสำหรับประตูอื่นๆ
\s5
\p
\v 25 มีการแกะสลักบนประตูนั้น บนประตูต่างๆ ของสถานที่บริสุทธิ์เป็นรูปเครูบและบรรดาต้นปาล์ม เพื่อเป็นการประดับบนผนัง มีปะรำไม้อยู่ที่หน้าระเบียงข้างนอก
\v 26 มีหน้าต่างแคบและมีต้นปาล์มอยู่แต่ละด้านของระเบียง สิ่งเหล่านี้เป็นห้องข้างของพระวิหาร และก็มีบรรดาหลังคากันสาดด้วย
\s5
\c 42
\p
\v 1 ต่อมาชายคนนั้นได้พาข้าพเจ้ามาถึงลานชั้นนอกตรงทิศเหนือ และท่านได้นำข้าพเจ้ามาถึงห้องทั้งหลายซึ่งอยู่ตรงหน้าลานด้านนอก และทางด้านทิศเหนือนอกกำแพง
\v 2 ห้องเหล่านี้เป็นหนึ่งร้อยศอกที่อยู่หน้าและกว้างห้าสิบศอก
\v 3 ห้องเหล่านี้บางห้องจรดลานชั้นในซึ่งอยู่ห่างจากสถานนมัสการยี่สิบศอก มีห้องต่างๆ อยู่สามชั้น และห้องชั้นบนก็จะมองลงมายังชั้นล่าง และเปิดให้พวกเขามีทางเดิน บางห้องหันไปทางลานข้างนอก
\s5
\p
\v 4 ที่ข้างหน้าห้องต่างๆ นั้นกว้างสิบศอกและยาวหนึ่งร้อยศอก บรรดาประตูห้องเหล่านี้อยู่ทางด้านเหนือ
\v 5 แต่ห้องข้างบนเล็กกว่า เพราะทางเดินเหล่านี้ได้ใช้พื้นที่ไปมากกว่าที่เขาทั้งหลายได้ทำเป็นห้องระดับต่ำสุดและระดับกลางของอาคารนั้น
\v 6 เพราะว่าเป็นห้องสามชั้นและไม่มีเสารองรับ ไม่เหมือนเสาที่ลานข้างนอกซึ่งมีเสารองรับ ดังนั้นห้องชั้นบนสุดจึงร่นเข้าไปมากกว่าขนาดเมื่อได้เปรียบเทียบกับห้องต่างๆ ของชั้นล่างสุดและชั้นกลาง
\s5
\p
\v 7 มีผนังข้างนอกขนานกับห้องที่ตรงไปยังลานข้างนอก ตรงด้านหน้าของห้องยาวห้าสิบศอก
\v 8 ความยาวของห้องที่ลานข้างนอกยาวห้าสิบศอกซึ่งหันหน้าไปทางสถานนมัสการยาวหนึ่งร้อยศอก
\v 9 มีทางเข้าที่ห้องเหล่านั้นที่อยู่ต่ำสุดอยู่ทางด้านตะวันออก ถัดเข้าไปจากลานข้างนอก
\s5
\p
\v 10 ตรงที่ผนังด้านนอกทางด้านตะวันออกก็เช่นเดียวกับ ลานด้านในของด้านหน้าสถานนมัสการซึ่งมีห้องหลายห้องด้วย
\v 11 ทางเดินอยู่หน้าห้องเหล่านั้นมันมีลักษณะเหมือนกับห้องทางทิศเหนือ ยาวและกว้างขนาดเดียวกัน ทั้งทางออกตลอดจนการจัดวางและประตูเหมือนกัน
\v 12 ประตูที่เข้ามายังห้องทั้งหลายด้านทิศใต้นั้นก็เหมือนกับทางด้านเหนือ ทางเดินเข้าไปในห้องต่างๆทางด้านในมีประตูที่ส่วนด้านหน้า และทางเดินก็เปิดเข้าไปในห้องต่างๆ ด้านตะวันออกนั้นก็มีทางเข้าออกทางหนึ่งไปจนสุด
\s5
\p
\v 13 แล้วชายคนนั้นได้กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า "ห้องด้านเหนือและห้องด้านใต้ตรงข้ามลานเป็นห้องบริสุทธิ์ ที่ปุโรหิตทั้งหลายผู้เข้าใกล้พระเยโฮวาห์จะรับประทานของถวายอันบริสุทธิ์ที่สุด เขาจะวางของถวายอันบริสุทธิ์ที่สุดนั้นไว้ที่นั่น และธัญญบูชา เครื่องบูชาลบล้างความบาป เครื่องบูชาลบล้างความผิด เพราะว่านี่เป็นสถานที่ที่บริสุทธิ์
\v 14 เมื่อปุโรหิตทั้งหลายเข้าไปในที่บริสุทธิ์ พวกเขาจะต้องไม่ออกไปจากที่บริสุทธิ์เข้าสู่ลานข้างนอก โดยไม่ได้ถอดเครื่องแต่งกายที่พวกเขาสวมปฏิบัติหน้าที่ออก เพราะสิ่งเหล่านี้บริสุทธิ์ ดังนั้นพวกเขาจะต้องสวมเครื่องแต่งกายอื่นก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปใกล้ประชาชน"
\s5
\p
\v 15 เมื่อชายคนนั้นได้วัดข้างในบริเวณพระนิเวศเสร็จแล้ว ท่านก็ได้นำข้าพเจ้าออกมาทางประตูซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและได้วัดบริเวณที่นั่นโดยรอบ
\s5
\p
\v 16 ท่านได้วัดด้านตะวันออกด้วยไม้วัด ได้ห้าร้อยศอกตามไม้วัดโดยรอบ
\v 17 ท่านได้วัดทางด้านเหนือ ได้ห้าร้อยศอกตามไม้วัด
\v 18 ท่านก็ยังวัดด้านใต้ ได้ห้าร้อยศอกตามไม้วัดอีกด้วย
\v 19 ท่านยังได้หันมาด้านตะวันตกแล้ววัด ได้ห้าร้อยศอกตามไม้วัดด้วย
\s5
\p
\v 20 ท่านได้วัดทั้งสี่ด้าน มีผนังล้อมรอบซึ่งยาวห้าร้อยศอกและกว้างห้าร้อยศอก เป็นที่แบ่งระหว่างสถานบริสุทธิ์กับสถานที่ทั่วไป
\s5
\c 43
\p
\v 1 ชายผู้นั้นได้นำข้าพเจ้ามายังประตูซึ่งเปิดสู่ทางตะวันออก
\v 2 ดูเถิด พระสิริของพระเจ้าแห่งอิสราเอลมาจากทางตะวันออก พระสุรเสียงของพระองค์เหมือนเสียงกระแสน้ำที่มากมาย และแผ่นดินก็ฉายแสงด้วยพระสิริของพระองค์
\s5
\p
\v 3 นิมิตที่ข้าพเจ้าเห็นนี้เหมือนกับนิมิตที่ข้าพเจ้าได้เห็นในคราวที่พระองค์เสด็จมาทำลายกรุงนั้น และเหมือนบรรดานิมิตที่ข้าพเจ้าได้เห็นริมคลองเคบาร์ และข้าพเจ้าจึงก้มหน้าลงที่พื้น
\v 4 ดังนั้นพระสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เข้าสู่พระวิหารทางประตูที่เปิดออกไปด้านตะวันออก
\v 5 แล้วพระวิญญาณได้ยกชูข้าพเจ้าขึ้น และนำข้าพเจ้ามาถึงลานชั้นใน ดูเถิด พระสิริของพระยาห์เวห์ปกคลุมทั่วพระนิเวศ
\s5
\p
\v 6 ชายคนนั้นกำลังยืนอยู่ข้างข้าพเจ้า และข้าพเจ้าได้ยินผู้หนึ่งพูดกับข้าพเจ้าดังมาจากพระนิเวศ
\v 7 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าบุตรมนุษย์ บัลลังก์และแท่นวางเท้าของเราอยู่ที่นี่ นี่คือที่ซึ่งเราจะสถิตอยู่ท่ามกลางชนชาติอิสราเอลตลอดไป พงศ์พันธุ์อิสราเอลไม่ว่าประชาชนหรือกษัตริย์จะไม่ทำให้นามอันบริสุทธิ์ของเราแปดเปื้อนมลทินอีก โดยการนอกใจและกราบไหว้ร่างอันไร้ชีวิตของกษัตริย์ของพวกเขาที่สถานบูชาบนที่สูงทั้งหลาย
\v 8 พวกเขาจะไม่ทำให้นามอันบริสุทธิ์ของเราเป็นมลทินโดยวางธรณีประตูของพวกเขาถัดจากธรณีประตูของเรา เสาประตูก็จะไม่ถัดจากเสาประตูของเรา แต่จะมีผนังซึ่งกั้นระหว่างเรากับพวกเขา ถ้าพวกเขาได้ทำให้นามอันบริสุทธิ์ของเราเป็นมลทินโดยการกระทำอันน่าชิงชัง ฉะนั้นเราจะทำลายเขาด้วยความโกรธของเรา
\s5
\p
\v 9 บัดนี้ให้พวกเขากำจัดการนอกใจและร่างอันไร้ชีวิตของเหล่ากษัตริย์ของพวกเขาไปจากเรา และเราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขาตลอดไป
\s5
\p
\v 10 เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าเองต้องบอกถึงพระนิเวศให้ประชาชนอิสราเอลฟัง เพื่อพวกเขาจะละอายใจในบาปของพวกเขา พวกเขาควรพิจารณาเกี่ยวกับคำอธิบายนี้
\v 11 เพราะหากพวกเขาละอายใจในสิ่งทั้งปวงที่ทำไปแล้ว ก็จงแจ้งการออกแบบพระวิหาร การจัดเตรียมทางเข้าออก รูปแบบทั้งหมด ตลอดจนกฎเกณฑ์ และบทบัญญัติต่างๆ แล้วจงบันทึกสิ่งเหล่านี้ไว้ต่อหน้าพวกเขาเพื่อว่าพวกเขาจะทำตามรูปแบบและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทั้งปวง เพื่อให้พวกเขาเชื่อฟังกฎเกณฑ์ทั้งปวง
\s5
\p
\v 12 นี่เป็นกฎเรื่องพระนิเวศ จากอาณาบริเวณโดยรอบบนยอดเขาจะเป็นที่บริสุทธิ์ที่สุด ดูเถิด นี่เป็นกฎของพระนิเวศ
\s5
\p
\v 13 นี่เป็นขนาดของแท่นบูชาวัดเป็นหน่วยศอก ปกติศอกหนึ่งเท่ากับความยาวหนึ่งศอกกับหนึ่งฝ่ามือ ดังนั้นร่องของรอบแท่นบูชานั้นลึกหนึ่งศอก และกว้างหนึ่งศอก ที่ขอบรอบๆมีริมหนาหนึ่งคืบ นี่จะเป็นฐานของแท่นบูชานี้
\v 14 จากร่องที่พื้นมาถึงขอบล่างของแท่นบูชานั้นสูงสองศอก และขอบของมันนั้นกว้างหนึ่งศอก และจากขอบที่เล็กกว่าถึงขอบที่ใหญ่กว่าสูงสี่ศอกและกว้างหนึ่งศอก
\s5
\p
\v 15 เตาบนแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชาสูงสี่ศอก และเชิงงอนทั้งสี่ยื่นขึ้นมาจากเตา
\v 16 เตานั้นเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละสิบสองศอก
\v 17 ขอบบนก็เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละสิบสี่ศอก ยกริมรอบหนาครึ่งศอก และมีร่องขนาดหนึ่งศอกโดยรอบ บันไดแท่นบูชาหันไปทางตะวันออก"
\s5
\p
\v 18 ต่อมาเขากล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ต่อไปนี้คือกฎเกณฑ์เรื่องการถวายเครื่องเผาบูชาและการประพรมเลือดเหนือแท่นในวันที่สร้างเสร็จ
\v 19 เจ้าจะมอบโคหนุ่มเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปแก่บรรดาปุโรหิตชาวเลวีผู้ซึ่งเป็นพงศ์พันธ์ุของศาโดกผู้เข้ามาปฏิบัติงานใกล้ชิดต่อหน้าเรา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เจ้า
\s5
\p
\v 20 แล้วเจ้าจะเอาเลือดบางส่วนทาที่เชิงงอนทั้งสี่ของแท่นบูชาและที่มุมทั้งสี่ของขอบบนและริมโดยรอบ เจ้าจะชำระแท่นบูชาและลบบาปที่นั่น
\v 21 แล้วจงใช้โคหนุ่มเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปและเผาในที่ซึ่งกำหนดไว้ในบริเวณพระวิหารนอกสถานนมัสการ
\s5
\p
\v 22 แล้วในวันที่สอง เจ้าจะถวายแพะตัวผู้ที่ไม่มีตำหนิเพื่อเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป และจงชำระแท่นเหมือนเมื่อชำระโดยใช้โคตัวผู้
\v 23 เมื่อเจ้าได้ชำระแท่นนั้นเสร็จแล้ว จงถวายโคหนุ่มหนึ่งตัวและแกะตัวผู้คัดจากฝูงหนึ่งตัว ทั้งโคและแกะตัวผู้ต้องไม่มีตำหนิ
\v 24 เจ้าจงถวายสัตว์ทั้งสองต่อหน้าพระยาห์เวห์ ปุโรหิตทั้งหลายจะเหยาะเกลือบนโคและแกะตัวผู้ถวายเป็นเครื่องเผาบูชาแด่พระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 25 เจ้าต้องถวายแพะตัวผู้วันละตัวเพื่อเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปตลอดเจ็ดวัน และพวกปุโรหิตต้องเตรียมโคหนุ่มหนึ่งตัวที่ไม่มีตำหนิอีกทั้งแกะตัวผู้คัดจากฝูงหนึ่งตัวที่ไม่มีตำหนิด้ว
\v 26 พวกเขาต้องลบมลทินตลอดเจ็ดวันและโดยวิธีนี้แหละ พวกเขาต้องชำระให้สะอาดเพื่อเป็นการถวายแท่นนั้น
\v 27 พวกเขาต้องทำให้ครบเจ็ดวันและตั้งแต่วันที่แปดเป็นต้นไป บรรดาปุโรหิตต้องนำเครื่องเผาบูชาและเครื่องสันติบูชาของพวกเจ้ามาถวายบนแท่นบูชา และเราจะยอมรับพวกเจ้า นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เจ้า"
\s5
\c 44
\p
\v 1 แล้วชายผู้นั้นได้นำข้าพเจ้ามายังประตูสถานนมัสการชั้นนอก ทางด้านตะวันออก ประตูนั้นปิดแน่นอยู่
\v 2 พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "ให้ประตูนี้ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา มันจะไม่ถูกเปิดออก อย่าให้ใครเข้าไปทางนี้ เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลได้เสด็จผ่านเข้าไปทางนี้ ดังนั้นให้ประตูถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา
\v 3 ผู้ปกครองของอิสราเอลจะนั่ง เพื่อรับประทานอาหารต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ เขาจะเข้าไปทางเฉลียงของประตูและออกไปทางเดียวกัน"
\s5
\p
\v 4 ต่อมาท่านได้นำข้าพเจ้าผ่านทางประตูด้านเหนือมายังด้านหน้าของพระวิหาร และดูเถิด ข้าพเจ้าได้มองเห็นพระสิริของพระยาห์เวห์ปกคลุมทั่วพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าก็ได้ก้มหน้าลงที่พื้น
\v 5 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "บุตรมนุษย์เอ๋ย จงมองให้เต็มตาและจงฟังให้เต็มหูรวมทั้งจงเอาใจใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากำลังบอกเจ้า เรื่องกฎเกณฑ์เกี่ยวกับพระวิหารของพระยาห์เวห์ และกฎหมายทั้งสิ้น จงใส่ใจเรื่องทางเข้าและทางเข้าออกพระนิเวศ
\s5
\p
\v 6 แล้วจงกล่าวกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลซึ่งชอบกบฏว่า 'พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย พอเสียทีกับการกระทำอันน่าชิงชังทั้งหลายของพวกเจ้า
\v 7 ที่เจ้าได้พาชาวต่างชาติผู้ไม่ได้เข้าสุหนัตทั้งกายและใจเข้ามายังสถานนมัสการของเรา เป็นการทำให้วิหารของเรามัวหมอง ในขณะที่เจ้าถวายอาหาร ไขมัน และเลือดแก่เรา เจ้าก็ละเมิดพันธสัญญาของเราโดยการกระทำอันน่าชิงชังทั้งสิ้นของพวกเจ้า
\s5
\p
\v 8 เจ้าไม่ได้ทำหน้าที่ของเจ้าในการดูแลสิ่งบริสุทธิ์ของเรา แต่พวกเจ้าได้แต่งตั้งให้คนอื่นมารับผิดชอบดูแลสถานบริสุทธิ์ของเรา
\v 9 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า อย่าให้ชาวต่างชาติคนใดที่ไม่ได้เข้าสุหนัตทั้งกายและใจเข้ามาในสถานบริสุทธิ์ของเราจากคนเหล่านั้นที่อยู่ท่ามกลางประชาชนชาวอิสราเอล
\s5
\p
\v 10 แต่คนเลวีก็ยังห่างไกลจากเราเมื่อครั้งอิสราเอลหลงผิดไป และที่เตลิดจากเราไปติดตามรูปเคารพต่างๆ ของพวกเขาจะต้องรับผลที่เกิดจากบาปของพวกเขา
\v 11 พวกเขาเป็นผู้รับใช้ในสถานนมัสการของเรา ดูแลประตูพระนิเวศและรับใช้ในพระนิเวศ และพวกเขาได้ฆ่าสัตว์เพื่อเป็นเครื่องเผาบูชา และเครื่องบูชาต่างๆ ให้ประชาชน และพวกเขายืนอยู่ต่อหน้าประชาชนและรับใช้พวกเขา
\v 12 แต่เนื่องจากพวกเขาเคยรับใช้ประชาชนต่อหน้ารูปเคารพต่างๆ ของพวกเขา และได้ทำให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลเป็นหินสะดุดในการทำบาป ฉะนั้นเราจะชูมือปฏิญาณว่าพวกเขาต้องรับโทษของพวกเขา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 13 พวกเขาจะไม่ได้เข้ามาใกล้เราเพื่อเป็นปุโรหิตทั้งหลายของเรา หรือเข้าใกล้สิ่งใดๆ ที่บริสุทธิ์ของเรา และสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุด แต่ว่าพวกเขาจะแบกความอัปยศอดสูและความผิดที่พวกเขาได้กระทำ
\v 14 แต่เราจะตั้งให้พวกเขาเป็นผู้ดูแลในพระนิเวศในหน้าที่ทุกอย่างและงานทั้งปวงในพระวิหาร
\s5
\p
\v 15 แล้วบรรดาปุโรหิตชาวเลวีวงศ์วานของศาโดกผู้ซึ่งยังทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในสถานนมัสการของเรา เมื่อชาวอิสราเอลหลงเตลิดไปจากเรานั้น ให้พวกเขามารับใช้ใกล้เราเพื่อนมัสการเรา พวกเขาจะยืนอยู่ตรงหน้าเราเพื่อถวายเครื่องบูชาให้แก่เราคือไขมันและเลือด นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 16 พวกเขาจะเข้ามายังสถานนมัสการของเรา พวกเขาจะเข้ามาใกล้โต๊ะของเรา เพื่อนมัสการเราและปฏิบัติหน้าที่เพื่อเราให้สำเร็จ
\s5
\p
\v 17 ดังนั้นพวกเขาจะเข้าประตูลานชั้นใน ต้องสวมเครื่องแต่งกายด้วยผ้าลินิน เพราะพวกเขาจะไม่สวมเครื่องแต่งกายขนสัตว์ใดๆ ที่ภายในประตูต่างๆ ของลานชั้นในหรือภายในพระนิเวศ
\v 18 ควรโพกผ้าลินินไว้ที่ศีรษะของพวกเขาและสวมเครื่องแต่งกายชั้นในที่ทำจากผ้าลินินรอบเอว พวกเขาต้องไม่สวมสิ่งใดที่จะทำให้เหงื่อออก
\s5
\p
\v 19 เมื่อพวกเขาออกมาสู่ลานชั้นนอกที่ประชาชนอยู่ พวกเขาต้องถอดเครื่องแต่งกายที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ออก พวกเขาต้องถอดมันออกและวางไว้ในห้องบริสุทธิ์ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ได้ทำให้คนอื่นๆ บริสุทธิ์โดยแตะต้องเครื่องแต่งกายพิเศษของพวกเขา
\s5
\p
\v 20 พวกเขาจะต้องไม่โกนศีรษะหรือปล่อยผมยาวรุงรัง แต่พวกเขาจะต้องเล็มผมบนศีรษะของพวกเขาอีกด้วย
\v 21 บรรดาปุโรหิตต้องไม่ดื่มเหล้าองุ่นเมื่อเข้าไปยังลานชั้นใน
\v 22 หรือแต่งงานกับแม่ม่ายหรือหญิงที่หย่าร้าง แต่ให้แต่งงานได้เฉพาะกับหญิงพรหมจารีเชื้อสายอิสราเอลหรือภรรยาม่ายผู้ซึ่งได้แต่งงานกับปุโรหิตมาก่อน
\s5
\p
\v 23 เพราะพวกเขาจะต้องสั่งสอนประชาชนของเราถึงข้อแตกต่างระหว่างสิ่งที่บริสุทธิ์และสิ่งที่เป็นมลทิน และสอนให้ประชาชนรู้จักแยกแยะระหว่างสิ่งที่สะอาดและสิ่งที่ไม่สะอาด
\v 24 เมื่อมีคดีความพวกเขาทำหน้าที่พิพากษาตัดสินความตามกฎหมายของเราด้วย พวกเขาต้องทำหน้าที่อย่างยุติธรรม ให้เขารักษาบทบัญญัติและกฎหมายของเราเรื่องเทศกาลต่างๆ ตามกำหนด เขาจะต้องฉลองวันสะบาโตของเราให้บริสุทธิ์
\s5
\p
\v 25 พวกเขาจะไม่ไปยังคนตายเพื่อทำตัวให้เป็นมลทิน เว้นแต่เป็นบิดามารดา บุตรชายบุตรสาว พี่ชายน้องชาย หรือพี่สาวน้องสาวที่ยังไม่มีสามี มิฉะนั้นแล้วเขาจะสามารถเป็นมลทินได้
\v 26 หลังจากปุโรหิตได้กลายเป็นมลทิน ก็ให้พวกเขาคอยไปอีกเจ็ดวัน
\v 27 ในวันที่จะเข้าไปสู่ลานชั้นในของสถานบริสุทธิ์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในสถานบริสุทธิ์ เขาจะต้องถวายเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อตัวเอง นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 28 นี่จะเป็นมรดกของพวกเขา คือเราจะเป็นมรดกของปุโรหิต และเจ้าจะต้องไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์ใดๆ ในอิสราเอล เพราะเราจะเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขา
\v 29 พวกเขาจะรับประทานธัญบูชา เครื่องบูชาลบล้างบาป เครื่องบูชาลบล้างความผิด และทุกสิ่งทุกอย่างในอิสราเอลที่มอบถวายแด่พระยาห์เวห์จะเป็นของพวกเขา
\s5
\p
\v 30 ส่วนที่ดีที่สุดของผลแรกและส่วนแบ่งพิเศษทั้งปวง ส่วนใดๆ จากส่วนแบ่งของเจ้าที่เจ้าได้รับจะเป็นของบรรดาปุโรหิต เจ้าจงมอบธัญญาหารที่ดีที่สุดแก่บรรดาปุโรหิต เพื่อพระพรจะอยู่เหนือพงศ์พันธุ์ของเจ้า
\v 31 บรรดาปุโรหิตจะไม่รับประทานสัตว์ที่ตายเองหรือถูกสัตว์ร้ายฉีกกัด ไม่ว่าจะเป็นนกหรือสัตว์
\s5
\c 45
\p
\v 1 เมื่อเจ้าได้จับฉลากเพื่อแบ่งดินแดนให้เป็นมรดก เจ้าต้องถวายที่ดินส่วนหนึ่งแด่พระยาห์เวห์ ของถวายนี้จะเป็นส่วนบริสุทธิ์ของที่ดิน ยาวสองหมื่นห้าพันศอก และกว้างหนึ่งหมื่นศอก มันจะเป็นที่บริสุทธิ์ในที่รอบๆ บริเวณนั้นทั้งหมด
\v 2 จากบริเวณนี้ให้มีพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละห้าร้อยศอกรอบๆ สถานที่บริสุทธิ์โดยให้พื้นที่กั้น โดยรอบกว้างออกมาห้าสิบศอก
\s5
\p
\v 3 จากเขตบริสุทธิ์นี้ เจ้าจะต้องวัดส่วนหนึ่งจากบริเวณนี้ขนาดยาวสองหมื่นห้าพันศอก และกว้างหนึ่งหมื่นศอก ซึ่งจะเป็นสถานนมัสการคือสถานที่บริสุทธิ์ที่สุด
\v 4 พื้นที่นี้จะเป็นสถานที่บริสุทธิ์ในที่ดินนั้นสำหรับบรรดาปุโรหิต ผู้ปรนนิบัติพระยาห์เวห์ ผู้ที่เข้าใกล้พระยาห์เวห์เพื่อปรนนิบัติพระองค์ จะใช้เป็นที่สำหรับบ้านเรือนของบรรดาปุโรหิตและของสถานบริสุทธิ์
\v 5 ดังนั้นในส่วนที่ยาวสองหมื่นห้าพันศอก และกว้างหนึ่งหมื่นศอก และใช้เป็นที่ตั้งเมืองของคนเลวีซึ่งปรนนิบัติในพระนิเวศ
\s5
\p
\v 6 เจ้าจะต้องมอบพื้นที่สำหรับเมืองนั้นกว้างห้าพันศอก ยาวสองหมื่นห้าพันศอก ซึ่งต่อจากเขตบริสุทธิ์ที่ได้สงวนไว้แล้ว สำหรับเป็นสถานที่บริสุทธิ์เมืองส่วนนี้จะเป็นของพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมด
\v 7 ที่ดินของบรรดาเจ้าเมืองที่อยู่ทั้งสองข้างของบริเวณที่สงวนไว้สำหรับสถานที่บริสุทธิ์และเมือง ที่ตรงนั้นจะทอดออกไปทางตะวันตกและตะวันออก ความยาวเทียบเท่ากับความยาวของหนึ่งส่วนในส่วนแบ่งเหล่านั้นจากตะวันตกจรดตะวันออก
\s5
\p
\v 8 ที่ดินนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าเมืองในอิสราเอล และเจ้าเมืองเหล่านั้นจะได้ไม่กดขี่ข่มเหงประชาชนของเราอีกต่อไป พวกเขาจะมอบแผ่นดินให้ตระกูลต่างๆของพงศ์พันธุ์อิสราเอล
\s5
\p
\v 9 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่าบรรดาเจ้าเมืองของอิสราเอลเอ๋ย เจ้าทำเกินเลยมามากพอแล้ว เลิกกดขี่ข่มเหงและทารุณเถิด จงทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้อง และเลิกเสือกไสไล่ส่งประชาชนของเรา นี่คือคำประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\v 10 เจ้าต้องใช้เครื่องชั่งที่เที่ยงตรง เอฟาห์และบัทที่เที่ยงตรง เอฟาห์จะเท่ากับบัท
\v 11 เอฟาห์และบัทล้วนเป็นหน่วยเดียวกัน ดังนั้นหนึ่งบัทเท่ากับหนึ่งในสิบ เอฟาห์ก็จะเท่ากับหนึ่งในสิบโฮเมอร์ โฮเมอร์เป็นหน่วยมาตรฐานของการตวง
\v 12 หนึ่งเชเขลเท่ากับยี่สิบเกราห์และหกสิบเชเขลจะเท่ากับหนึ่งมินาสำหรับเจ้า
\s5
\p
\v 13 นี่เป็นของถวายที่เจ้าจะต้องนำมามอบให้คือ ข้าวสาลีหนึ่งในหกเอฟาห์จากทุกๆ หนึ่งโฮเมอร์ และเจ้าจะมอบข้าวบาร์เลย์หนึ่งในหกเอฟาห์จากทุกๆ หนึ่งโฮเมอร์
\v 14 วิธีการถวายน้ำมันจะตวงด้วยหน่วยบัทคือหนึ่งในสิบบัทจากทุกหนึ่งโคระ (คือสิบบัท) หรือทุกโฮเมอร์ เพราะหนึ่งโฮเมอร์ก็คือสิบบัทด้วย
\v 15 แกะหรือแพะหนึ่งตัวจากฝูงในทุกสองร้อยตัวจากแหล่งน้ำของอิสราเอลจะใช้เป็นเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องสันติบูชาเพื่อลบล้างบาปของประชาชน นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 16 ประชาชนทั้งหมดของแผ่นดินจะมอบของถวายพิเศษให้แก่เจ้านายของอิสราเอล
\v 17 มันเป็นหน้าที่ของเจ้านายที่จะจัดเตรียมสัตว์สำหรับเครื่องเผาบูชา และเครื่องธัญบูชา และเครื่องดื่มบูชาซึ่งใช้ในเทศกาลต่างๆ วันขึ้นหนึ่งค่ำและวันสะบาโตทั้งหลาย ทั้งหมดนี้คือเทศกาลที่กำหนดไว้สำหรับพงศ์พันธุ์ของอิสราเอล เขาจะจัดเตรียมเครื่องบูชาไถ่บาป ธัญบูชา เครื่องเผาบูชา และเครื่องสันติบูชาเพื่อลบบาปแทนพงศ์พันธุ์อิสราเอล
\s5
\p
\v 18 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ในวันที่หนึ่งเดือนที่หนึ่ง เจ้าจงเอาโคตัวผู้จากฝูงเพื่อมาทำพิธีถวายบูชาล้างบาป สำหรับสถานนมัสการ
\v 19 ให้บรรดาปุโรหิตเอาเลือดของเครื่องบูชาไถ่บาปทาไว้ที่เสาประตูพระวิหาร ที่มุมทั้งสี่ของคิ้วบนของแท่นบูชา และที่เสาประตูของลานชั้นใน
\v 20 เจ้าจะทำอย่างนี้อีกในวันที่เจ็ดของเดือนนั้น เป็นการลบมลทินเพื่อผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งทำบาปโดยไม่เจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยวิธีนี้เจ้าจะชำระพระวิหาร
\s5
\p
\v 21 ในวันที่สิบสี่เดือนที่หนึ่ง จะมีการถือเทศกาล ตลอดเจ็ดวันของเทศกาลนั้น เจ้าจะกินขนมปังไม่ใส่เชื้อ
\v 22 ในวันนั้นให้เจ้าเมืองจะจัดหาโคตัวผู้ตัวหนึ่งสำหรับตนเองและประชาชนของแผ่นดินทั้งหมดเพื่อเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป
\s5
\p
\v 23 สำหรับตลอดเจ็ดวันที่มีเทศกาลงานเลี้ยงนั้น เจ้าเมืองจะจัดหาโคตัวผู้เจ็ดตัวกับแกะตัวผู้เจ็ดตัวที่ปราศจากตำหนิให้เป็นเครื่องเผาบูชาสำหรับพระยาห์เวห์ คือทุกๆ วันตลอดเจ็ดวันนั้นและจัดหาแพะผู้ตัวหนึ่งทุกวันให้เป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป
\v 24 แล้วเจ้าเมืองจะจัดธัญบูชาควบคู่โดยใช้แป้งหนึ่งเอฟาห์ต่อโคตัวผู้หนึ่งตัว และหนึ่งเอฟาห์ต่อแกะตัวผู้หนึ่งตัว พร้อมทั้งน้ำมันหนึ่งฮินต่อแป้งหนึ่งเอฟาห์
\s5
\p
\v 25 ในวันที่สิบห้าของเดือนที่เจ็ด และในเทศกาลงานเลี้ยงนั้นเจ้านายจะทำถวายบูชาตลอดเจ็ดวัน คือเครื่องบูชาลบล้างบาป เครื่องเผาบูชา ธัญบูชา และน้ำมัน
\s5
\c 46
\p
\v 1 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ประตูลานชั้นในที่หันหน้าไปทางตะวันออกนั้นจะถูกปิดไว้ระหว่างวันทำงานทั้งหกวัน แต่ในวันสะบาโตนั้นจะถูกเปิด และในวันขึ้นหนึ่งค่ำก็จะถูกเปิด
\v 2 เจ้านายจะเข้ามาจากข้างนอกลานโดยทางประตูและเฉลียงจากด้านนอก แล้วเขาจะยืนอยู่หน้าเสาประตูจากด้านในประตู ขณะที่ปุโรหิตถวายเครื่องเผาบูชาและเครื่องสันติบูชาของเขา และเขาจะนมัสการอยู่ที่ธรณีประตูด้านในประตูและออกไป แต่ประตูนั้นจะยังไม่ปิดจนกว่าจะถึงตอนเย็น
\s5
\p
\v 3 ประชาชนในดินแดนจะนมัสการเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ตรงทางเข้าประตูนั้นทั้งในวันสะบาโตและในวันขึ้นหนึ่งค่ำ
\v 4 เครื่องเผาบูชาที่เจ้าเมืองจะต้องถวายแด่พระยาห์เวห์ในวันสะบาโตนั้น จะเป็นลูกแกะที่ปราศจากตำหนิหกตัว และแกะตัวผู้ที่ปราศจากตำหนิหนึ่งตัว
\v 5 ธัญบูชาคู่กับแกะผู้ตัวนั้นจะเป็นหนึ่งเอฟาห์ และธัญบูชาพร้อมกับลูกแกะนั้นจะถวายตามความประสงค์ของเขา และน้ำมันหนึ่งฮินต่อธัญบูชาแต่ละเอฟาห์
\s5
\p
\v 6 ในวันขึ้นหนึ่งค่ำเขาจะต้องถวายโคผู้ที่ปราศจากตำหนิหนึ่งตัวจากฝูง พร้อมกับลูกแกะหกตัว และแกะผู้หนึ่งตัวซึ่งล้วนต้องปราศจากตำหนิ
\v 7 เขาต้องจัดธัญบูชาเป็น หนึ่งเอฟาห์คู่กับโคผู้นั้น และอีกหนึ่งเอฟาห์คู่กับแกะผู้ตัวนั้น แต่ส่วนที่คู่กับลูกแกะนั้น ให้เขาจัดถวายตามความประสงค์ของเขา ทั้งให้ถวายน้ำมันหนึ่งฮินต่อธัญบูชาทุกๆ เอฟาห์
\v 8 เมื่อเจ้านายเข้ามาโดยทางเฉลียงของหอประตูนั้น เขาต้องกลับออกไปตามทางเดียวกันนั้น
\s5
\p
\v 9 แต่เมื่อประชาชนของแผ่นดินจะเข้ามาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ที่เทศกาลเลี้ยงตามกำหนด ผู้ใดก็ตามที่เข้ามาทางประตูเหนือเพื่อนมัสการจะต้องกลับออกไปทางประตูใต้ ส่วนผู้ที่เข้ามาทางประตูใต้จะต้องกลับออกไปทางประตูเหนือ อย่าให้ใครกลับออกไปตามประตูที่เขาเข้ามาเพราะเขาต้องกลับด้านตรงออกไป
\v 10 เจ้าเมืองจะอยู่ท่ามกลางประชาชน เมื่อเขาทั้งหลายเข้าไปนั้น เขาต้องเข้าไป และเมื่อประชาชนออกไปนั้นเขาต้องออกไปด้วย
\s5
\p
\v 11 ในเทศกาลเลี้ยงธัญบูชาต้องเป็นธัญบูชาหนึ่งเอฟาห์คู่กับโคผู้หนึ่งตัว และหนึ่งเอฟาห์คู่กับแกะผู้หนึ่งตัว ส่วนที่คู่กับลูกแกะก็ให้ถวายตามความต้องการของเขา และถวายน้ำมันหนึ่งฮินสำหรับทุกๆ เอฟาห์
\v 12 เมื่อเจ้านายถวายเครื่องบูชาตามใจสมัคร อาจจะเป็นเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสันติบูชาเพื่อถวายแด่พระยาห์เวห์ ประตูที่หันหน้าไปทางตะวันออกก็ให้เปิดแก่เขา เขาจะถวายเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสันติบูชาของเขาเหมือนอย่างที่เขาทำในวันสะบาโต แล้วเขาจะออกไป และหลังจากที่เขาออกไปแล้วก็ให้ปิดประตูนั้นเสีย
\s5
\p
\v 13 นอกจากนี้ เจ้าจะต้องจัดหาลูกแกะหนึ่งตัวอายุหนึ่งปีที่ไร้ตำหนิถวายเป็นเครื่องเผาบูชาแด่พระยาห์เวห์เป็นประจำวัน เจ้าจะต้องทำทุกๆ เช้า
\v 14 เจ้าจะถวายเครื่องธัญบูชาที่คู่กันทุกๆ เช้าด้วย คือหนึ่งในหกเอฟาห์และน้ำมันหนึ่งในสามฮินเพื่อเคล้าแป้งให้ชุ่มให้เป็นธัญบูชาแด่พระยาห์เวห์ เป็นกฎถาวรไปตลอด
\v 15 พวกเขาจะต้องจัดหาลูกแกะ เครื่องธัญบูชาพร้อมกับน้ำมันทุกๆ เช้า เพื่อเป็นเครื่องเผาบูชาไปตลอด
\s5
\p
\v 16 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ถ้าเจ้านายจะมอบของขวัญให้แก่บุตรชายทั้งหลายของเขา สิ่งนั้นก็จะเป็นมรดกของเขาคนนั้น สิ่งที่จะเป็นทรัพย์สินของบุตรชายของเขา มันเป็นมรดก
\v 17 แต่ถ้าเขานำเอาส่วนหนึ่งจากมรดกของเขา มามอบให้คนใช้คนหนึ่งของเขาเป็นของขวัญ ส่วนนั้นจะเป็นของคนใช้นั้นจนถึงปีแห่งอิสรภาพ แล้วส่วนนั้นจะกลับมาเป็นของเจ้านายอีก มรดกของเขาจะเป็นของบุตรของเขาเท่านั้น
\v 18 เจ้านายจะต้องไม่ยึดสิ่งใดจากมรดกของประชาชน โดยบีบคั้นให้ออกไปจากส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเขาทั้งหลาย เขาจะต้องมอบส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองให้เป็นมรดกแก่บุตรชายของเขา เพื่อว่าจะไม่มีประชาชนของเราสักคนหนึ่งที่ต้องพลัดพรากไปจากส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตน'"
\s5
\p
\v 19 ต่อมาชายคนนั้นนำข้าพเจ้ามาตามทางเข้าที่ประตู เพื่อมายังห้องบริสุทธิ์สำหรับปุโรหิตที่หันหน้าไปทางเหนือ และดูเถิด ที่นั่นข้าพเจ้าเห็นที่หนึ่งซึ่งอยู่ตรงสุดปลายด้านตะวันตก
\v 20 ท่านกล่าวกับข้าพเจ้าว่า "นี่เป็นสถานที่ซึ่งปุโรหิตจะใช้ต้มเครื่องบูชาลบล้างความผิดและเครื่องบูชาลบล้างบาป และเป็นที่ซึ่งเขาจะปิ้งธัญบูชาเพื่อจะไม่ต้องนำของบูชาออกไปยังลานชั้นนอก เพราะต่อมาประชาชนจะต้องได้รับการชำระให้สะอาด"
\s5
\p
\v 21 แล้วท่านนำข้าพเจ้าออกมาที่ลานชั้นนอก และท่านพาข้าพเจ้าไปยังมุมทั้งสี่ของลานนั้น และข้าพเจ้าเห็นว่าในทุกมุมของลานก็มีลานอีกลานหนึ่ง
\v 22 ในมุมทั้งสี่ของลาน มีลานเล็กๆ ยาวสี่สิบศอก กว้างสามสิบศอก ลานเล็กทั้งสี่มีขนาดเดียวกัน
\v 23 มีแถวหินล้อมรอบลานเล็กทั้งสี่นั้นและมีเตาปรุงอาหารอยู่ด้านล่างของแถวหินนั้น
\v 24 ชายคนนั้นกล่าวกับข้าพเจ้าว่า "สิ่งเหล่านี้เป็นที่คนรับในใช้ในพระวิหารจะใช้ต้มเครื่องบูชาของประชาชน"
\s5
\c 47
\p
\v 1 แล้วชายคนนั้นนำข้าพเจ้ากลับมาที่ทางเข้าพระวิหาร และที่นั่นมีน้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีประตูของพระวิหารด้านทิศตะวันออก เพราะด้านหน้าของพระวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และน้ำไหลลงมาจากข้างล่างทางด้านทิศใต้ของพระวิหาร คือด้านขวาของแท่นบูชา
\v 2 ดังนั้นท่านนำข้าพเจ้าออกมาทางประตูเหนือ และนำข้าพเจ้าอ้อมไปภายนอกถึงประตูชั้นนอกที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และที่นั่นน้ำนั้นไหลออกมาจากประตูทางทิศใต้
\s5
\p
\v 3 ขณะที่ชายคนนั้นกำลังเดินไปทางตะวันออกก็มีเชือกวัดอยู่ในมือของท่าน ท่านวัดระยะออกไปหนึ่งพันศอก แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไปผ่านน้ำลึกเพียงตาตุ่ม
\v 4 แล้วท่านวัดอีกหนึ่งพันศอก แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไปเพียงน้ำลึกถึงเข่า แล้วท่านวัดอีกหนึ่งพันศอก แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไปน้ำนั้นลึกเพียงสะโพก
\v 5 ต่อมาท่านวัดอีกหนึ่งพันศอก และกลายเป็นแม่น้ำที่ข้าพเจ้าลุยข้ามไม่ได้ เพราะน้ำขึ้นแล้วลึกพอที่จะว่ายได้ มันเป็นแม่น้ำที่ลุยข้ามไม่ได้
\s5
\p
\v 6 ชายคนนั้นพูดกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าบุตรมนุษย์ เจ้าเห็นสิ่งนี้หรือ?" แล้วท่านก็พาข้าพเจ้าออกมา และข้าพเจ้าก็เดินกลับมาตามฝั่งแม่น้ำ
\v 7 ขณะเมื่อข้าพเจ้าเดินกลับ ตรงฝั่งแม่น้ำนั้นมีต้นไม้มากมายอยู่ฟากนี้และอีกฟากหนึ่ง
\v 8 ชายคนนั้นพูดกับข้าพเจ้าว่า "น้ำนี้ไหลตรงไปในบริเวณเขตตะวันออก และไหลลงไปถึงอาราบาห์ น้ำนี้ก็ได้ไหลไปถึงทะเลเกลือ และก็จะทำน้ำให้จืด
\s5
\p
\v 9 สิ่งที่มีชีวิตทุกอย่างที่อยู่กันเป็นฝูงก็จะมีชีวิตอยู่ได้เมื่อแม่น้ำไหลผ่านไปถึงที่ใด ที่นั่นจะมีปลามากมาย เพราะว่าแม่น้ำนี้ไหลผ่านไปที่นั่น มันจะทำให้น้ำเค็มเป็นจืด ทุกสิ่งก็มีชีวิตอยู่ได้ทุกที่ที่แม่น้ำไปถึง
\v 10 แล้วพวกชาวประมงจากเอนเกดีจะยืนอยู่ที่ข้างน้ำ และที่นั่นจะมีสถานที่สำหรับตากอวนถึงเอนเอก-ลาอิม ที่นั่นมีปลาหลายชนิดในทะเลเกลือ เหมือนปลาในทะเลใหญ่เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของมัน
\s5
\p
\v 11 แต่ส่วนที่เป็นบึงและหนองน้ำของทะเลเกลือจะไม่ถูกทำให้จืด มันยังจะเป็นเกลืออยู่
\v 12 นอกจากนี้ตามสองฝั่งของแม่น้ำจะมีต้นไม้ทุกชนิดที่ปลูกไว้เป็นอาหาร ใบทั้งหลายของมันจะไม่เหี่ยวและผลของมันจะไม่วาย แต่จะเกิดผลใหม่ๆ ทุกเดือน เพราะว่าน้ำไหลจากสถานนมัสการมายังต้นไม้เหล่านั้น ผลไม้นั้นจะใช้เป็นอาหารและใบก็จะใช้รักษาโรค
\s5
\p
\v 13 พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า นี่เป็นวิธีที่เจ้าจะได้แบ่งเขตแดนให้อิสราเอลทั้งสิบสองเผ่า โยเซฟจะได้สองส่วน
\v 14 พวกเจ้าจงแบ่งให้เท่าๆ กันเท่าที่เราได้ปฏิญาณที่จะมอบให้แก่บรรพบุรุษของเจ้า แผ่นดินนี้จะตกเป็นมรดกของเจ้าทั้งหลาย
\s5
\p
\v 15 นี้จะเป็นพรมแดนของดินแดนนี้ทางด้านเหนือจากทะเลใหญ่ไปตามทางเมืองเฮทโลน และต่อไปถึงเมืองเศดัด
\v 16 แล้วพรมแดนจะไปยังเมืองเบโรธาห์ถึงเมืองสิบราอิม ซึ่งอยู่ตรงพรมแดนระหว่างเมืองดามัสกัสกับเมืองฮามัท จนถึงเมืองฮาเซอร์ฮัททิโคน ซึ่งอยู่ข้างพรมแดนเมืองเฮาราน
\v 17 ดังนั้นพรมแดนจะยื่นจากทะเลถึงเมืองฮาซาร์เอนานซึ่งมีพรมแดนเมืองดามัสกัสและเมืองฮามัทอยู่ทางทิศเหนือ นี่เป็นพรมแดนด้านเหนือ
\s5
\p
\v 18 ทางด้านตะวันออกระหว่างเฮารานและดามัสกัส ระหว่างกิเลอาดกับแผ่นดินอิสราเอลก็จะเป็นแม่น้ำจอร์แดน เจ้าต้องวัดจากเขตนี้ถึงทะเลทางตะวันออก ทั้งหมดนี้จะเป็นพรมแดนด้านตะวันออก
\v 19 แล้วทางด้านใต้ ของทามาร์จนถึงห้วงน้ำเมรีบาห์คาเดช เรื่อยไปตามลำธารอียิปต์ถึงทะเลใหญ่ นี่จะเป็นพรมแดนทางด้านใต้
\v 20 แล้วพรมแดนทางด้านตะวันตกจะเป็นทะเลใหญ่เรื่อยไปจนถึงบริเวณที่อยู่ตรงข้ามเมืองเลโบฮามัท นี่จะเป็นเขตแดนด้านตะวันตก
\s5
\p
\v 21 โดยวิธีนี้เจ้าจะแบ่งดินแดนนี้สำหรับพวกเจ้า สำหรับเผ่าต่างๆของอิสราเอล
\v 22 ดังนั้นเจ้าจะแบ่งส่วนเป็นมรดกให้กับพวกเจ้าเองทั้งให้กับคนต่างชาติผู้มาอาศัยอยู่ท่ามกลางเจ้าและเกิดบุตรหลานอยู่ท่ามกลางเจ้า และผู้ที่อยู่กับเจ้าเสมือนคนที่เกิดในอิสราเอล เช่นเดียวกับคนพื้นเมืองที่เกิดในอิสราเอล เจ้าจะจับสลากเพื่อรับมรดกท่ามกลางชนเผ่าทั้งหลายของอิสราเอล
\v 23 แล้วคนต่างชาติจะอยู่กับชนเผ่าที่ตนอาศัยอยู่ เจ้าต้องมอบมรดกแก่เขา นี่คือประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า"
\s5
\c 48
\p
\v 1 ต่อไปนี้เป็นชื่อของเผ่าต่างๆ เผ่าดานจะได้รับส่วนแบ่งของดินแดนหนึ่งส่วน ตั้งแต่บริเวณพรมแดนทางเหนือของอิสราเอลไปตามทางเฮทโลนถึงเมืองเลโบฮามัท พรมแดนนี้จะไกลออกไปจนถึงฮาเซอเอนานและไปตามชายแดนของดามัสกัสซึ่งอยู่ตรงพรมแดนทางเหนือด้านจากนั้นจนถึงเมืองฮามัท พรมแดนของดานจะเริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงทางไปทะเลใหญ่
\v 2 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกติดกับพรมแดนของดานนั้น เผ่าอาเชอร์จะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\v 3 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตก เผ่านัฟทาลีจะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\s5
\p
\v 4 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกนั้น ติดกับพรมแดนของนัฟทาลี เผ่ามนัสเสห์จะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\v 5 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกนั้นติดกับพรมแดนของมนัสเสห์ เผ่าเอฟราอิมจะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\v 6 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกติดกับพรมแดนเอฟราอิมนั้น เผ่ารูเบนจะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\v 7 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกติดกับพรมแดนรูเบนนั้น เผ่ายูดาห์จะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\s5
\p
\v 8 ดินแดนที่จะมอบให้นี้เจ้าจะต้องทำแนวพรมแดนกับยูดาห์และยื่นออกมาจากฝั่งตะวันออกไปถึงฝั่งตะวันตก มันจะกว้างสองหมื่นห้าพันศอก ความยาวจะต้องสอดคล้องกับสัดส่วนของเผ่าอื่น เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตก และจะมีพระวิหารอยู่ตรงกลาง
\v 9 ดินแดนนี้ซึ่งเจ้าจะต้องถวายแด่พระยาห์เวห์นี้จะยาวสองหมื่นห้าพันศอกและกว้างหนึ่งหมื่นศอก
\s5
\p
\v 10 เหล่านี้จะเป็นการกำหนดส่วนที่บริสุทธิ์ของดินแดนนี้ ปุโรหิตจะได้ส่วนแบ่งทางด้านเหนือยาวสองหมื่นห้าพันศอก ทางด้านตะวันตกกว้างหนึ่งหมื่นศอก ทางด้านตะวันออกกว้างหนึ่งหมื่นศอก ทางด้านใต้ยาวสองหมื่นห้าพันศอก โดยมีสถานบริสุทธิ์ของพระยาห์เวห์อยู่ตรงกลาง
\v 11 นี่จะเป็นของถวายสำหรับปุโรหิตเชื้อสายศาโดกที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ ผู้ซึ่งได้ปรนนิบัติเราอย่างสัตย์ซื่อเสมอมา และผู้ซึ่งไม่ได้หลงผิดไปเหมือนดังที่คนเลวีได้หลงไปเมื่อประชาชนอิสราเอลหลงไป
\v 12 ของถวายสำหรับพวกเขาจะเป็นส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุดในดินแดนซึ่งยื่นออกไปถึงเขตแดนของคนเลวี
\s5
\p
\v 13 ที่ดินส่วนของชนเลวีใกล้กับชายเขตที่ดินปุโรหิตนั้น จะยาวสองหมื่นห้าพันศอก กว้างหมื่นศอก ความยาวทั้งหมดของที่ดินทั้งสองจะยาวสองหมื่นห้าพันศอกและกว้างสองหมื่นศอก
\v 14 พวกเขาจะต้องไม่ขายหรือแลกเปลี่ยนส่วนหนึ่งส่วนใดของที่ดินส่วนนี้ ที่ดินส่วนที่ดีที่สุดนี้ของอิสราเอลต้องไม่แยกจากบริเวณเดิมเหล่านี้ เพราะเป็นที่บริสุทธิ์แด่พระยาห์เวห์
\s5
\p
\v 15 ที่ดินส่วนที่เหลืออยู่ซึ่งกว้างห้าพันศอก และยาวสองหมื่นห้าพันศอกนั้น จะเป็นที่สาธารณประโยชน์ของตัวเมือง คือเป็นบ้านเรือนและเป็นทุ่งหญ้า และตัวเมืองอยู่ใจกลาง
\v 16 เหล่านี้เป็นขนาดของด้านต่างๆ ของเมือง เป็นด้านเหนือมีความยาว 4,500 ศอก ด้านใต้มีความยาว 4,500 ศอก ด้านตะวันออกมีความยาว 4,500 ศอก และด้านตะวันตกมีความยาว 4,500 ศอก
\s5
\p
\v 17 มีบริเวณทุ่งหญ้าสำหรับเมืองนั้นไปทางด้านเหนือมีความลึก 250 ศอก ด้านใต้มีความลึก 250 ศอก ด้านตะวันออกมีความลึก 250 ศอก และทางด้านตะวันตกมีความลึก 250 ศอก
\v 18 พื้นที่ที่เหลืออยู่จากส่วนที่บริสุทธิ์จะยาวออกไปทางตะวันออกหนึ่งหมื่นศอกและหนึ่งหมื่นศอกไปทางตะวันตก และมันจะแผ่กว้างออกไปตามเขตของส่วนที่บริสุทธิ์ และพืชผลที่ได้ในส่วนนี้จะเป็นอาหารของคนที่ทำงานในเมืองนั้น
\s5
\p
\v 19 ประชาชนที่ทำงานในเมืองนั้นซึ่งเป็นประชาชนที่มาจากอิสราเอลทุกเผ่าจะเป็นคนทำไร่ไถนาที่ผืนนี้
\v 20 ที่ดินส่วนแบ่งนี้ทั้งหมดจะวัดได้เป็นความยาวด้านละสองหมื่นห้าพันศอก กว้างด้านละสองหมื่นห้าพันศอก ด้วยวิธีนี้พวกเจ้าจะกันไว้เป็นพื้นที่ของส่วนที่บริสุทธิ์พร้อมกับที่ดินของเมืองนี้ด้วย
\s5
\p
\v 21 ส่วนที่เหลือของดินแดนทั้งสองด้านของส่วนที่บริสุทธิ์และเขตเมืองจะเป็นของเจ้านายอาณาเขตของเจ้านายทางตะวันออกจะแผ่กว้างออกไปเป็นสองหมื่นห้าพันศอกจากเขตแดนของส่วนบริสุทธิ์ไปถึงพรมแดนด้านตะวันออกและพื้นที่ของเขาไปทางตะวันตกจะแผ่กว้างออกไปยาวสองหมื่นห้าพันศอกไปทางตะวันตก โดยใจกลางจะเป็นส่วนที่บริสุทธิ์และสถานบริสุทธิ์ของพระวิหารจะอยู่ที่ตรงกลางนั้น
\v 22 ดินแดนที่ยื่นออกมาจากกรรมสิทธิ์ของคนเลวีและบริเวณเมืองซึ่งอยู่ท่ามกลางนั้นจะเป็นที่ดินของเจ้านายมันจะอยู่ระหว่างพรมแดนของยูดาห์กับพรมแดนของเบนยามิน แผ่นดินนี้จะเป็นของเจ้านาย
\s5
\p
\v 23 ตามชนเผ่าที่เหลืออยู่ สำหรับส่วนแบ่งทั้งหลายของเผ่า ส่วนของเขาจะยาวออกทางฝั่งตะวันออกและไปทางฝั่งตะวันตกด้วย เผ่าเบนยามินจะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\v 24 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกติดกับพรมแดนของเบนยามิน เผ่าสิเมโอนจะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\v 25 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกติดกับพรมแดนของสิเมโอน เผ่าอิสสาคาร์จะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\v 26 เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกติดกับพรมแดนของอิสสาคาร์ เผ่าเศบูลุนจะได้รับส่วนแบ่งหนึ่งส่วน
\s5
\p
\v 27 ไปทางพรมแดนของเศบูลุนทางใต้ เริ่มจากด้านตะวันออกไปถึงด้านตะวันตกจะเป็นส่วนแบ่งของเผ่ากาดหนึ่งส่วน
\v 28 พรมแดนของกาดทางด้านใต้นั้นจะแผ่ขยายจากเมืองทามาร์ ถึงห้วงน้ำเมรีบาห์คาเดช และเรื่อยไปตามลำธารอียิปต์ถึงทะเลใหญ่
\v 29 นี่เป็นดินแดนซึ่งพวกเจ้าจะแบ่งให้เป็นมรดกท่ามกลางเผ่าต่างๆ ของอิสราเอล นี่เป็นส่วนแบ่งของเขาทั้งหลาย นี่เป็นประกาศของพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า
\s5
\p
\v 30 เหล่านี้เป็นทางออกของเมืองทางด้านเหนือซึ่งวัดได้ยาว 4,500 ศอก
\v 31 จะมีประตูสามประตู ตั้งชื่อตามชื่อเผ่าทั้งหลายของคนอิสราเอล ประตูหนึ่งชื่อรูเบน ประตูหนึ่งชื่อยูดาห์ และประตูหนึ่งชื่อเลวี
\v 32 ทางด้านตะวันออกวัดความยาวได้ 4,500 ศอก จะมีประตูสามประตู คือประตูหนึ่งชื่อโยเซฟ ประตูหนึ่งชื่อเบนยามิน และประตูหนึ่งชื่อดาน
\s5
\p
\v 33 ทางด้านใต้ซึ่งวัดความยาวได้ 4,500 ศอก จะมีประตูสามประตู คือประตูหนึ่งชื่อสิเมโอน ประตูหนึ่งชื่ออิสสาคาร์ และประตูหนึ่งชื่อเศบูลุน
\v 34 ทางออกด้านตะวันตกจะวัดได้ยาว 4,500 ศอก ซึ่งจะมีประตูสามประตู คือประตูหนึ่งชื่อกาด ประตูหนึ่งชื่ออาเชอร์ และประตูหนึ่งชื่อนัฟทาลี
\v 35 ระยะทางรอบเมืองนั้นจะเป็นหนึ่งหมื่นแปดพันศอก ตั้งแต่วันนั้นไป ชื่อของเมืองนี้จะชื่อว่า "พระยาห์เวห์สถิตที่นั่น"